- 29 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากการสืบทราบของ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส พบความเคลื่อนไหวของชายฉกรรจ์ในพื้นที่ ม.6 บ้านตาเซ๊ะใต้ ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี ซึ่งมีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดอาจจะลำเลียงยาเสพติดมาพักไว้เพื่อเตรียมขนย้ายข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านและสิ่งผิดกฎหมายและลักลอบนำอาวุธสงครามเข้ามาซุกซ่อนในพื้นที่เพื่อเตรียมก่อเหตุความไม่สงบและยิงเจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้บริสุทธิ์เพื่อสร้างสถานการณ์
จึงประสาน พันตำรวจเอก ภักดี ปรีชาชน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุไหงปาดี ร้อยโท สมจิตต์ สุวรรณชาตรี ผู้บังคับกองร้อยทหารพราน 4802 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และอาสารักษาดินแดน อ.สุไหงปาดี ใช้กฎอัยการศึก สนธิกำลังกว่า 50 นาย เปิดแผนปฏิบัติการณ์เข้าตรวจสอบและปิดล้อมเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านเลขที 237/3 ม.6 บ.ตาเซะใต้ ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยมีนายรุสลี ยูโซะ อายุ 22 ปี รับเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้นภายในบ้านนานกว่า 30 นาที พบถุงผ้าสีดำซุกซ่อนข้างประตูห้องนอนอย่างมีพิรุธ โดยที่นายรุสลี มีอาการหน้าซีดเผือก เจ้าหน้าทีจึงได้นำออกมาให้นาย รุสลี แกะถุงออกมาที่บริเวณกลางห้องโถง โดยมีผู้นำหมู่บ้านร่วมเป็นพยานในการตรวจค้น
พบภายในผ้าสีดำยังมีถุงพลาสติกสีเขียวห่อหุ้มอีกชั้นหนึ่งโดยภายในมีอาวุธปืนสงคราม อาร์.ก้า. หรือ AK 47 แบบพับฐาน สภาพใหม่ จำนวน 1 กระบอก หมายเลขประจำตัวปืน55629 แม็กกาซีน บรรจุกระสุนแบบยาวขนาด 40 นัด จำนวน 2 อัน กระสุนปืน ขนาด 7.62 จำนวน 3 นัด กระเป๋าผ้าสีดำสำหรับใส่กีตาร์ 1 ใบ จึงยึดไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบในเชิงลึกว่าอาวุธปืนสงครามกระบอกดังกล่าวเคยถูกนำไปใช้งานหรือก่อเหตุยิงใครในพื้นที่ใดบ้าง รวมทั้งนำไปยิงเพื่อเก็บหัวกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนที่ออกจากกระบอกปืนดังกล่าวนำไปตรวจสอบและเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนปืนที่เจ้าหน้าที่เก็บไว้ในที่เกิดเหตุต่างๆในพื้นที่ จากนั้นจึงนำตัวนายรุสลี ยูโซะ มอบให้กับ ร้อยตำรวจโท.ดุลหร่อหมาน หมัดดิน ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสุไหงปาดี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายรุสลี ผู้ต้องหา ยังให้การปฏิเสธว่า อาวุธปืนสงครามกระบอกดังกล่าวไม่ใช่ของตน โดยอ้างว่ามีเพื่อนคนหนึ่งนำมาฝากตนไว้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ พร้อมนำอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวไปยิงเพื่อเก็บปลอกและหัวกระสุนนำไปเปรียบเทียบกับปลอกและหัวกระสุนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุทำตกไว้ในที่เกิดเหตุต่างๆเพื่อหาความเชื่อมโยงกับอาวุธปืนกระบอกนี้ ซึ่งหากมีความเชื่อมโยงและตรงกันเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีเพิ่มเติมนอกเหนือข้อหามีและครอบครองอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ พร้อมทั้งสอบสวนขยายผลเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่.
ภาพ/ข่าว กรียา เต๊ะตานี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.นราธิวาส
