- 28 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
แกนนำชาวบ้าน 3 หมู่ ต.พังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจน์ กว่า 70 คน บุกยื่นหนังสือถึงรองผู้ว่าฯรักษาการผู้ว่าฯ ผ่านศูนย์ดำรงธรรม ตัดค้านการขอสัมประทานบัตรของนายทุนขอต่อและเปิดโรงโม่หินที่ใบสัมประทานหมดอายุ เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ 3 หมู่บ้าน โรงเรียน วัด ได้รับความเดือดร้อนเรื่องเสียงระเบิดหิน ฝุ่นละออง และรถบรรทุกวิ่งผ่านเข้าออก จะได้รับผลกระทบใยระยะยาว หากอนุญาตให้เปิด หรือก่อสร้างโรงโม่หินได้ ด้านปลัดจังหวัดฯ พร้อมด้วยอุตสาหกรรมจังหวัดฯ และ ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมฯ หลังรับหนังสือ เรียกแกนนำกลุ่มชาวบ้านชี้แจงจนได้ข้อสรุป ทางผู้ประกอบการโรงโม่หินมาขอต่อ ใบสัมประทานบัตร หรือขอเปิดโรงโม่หิน ไม่ใช่จะออกได่ง่าย ทุกอย่างต้องทำตามระเบียบข้อกฎหมาย ต้องให้ อบต.เจ้าของพื้นที่เรียกผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ชาวบ้านได้รับเดือดร้อน หรือไม่ได้รับความเดือดร้อนมาพูดคุยเพื่อหาข้อยุติ ไม่ใช่ทำประชาคมอย่างที่กลุ่มชาวบ้านเข้าใจ เป็นการเรียกประชุมเพื่อรับฟังปัญหาอุตสาหกรรมจังหวัดฯ เพื่อขอเปิดโรงโม่
เวลา 09.00 น.ของวันที่ 28 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณสนามหญ้าภายในศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีตัวแทนกลุ่มชาวบ้านในหมู่บ้านรางสะเดา หมู่ที่ 3 ต.พังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนในเรื่องปัญหาฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจาย และเสียงดังเกิดจากการระเบิดหิน ปัญหารถบรรทุก10 ล้อที่วิ่งเข้า-ออกในพื้นที่หมู่ 3 หมู่ 4 และหมู่ 5 ของ บริษัทโรงโม่ จึงเดินทางมาชุมนุมเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านในการขอประทานบัตรการเปิดโรงโม่หินของบริษัท สยามแกรนิต จำกัด ซึ่งบัตรสัมประทานได้หมดอายุลง ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อนายรณชัย จิตต์วิเศษ รองผู้ว่าราชการตังหวัดกาญจนบุรี รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าาชการจังหวัดกาญจนบุรี
โดยมีนายวิสิษฎ์ พวงเพชร ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี นายจิรวัธน์ อารีย์ อุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี และนายไพรัญ จงจำรัสพันธ์ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี นายประเสริฐ ทองด้วง ป้องกันจังหวัดกาญจนบุรี และนายวาทิต มาไพศาลสิน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง รับหนังสือจากนางจิราภา นิลนก อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 4 บ้านรางสะเดา ต.พังตรุ อ ท่าม่วงฯ ซึ่งเป็น 1 ในแกนนำชาวบ้าน
ซึ่งภายหลังรับหนังสือ นายวิสิษฎ์ พวงเพชร ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี ได้เชิญแกนนำกลุ่มชาวบ้านเข้าไปนั่งพูดคุยกันในสำนักงานศูนย์ดำรงธรรม เพื่อสอบถามปัญหา และเหตุผลที่กลุ่มชาวบ้านเดินทางมาในครั้งนี้
