- 29 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 28 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นางสง่า แสนประเสริฐ อายุ 62 ปี อยู่เลขที่ 21 หมู่ 4 ต.ช่อผกา อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ พร้อมลูกชาย 2 คน นำเอกสารสำนวนคดี ร้องผ่านสื่อกรณีนายมน แสนประเสริฐ สามีและเป็นหัวหน้าครอบครัวถูกยิงเสียชีวิต เมื่อเดือนมิถุนายน 2540
โดยครั้งนั้นนายมน แสนประเสริฐ สามี อายุ 40 ปี ถูกนายบัวพา พูนโยธา ปัจจุบัน อายุ 62 ปี คนหมู่บ้านเดียวกัน ใช้อาวุธปืนลูกซอง ยิงเสียชีวิตท้ายหมู่บ้าน ต่อหน้าลูกชายของผู้เสียชีวิต
โดยหลังเกิดเหตุนายบัวพา ได้หลบหนี ชาวบ้านติดตามหาตัวจนกระทั่งพบตัวแต่หลบหนีไปอีก ต่อมาตำรวจ สภ.ชำนิ ได้ออกหมายจับนายบัวพา โดยนายบัวพา กลายเป็นผู้ต้องหาหนีคดีนับตั้งแต่นั้น ซึ่งทางครอบครัวพยายามติดตามสืบหาแต่ก็ไร้ร่องรอย
จนล่าสุดเมื่อ 14 ก.พ.2557 ถูกตำรวจจับได้ที่จังหวัดชลบุรี ถูกส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.ชำนิ ในเวลาต่อมา ทางครอบครัวดีใจที่ได้ตัวผู้ต้องหาผู้ก่อเหตุฆ่าหัวหน้าครอบครัวไปเมื่อ 17 ปีที่ผ่านมา แต่อัยการจังหวัดนางรอง ได้สั่งยกฟ้องเพราะขาดพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่าผู้ต้องสงสัยเป็นคนก่อเหตุ
โดยต่อมาศาลจังหวัดนางรอง มีความเห็นว่าคดีจะต้องอายุภายใน 24.00 น.ของวันที่ 28 มิ.ย.หากยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาตามหมายจับมาส่งศาลได้ตามเวลา ถือว่าสิ้นสุดอายุความ ไม่สามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้อีกตามกฎหมาย
ล่าสุดพบข้อมูลใหม่เพิ่ม หลังจากนายพนม ศรีสุระ อายุ 42 ปี ที่ถูกกล่าวหาในสำนวนของตำรวจเมื่อปี 2540 ว่าเป็นจำเลยที่ 1 ได้มาปรากฏตัว พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่เคยต้องคดีหรือเคยถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนตายมาก่อนในชีวิต
แต่เคยมีคดีลักทรัพย์ไม้ตะแบงจำนวน 4 ต้น เมื่อปี 2540 ปีเดียวกัน ครั้งนั้นตนเองไม่มีเงินประกันตัว ได้ถูกฝากขังรอการตัดสินของศาล 1 ปี 6 เดือน จนกระทั่งศาลสั่งให้พ้นผิด สรุปว่าเคยติดคุกที่เรือนจำ 1 ปี 6 เดือน แต่ศาลตัดสินปล่อยตัว เมื่อปี 2541 และยังยืนยันว่าหลังจากนั้นไม่เคยต้องคดีใดๆมาก่อน
อย่างไรก็ตามครอบครัวผู้เสียหายที่หัวหน้าครอบครัวถูกยิงเสียชีวิต จะพยายามหาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขอรื้อฟื้นคดีจนถึงที่สุด เพราะเบื้องต้นพบว่ากระบวนการยุติธรรมเริ่มมีการบกพร่องแล้ว
ภาพ/ข่าว ธีรยุทธ ชำนาญกอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์
