- 30 มิ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่นายนริศ เกสรินทร์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 654 หมู่ที่ 1 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เสี่ยเจ้าของอู่ซ่อมรถรายใหญ่ อ.ทุ่งสง เข้าร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวให้ช่วยเป็นสื่อกลางประกาศตามหา น.ส.สุนิสา ศรีวิมาน และ ด.ญ.นริศรา เกสรินทร์ อายุ 4 ขวบ ภรรยาและลูกสาวที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากที่ภรรยาบอกว่าพาลูกสาวไปหายายที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.2560 นี้ และเมื่อสอบถามไปที่บ้านยายของลูกสาว(แม่ยาย) ปรากฏว่าทั้งภรรยาและลูกสาวไม่ได้ไปที่บ้านดังกล่าวและหายไปไม่สามารถติดต่อได้จึงได้ไปแจ้งความคนหายที่ สภ.ทุ่งสง ลงบันทึกประจำวันเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2560 เพราะกลัวว่าภรรยาและลูกสาวจะได้รับอันตรายได้จึงให้สื่อช่วยเป็นสื่อกลางให้ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันที่ 30 มิ.ย.2560 ความคืบหน้าเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า เมื่อสายวันนี้ (30 มิ.ย.) นายนริส พร้อมด้วยญาติได้เดินทางไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมได้สอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นพร้อมกับบันทึกและรับเรื่องราวร้องทุกข์ไว้หลังจากที่ร้องศูนย์ดำรงธรรมเรียบร้อยแล้ว จากนั้นได้เดินทางเข้าร้องเนียนขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนครศรีธรรมราช เพื่อให้ช่วยเหลือในการติดตามหาตัวลูกและเมียรักต่อไป
นายนริส ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ภรรยาและลูกสาวหายไปตนได้ไปตรวจสอบทางการเงินในบัญชีของภรรยาซึ่งเปิดบัญชีใช้ชื่อร่วมกันสองคนกับปรากฏว่าในบัญชีของ ธนาคารกสิกรไทย สาขาทุ่งสง มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีของภรรยาที่เปิดร่วมกันจำนวน 5 หมื่นบาท ซึ่งไม่ทราบที่มาของเงินว่าเป็นเงินมาจากไหนเพราะภรรยาไม่ได้ทำธุรกิจอะไรนอกจากเป็นแม่บ้านซึ่งตนกลัวว่าภรรยาและลูกอาจจะถูกแก๊งค์มิจฉาชีพจับตัวเอาไว้แล้วเอาบัญชีของภรรยามาเป็นที่โอนเงินทุจริตผ่านบัญชีซึ่งตนเกรงว่าภรรยาและลูกสาวจะได้รับอันตรายและกลัวว่าหากเป็นเงินที่พวกค้ายาเสพติดหรือของผิดกฏหมายมาใช้บัญชีนี้ผ่านเกรงว่าทางภรรยาจะมีความผิดด้วยจึงได้จึงได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้
ในขณะที่นายนริส กำลังเร่งติดตามหาภรรยาและลูกสาวที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยนั้นอยู่นั้นปรากฏว่านายนริส ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาทุ่งสง ว่า ได้มีการถอนเงินจากบัญชีของภรรยาที่มีเงินปริศนาเข้ามาจำนวน 5 หมื่นบาท โดยวิธีการกดทางตู้ ATM ของธนาคารกสิกรไทย ที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขา ตลาดหัวอิฐ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จำนวนเงินที่กดออกไป 13,000 บาท เมื่อตอนเช้าของวันที่ 28 มิย. นี้ และให้นายนริสไปให้ทางตำรวจ สภ.ทุ่งสง ทำหนังสือไปถึง ผจก.ธนาคารกสิกรไทย สาขาหัวอิฐ เพื่อขอตรวจสอบเปิดดูกล้องวงจรปิดเพื่อดูว่าคนที่มากดเงินนั้นใครหากว่าเป็น น.ส.สุนิสา ภรรยาของตนเป็นคนกดเงินก็ค่อยเบาใจเพราะถือภรรยายังมีชีวิตอยู่แต่หากว่าเป็นบุคคลอื่นมากดเงินก็จะได้ตรวจสอบว่าเป็นใครและเพราะเหตุใดถึงมากดเงินไป ซึ่งหลังจากที่ติดต่อทางเจ้าหน้าที่ธนาคารแล้วปรากฏว่าทางธนาคารไม่ยอมเปิดกล้องวงจรปิดให้ดูโดยอ้างว่าจะต้องทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานใหญ่ที่ กทม.ก่อนและต้องให้ได้รับอนุญาตจากสำยักงานใหญ่ก่อนซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 10 วัน ถึงจะทราบผล
“แม้จะอ้อนวอนขอร้องให้ทางธนาคารเปิดกล้องวงจรปิดดูแต่ก็ได้รับการปฎิเสธท่าเดียวโดยอ้างถึงข้อระเบียบท่าเดียวซึ่งนายนริสกล่าวอย่างอารมย์เสียนี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายของภรรยาและลูกสาวยังมาเจอเรื่องแบบนี้อีกนี่หรือสังคมไทย” .นายนริส กล่าวในที่สุด.
ภาพ/ข่าว กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
