- 01 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 1 ก.ค. 2560 พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5 ได้รับรายงานผลการปฏิบัติงานการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากพ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด ผกก.สส.1บก.สส.ภ.5โดยทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 5 ได้บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมื่อค่ำวานนี้ สามารถจับกุมตัวนายชิษณุพงษ์ หรือเดี่ยว ทองทวี อายุ 35 ปีอยู่บ้านเลขที่ 96/2 หมู่ 3 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีนายสุริยะหรือบ่าว นิระโส อายุ 38 ปีอยู่บ้านเลขที่ 27/1 หมู่ 9 ต.ควนขนุน อ.ควนขนุน จ.พัทลุง นายศตวรรษหรือวุฒิ สันติปาตี อายุ 47 ปีอยู่บ้านเลขที่ 313 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 75 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร และนายอนุรักษ์ หรือแอน เทพประเมิน อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162/5 หมู่ 2 ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง ซิมโทรศัพท์ จำนวนหลายซิม บัตรเติมเงิน 5 ใบ ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลอื่น และบัญชีธนาคารจำนวนมาก
การจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ได้ทำการสืบสวนประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนหลายหน่วยงานจนสืบทราบว่า คนร้ายกลุ่มแก็งค์ Call Center กลุ่มนี้มีพฤติการณ์โทรศัพท์หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน ได้เข้ามาก่อเหตุหลอกลวงประชาชนและเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจากการตรวจสอบพบว่านายอนุรักษ์ หนึ่งในสมาชิก ได้เช่าบ้านอยู่ที่ บ้านเลขที่ 286/75 หมู่ 6 ต.สันผักหวาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้มาโดยตลอด ต่อมาเมื่อวันที่ 27-29 มิถุนายน 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบว่ากลุ่มดังกล่าวได้เข้ามาที่บ้านของนายอนุรักษ์ จริง จึงได้ทำการสืบสวนสะกดรอย และเฝ้าดูบ้านเลขที่ 286/75 หมู่ 6 ต.สันผักหวาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ต้องสงสัยของบุคคลในกลุ่มแก็ง Call Center ว่ามีการรวมกลุ่มกระทำความผิดในบ้านหลังดังกล่าว พบกลุ่มคนเข้าออกบ้านตลอดเวลา และทุกเวลาก็ใช้โทรศัพท์โทรออกไปภายนอกตลอดเวลา ทางเจ้าหน้าที่จึงขอหมายค้นและบุกเข้าค้นที่บ้านทันทีเมื่อค่ำวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมาและสามาถจับกุมพร้อมของกลางได้จำนวนมา
ผู้ต้องหาทั้ง 4 รับสารภาพว่า ได้รวมกลุ่มกันจำนวน 5 คน เพื่อทำการโทรศัพท์ไปหลอกลวงผู้เสียหายเพื่อให้โอนเงินมาให้ โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน มีกระบวนการทำงานคือ จะมีคนที่หาข้อมูลโดยหาข้อมูลอินเตอร์เน็ต จากนั้นจึงได้ใช้โทรศัพท์โทรไปยังหมายเลขดังกล่าว เพื่อหลอกลวงโดยอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ แจ้งกับผู้เสียหายว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายน่าจะถูกปลอมแปลงทำบัญชีซ้อนขึ้นมา จะต้องไปตรวจสอบที่ตู้เอทีเอ็ม และหลอกให้โอนเงินมาให้ ก่อนที่จะไปกดเงินออกมา โดยไม่กี่วันที่ผ่านมาหลังรวมกลุ่มกันสามารถหลอกเงินเหยือได้แสนกว่าบาท หลังสารภาพทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเป็นซ่องโจรเพื่อร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นฯ(ร่วมกับผู้ต้องหาอีก 1 คนที่หลบหนี)”
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดทำงานในคดีนี้ เปิดเผยว่าแก๊งดังกล่าวนี้มีหัวหน้่าแก๊งอยู่ที่กรุงเทพ ซึ่งตัวหัวหน้าแก๊งนี้เคยไปทำงานที่ประเทศจีน มาหลายปี โดยไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนจะหันมาตั้งกลุ่มทำงานเอง โดยมีฐานอยู่ที่ จังหวัดระยอง แต่ก็ถูกตำรวจกองปราบ บุกทลายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่สมาชิกหลายคนหลบหนีรอดได้ ก่อนจะมารวมตัวกันใหม่ที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ก็ถูกตำรวจจับกุมตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนขยายผลการจับกุมกวาดล้างเครือข่ายนี้ต่อไป.
ข่าว-ภาพ- ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน สำนักข่าวทีนิวส์ จ เชียงใหม่