นางจิราภา นิลนก 1 ในแกนนำชาวบ้านที่เดือดร้อนกล่าวว่า "สาเหตุที่กลุ่มชาวบ้านหมู่ 3 บางส่วน หมู่ 4 และหมู่ 5 ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากการระเบิดหินแกรนิตของบริษัท สยามแกรนิต จำกัด ที่เปืดกิจการโรงโม่หินอยู่ในพื้นที่ 3 หมู่บ้านซึ่งในขณะนั่นใบสัมประทานบัตรยังไม่หมดอายุ กลุ่มชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน หรือแม้แต่วัดได้รับผลกระทบทั้งในเรื่องฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายทำให้ชาวบ้านบางราบเกิดเจ็ยป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ เดือดร้อนในเรื่องรถบรรทุก 10 ล้อที่วิ่งผ่านเข้า-ออก และเดือดร้อนในเรื่องการระเบิดหิน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ก.พ.60 ได้ทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อท่านผู้ว่าราชการจังหวัดฯ รวมทั้งทำหนังสือไปถึงสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ในช่วงนั้นทราบว่า ใบประทานบัตรของบริษัท สยามแกรนิต จำกัด ตอนนั้นยังไม่หมดอายุ จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันมานี้ กลุ่มชาวบ้านทราบว่า ใบประทานบัตรของบริษัท สยามแกรนิต จำกัด ได้หมดอายุลงแล้ว และทางบริษัทฯ กำลังยื่นเรื่องต่ออุตสาหกรรมจังหวัดฯ และจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขอใบประทานบัตร และใบอนุญาตขอเปิดเหมืองแร่ในพื้นที่ กลุ่มชาวบ้านที่เดือดร้อนเกรงว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น อบต.พังตรุ อำเภอท่าม่วง หรือหน่วยงานอุตสาหกรรมจังหวัดเปิดให้มีการดำเนินการตามที่มีการร้องขอ กลุ่มชาวบ้านจะเดือดร้อนไปยิ่งกว่านี้ เพราะทุกวันนี้ก็ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนอยู่แล้ว เกรงว่าหากมีการออกใบประทานบัตรให้ กลุ่มชาวบ้าน 3 หมู่บ้านไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดง พระสงฆ์ และนักเรียนที่ได้นับผลกระทบก็จะเดือดร้อนระยะยาว จึงรวมตัวพากันมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม และคัดค้านการออกใบประทานบัตร ดังกล่าว"
ด้านวิสิษฎ์ พวงเพชร ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี และนายจิรวัธน์ อารีย์ อุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวและชี้แจงกับตัวแทนแกนนำชาวบ้านว่า "เป็นการเข้าใจผิดของกลุ่มขาวบ้านที่มีข่าวว่า ทางอุตสาหกรรมได้มีหนังสือไปที่ อบต.พังตรุ เพื่อขอให้ทาง อบต.ทำการเรียกผู้ใหญ่บ้านให้เชิญกลุ่มชาวบ้านที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบ หรือได้รับความเดือดร้อน และที่ไม่ได้รับผลกระทบมาให้มาพูดคุยกัน ไม่ใช่เป็นการทำประขาคมอย่างที่ชาวบ้านเข้าใจ ในส่วนการร้องขออนุญาตใบประทานบัตรนั้น ไม่ใช่จะออกให้กันง่ายๆ หากธุริกิจใด หรือสถานที่ใดมีประชาชนได้รับความเดือดร้อน หรือได้รับลกระทบ ก็ต้องมีการตรวจสอบแก้ไขตามขั้นตอนของกฎหมาย ในส่วนของการดำเนินการคอนนี้เป็นเรื่องของ อบต.ในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่จะต้องดำเนินการ ผลจะออกมาอย่างไรทาง อบต.พังตรุ จะมีหนังสือแจ้งมาทางจังหวัดกาญจนบุรีและทางอุตสาหกรรมจังหวัดฯ เพื่อหาข้อยุติ และดำเนินการต่อไป การจะออกใบประทายบัตรได้หรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ อบต.เป็นผู้ดำเนินการ"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่นายวิสิษฎ์ พวงเพชรปลัดจังหวัดกาญจนบุรี และนายจิรวัธน์ อารีย์ ได้ทำการชี้แจงกับตัวแทนกลุ่มชาวบ้านจนเป็นที่เข้าใจ ทำให้กลุ่มชาวบ้านที่มาต่างพอใจและเดินทางแยกย้ายกันกลับบ้านไปอย่างสงบ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารชุดร้อย รส.ที่ 1 ร.9 พัน 1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี รวมทั้ง อส.จังหวัดกาญจนบุรี นำกำลังเดินทางมาดูแลความสงบเรียบร้อย เหตุการณ์ทั่วไปเป็นปกติ
ภาพ/ข่าว วันชัย แก้ววิลัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาญจนบุรี
