- 01 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 1 ก.ค. 2560 นายชาตรี ม่วงสว่าง ศึกษาธิการจังหวัดหนองคาย เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ภายหลัง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสนธิกำลังล่อซื้อยาว๊าบ หรือยาทรามาดอล กับนางสาววิจิตรา กามาพร อายุ 41 ปี ภายในบ้านพักเลขที่ 55 หมู่ 7 ตำบลมีชัย อำเภอเมืองหนองคาย ซึ่งทราบว่ามีพฤติการณ์จำหน่ายยาทรามาดอล หรือ ยาว๊าบ ให้กับกลุ่มนักเรียน โดยจับได้พร้อมยาทรามาดอล วางอยู่ภายในบ้าน และนำตัวมาสอบสวนที่กองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดหนองคาย ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัด จากนั้นนายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้เชิญตนในฐานะศึกษาธิการจังหวัดหนองคาย ที่กำกับนโยบายด้านการจัดการศึกษาและดูแลสถานศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา เพื่อเข้มงวดในการเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้แพร่ระบาดในสถานศึกษา
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ทราบว่าผู้กระทำผิดนั้นเป็นมารดาของอดีตนักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองหนองคาย ซึ่งแต่ก่อนนักเรียนคนนั้นได้ขายยาดังกล่าวให้กับกลุ่มเพื่อน และนักเรียนในโรงเรียน จากนั้นได้จบการศึกษาและเดินทางไปทำงานยังต่างจังหวัด โดยมีแม่เป็นคนขายยาต่อ ทราบว่าซื้อมาเม็ดละประมาณ 2 บาท แล้วขายต่อในราคา 5 บาท อย่างไรก็ตามในการกำชับ สอดส่องดูแล หรือแม้กระทั่งการป้องกันการแพร่ระบาดของสารเสพติดดังกล่าว ลำพังเพียงแต่สถานศึกษาคงไม่มีกำลังเพียงพอ สถานบันครอบครัว พ่อ แม่ ผู้ปกครอง หรือเด็กเอง ต้องทำความเข้าใจหรือรู้ถึงโทษภัยของยาเสพติดเพื่อนต้องบอกเพื่อน นักเรียน ผู้ปกครอง และสถานศึกษาต้องร่วมมือกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว ซึ่งในเรื่องนี้ตนก็ได้กำชับสถานศึกษาในสังกัด และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง สพป.นค.1 และ สพม.21 และ กศน. ให้เฝ้าติดตามปัญหาอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2560 นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้สั่งการให้ พ.อ.ครรชิต ประสันสอย รอง ผบ.กกล.รส.จังหวัดหนองคาย นำเจ้าหน้าที่เข้าสืบสวนเพื่อทำการจับกุมการลักลอบจำหน่าย ยาทรามาดอล โดยได้ให้สายลับเข้าไปติดต่อล่อซื้อยาทรามาดอลที่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 7 ต.มีชัย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย โดยใช้ธนบัตรใบละ 100 บาท ซื้อยาทรามาดอลได้ 20 เม็ด
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวโดยได้เข้าตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าวพบนางสาววิจิตราหรือหน่อย กามาพร อายุ 41 ปี เจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นภายในบ้าน พบยาเม็ดสีเขียวเหลือง บรรจุในภาชนะขวดพลาสติกทรงกลมสีขาว จำนวน 2 ขวด โดยขวดที่ 1 บรรจุยาทรามาดอล 20 เม็ด และขวดที่ 2 บรรจุยาทรามาดอล 30 เม็ด รวมยาทรามาดอล ทั้งจากการล่อซื้อและที่ตรวจพบจำนวน 70 เม็ด
สอบสวนนางสาววิจิตราให้การรับสารภาพว่าได้จำหน่ายยาทรามาดอลให้กับเด็กและเยาวชนที่มาติดต่อขอซื้อจริง ในราคาถุงละ 50 บาท (1 ถุงบรรจุ 10 เม็ด) โดยจะสั่งซื้อยานี้จากกรุงเทพมหานครแล้วส่งทางไปรษณีย์มาให้ 1 กระปุกจำนวน 100 เม็ด ราคา 2,800 บาท นำมาแบ่งใส่ถุงขาย ถุงละ 10 เม็ด ราคา 50 บาท ขายหมดเดือนละ 1 กระปุกได้กำไรครั้งละ 2,200 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมตัวนำส่ง ร.ต.อ.สิทธิศักดิ์ มูลมานัส รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินคดีต่อไป
สำหรับยาทรามาดอล (Tramadol) หรือยาที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า อนาดอล (Anadol), มาทราดอล (Matradol), ทรามอล (Tramol) เป็นยาในกลุ่มโอปิออยด์ (Opioid) ที่นำมาใช้เป็นยาบรรเทาอาการปวดระดับปานกลางถึงระดับรุนแรง (ทรามาดอลมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดได้ดีเทียบเท่ากับมอร์ฟีนสำหรับอาการปวดระดับต่ำถึงปานกลาง แต่มีประสิทธิภาพด้อยกว่าสำหรับอาการปวดรุนแรง)
หากใช้ยาทรามาดอลในรูปแบบรับประทาน ตัวยาจะออกฤทธิ์ภายหลังการรับประทานยาประมาณ 1 ชั่วโมง ออกฤทธิ์สูงสุดหลังรับประทานประมาณ 2-3 ชั่วโมง และจะหมดฤทธิ์ภายใน 6 ชั่วโมง กฎหมายยาในบ้านเรากำหนดให้ยาทรามาดอลเป็นยาอันตรายตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 และมีขายในร้านขายยาแผนปัจจุบันทั่วไป การใช้ยานี้จึงต้องระมัดระวังและควรอยู่ภายใต้คำสั่งแพทย์เท่านั้น ผู้ป่วยไม่ควรซื้อหายานี้มารับประทานด้วยตัวเอง โดยยาชนิดนี้เมื่อนำไปใช้ในทางที่ผิด ใช้ครั้งละหลาย ๆ เม็ดต่อเนื่องกัน หรือนำไปใช้ผสมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มชูกำลัง หรือ น้ำอัดลม จะให้รู้สึกสบายและเคลิ้มสุขได้เร็วและแรง ส่งผลให้มีความต้องการใช้ยาทุกวัน จนเกิดอาการติดยา ถ้าใช้ยามากเกินไปตัวยาจะไปกดระบบประสาทอย่างมากจนทำให้ไม่รู้สึกตัวได้ด้วย
ทั้งนี้หน่วยงานที่กำกับดูแลได้กำหนดให้ร้านขายยาสามารถซื้อยาตัวดังกล่าวได้ครั้งละ 1,000 เม็ดต่อเดือน และจ่ายยาให้ผู้ซื้อครั้งละไม่เกิน 30 เม็ดต่อครั้ง ซึ่งจะต้องจ่ายยาตามอาการบ่งชี้ เพราะสามารถใช้ยาตัวนี้ได้ไม่เกิน 5-7 วัน ไม่ควรเกินกว่านี้ และไม่ขายให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ปี นอกจากนี้ ร้านขายยาจะต้องทำบัญชีการขายยาตัวนี้ด้วย ฉะนั้น ด้วยการลงระบบออนไลน์สาธารณสุขทุกจังหวัด จะรู้ว่าร้านไหนซื้อยาไปเท่าใด กรณีการขายยาจะขายได้เฉพาะในร้านขายยาแผนปัจจุบันเท่านั้น หากพบไปขายในอินเทอร์เน็ต ตลาดนัด หาบเร่ แผงลอย ถือว่าผิดหมด มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท.
ภาพ/ข่าว ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
