- 01 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 17.30น.วันที่ 30 มิถุนายน 2560 พ.ต.ท.สุริยัน ศุทธินีติกรกุล สารวัตรเวร สภ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากนายอุดม การโส ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ที่ 7 บ้านหนองยาง ต.สุขฤทัย อ.ห้วยคต ว่านายเฉลิม นิจโกรทม อายุ 72 ปี บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 7 บ้านหนองยาง ต.สุขฤทัย อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ว่าได้ถูกหลานสาว ด.ญ.อัม นามสมมุติ ได้ขโมยเงินไปแสนกว่าบ้าน พร้อมกระเป๋า จากตา ที่ซ่อนไว้ แล้วได้ขับขี่จักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮา ฟี่โนหลบหนีออกไปจากบ้าน
หลังจากที่ได้รับแจ้งจึงให้เจ้าหน้าที่วิทยุ สภ.ห้วยคต แจ้งไปยังทุก สภ.ใกล้เคียง ให้ช่วยช่วยควบคุมตัวไว้ก่อน พร้อมกับนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปยังที่เกิดเหตุ และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจตรวจสอบตามสถานที่ต่าง ๆ พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามถนนสายต่าง ๆ ทีคาดว่าเด็กจะขับรถผ่าน
หลังจากนั้นนายศิริพงษ์ บุญมา อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ ว่าพบ เด็กหญิงอัม มาเปิดโรงแรมห้วยคตรีสอร์ท หลังจากนั้นนายศิริพงษ์ ได้พานายเฉลิม ตา ไปยังโรงแรม ดังกล่าว พบ เด็กหญิงอัม ตามที่แจ้ง และ ได้พาตัวมาที่ สภ.ห้วยคต แต่ในระหว่างที่ขับขี่จักรยานยนต์มา เด็กหญิง ก็ได้ขับขี่หลบหนีไปอีก หลังจากนั้น พ.ต.ท.สุริยัน สารวัตรเวร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ว่าพบเด็กหญิง อัม ที่อยู่ในเซ่เว่น สามแยกตลาดห้วย ในขณะหลบฝนที่ตกหนักอยู่ จึงได้พาเด็กหญิง อัม ขึ้นรถมายัง สภ.ห้วยคต พร้อมตรวจสอบภายในกระเป่า พบเงินสดจำนวน 1 แสน 7 หมื่น 400 บาท และโทรศัพท์พึ่งซื้อมาใหม่อีกหนึ่ง และเสื้อผ้าของเด็ก อัม เจ้าหน้าที่จึงนำเงินที่เหลือจำนวนดังกล่าว ส่งมอบเงินคืนให้กับนายเฉลิม ตา ของเด็กโดยมีนายอุดม กาโส ผู้ใหญ่เป็นพยานในการคืน
ด้านนายเฉลิม ตา เด็ก กล่าวว่า ตนเองได้อยู่กับ เด็กหญิง อัม ด้วยกัน 2 คน โดยพ่อเด็กหญิง อัม ได้ภรรยาใหม่ทำสวนอยู่ที่ จ.จันทร์บุรี ส่วนเรื่องเงินจำนวนดังกล่าวนั้น ตนเองได้รับฝากจากพ่อเด็กหญิง อัม ให้ไปใช้หนี ธกส.แทนเขาที่เขาเป็นหนีอยู่ โดยตนเองได้นำเงินไปซ่อนไว้ที่หม้อข้าวในครัว ซึ่งวันที่เกิดเหตุ ตนเองได้เรียกหลานสาว กินข้าวเย็น ตามปกติ แต่เด็กหญิง อัม ไม่กิน และได้เดินถือกระเป๋าใบ้หนึ่ง ไปที่จักรยานยนต์ แล้วขับออกไป ตนเองเห็นผิดสังเกตผิดพฤติกรรมของเด็ก จึงเดินไปดูเงินที่ซ่อนไว้ พบว่าได้หายไปหมดแล้ว ด้วยความตกใจ ตนเองจึงรีบไปบอก ผู้ใหญ่บ้าน และ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามด้วย ซึ่งตนต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยคต เป็นอย่างมาก ที่ช่วยติดตามเงินดังกล่าวมาคืนโดยใช้เวลา เพียงไม่ถึง 2 ชั่วโมง และฝนก็ได้ตกหนัก รวดเร็วจริงคับ ส่วนเงินนั้นตนเองได้ฝากไว้กับผู้ใหญ่บ้านไว้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพยาน และในวันจันทร์ตนเองก็นำไปใช้หนี ธกส.แทนลูกชายดังกล่าว ส่วนเรื่องคดีความตนเองไม่เอาผิดกับหลานเนื่องจากได้เงินคืนแล้ว และต่อไปคงต้องระวังให้มากกว่านี้ ดังกล่าว
ข่าว/ภาพ นายสมชาย พัสกุล ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ จังหวัดอุทัยธานี
