- 02 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 นายสง่า แสงแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม หาทางให้ความช่วยเหลือ ครอบครัว นางพันมหา พ่อเกตุ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ 15 บ้านโคกกลาง ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม ภายหลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมีฐานะยากจน แต่ลูกสาว คือ เด็กหญิง ภิยะดา พ่อเกตุ หรือน้องหยก อายุ 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโคกกลาง มีอาการป่วยผิดปกติ หลังมีอาการปวดหัว ร่างกายอ่อนล้า เมื่อช่วงเดือน พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา จนกระทั่งนำตัวไปตรวจรักษาที่ โรงพยาบาลอำเภอปลาปาก รวมถึงโรงพยาบาลนครพนม กับไม่ดีขึ้น จนกระทั่งถูกส่งตัวไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดอุดรธานี ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยได้เข้ารับการรักษาประมาณ เกือบ 1 เดือน และปัจจุบันได้กับมาฟักฟื้นดูอาการที่บ้าน ซึ่งทางแพทย์ ได้วินิจฉัยระบุอาการเบื้องต้น ว่า เป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง หรือที่เรียกกันว่าโรคพุ่มพวง พร้อมได้นำยาต้านเม็ดเลือดแข็งมาให้กิน เพื่อดูอาการ ทำให้ต้องหยุดเรียน เนื่องจากโรคดังกล่าว มีความเสี่ยงเกิดอันตราย เพราะบางครั้งจะมีอาการปวดหัว ร่างกายอ่อนแรงฉับพลัน นอกจากนี้ยังมีโอกาสอาเจียนเป็นเลือด และเลือดซึมตามผิวหนัง หรือเป็นจุดช้ำเลือด จึงต้องคอยเฝ้าดูอาการใกล้ชิด และรับประทานยาต่อเนื่อง
เบื้องต้น ทางด้าน นายสง่า แสงแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม ได้ตรวจสอบ ทำเป็นบันทึก เพื่อประสานไปยังพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นครพนม และหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ใจบุญ เพื่อหาทางดูแลช่วยเหลือ นำตัวไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาล ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคดังกล่าวโดยตรง พร้อมสนับสนุนในเรื่อง ยานพาหะนะ รถพยาบาลนำส่ง รวมถึงค่าใช้จ่ายบางส่วน ในการเดินทางไปตรวจรักษาดูอาการตามแพทย์นัด เนื่องจากครอบครัวดังกล่าว มีรายได้น้อย มีอาชีพเพียงทำไร่ทำนา หรือหากผู้ใจบุญที่ต้องการติดต่อสอบถามให้การช่วยเหลือ สามารถติดต่อสอบถามได้ โทรศัพท์ 061-038-7218
ด้าน นางพันมหา พ่อเกตุ อายุ 48 ปี ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า ปกติตนทำงานรับจ้างที่กรุงเทพกับสามีมาหลายปี มีลูกทั้งหมด 2 คน ลูกชายคนโตอายุ 23 ปี มีครอบครัวแล้ว ไปทำงานต่างจังหวัด กทม. ส่วนลูกสาวคนเล็ก เด็กหญิง ภิยะดา พ่อเกตุ หรือน้องหยก อายุ 10 ขวบ เมื่อ 4 ปี ที่ผ่านมา ตนได้พากลับมาบ้านเกิด เพื่อเรียนหนังสือ และดูแลด้วยตัวเอง เพราะอยากมีเวลาดูแลลูก ปล่อยให้สามีทำงานรับจ้างที่กรุงเทพ เพื่อส่งเงินมาเลี้ยงดู ส่วนตนทำไร่ทำนา ที่บ้านเกิดดูแลลูกสาว ซึ่งที่ผ่านมา ตั้งแต่เกิดลูกสาวไม่เคยเจ็บป่วย ไม่เคยมีอาการผิดปกติ เพราะตั้งแต่ตั้งครรภ์มีการไปตรวจพบแพทย์ตลอด จนกระทั่งคลอด
แต่แปลกใจ เมื่อช่วงเดือน พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ลูกสาวกับมีอาการป่วยผิดปกติ บ่นว่าปวดหัวบ่อย และมีอาการร่างกายเมื่อยล้าอ่อนแรง นอกจากนี้ยังมีจุดช้ำตามผิวหนัง ตนจึงได้พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลอำเภอปลาปาก จากนั้นแพทย์ได้ส่งต่อไปตรวจที่โรงพยาบาลนครพนม แต่ดูอาการแล้วยังไม่แน่ชัด จึงถูกส่งตัวไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลอุดรธานี ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้ไปตรวจดูอาการอยู่ประมาณ 3 สัปดาห์ ทางแพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นว่าลูกสาว เป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง หรือที่เรียกว่าโรคพุ่มพวง จะมีอาการปวดหัวรุนแรง ร่างกายอ่อนเพลีย บางครั้งมีจุดช้ำตามผิวหนัง หรือหากขั้นรุนแรง อาจมีอาการไอ ขับถ่ายเป็นเลือด ซึ่งทางแพทย์ได้ทำการฉีดยา และให้รับประทานยารักษา ดูอาการ ทำให้อาการดีขึ้น จึงมาฟักฟื้นที่บ้าน และไปตรวจตามนัดอีกรอบ ซึ่งบางครั้งลูกสาวยังมีอาการปวดหัว อ่อนแรง ทำให้ตนรู้สึกกังวลเป็นห่วงลูกสาวมาก เพราะโรคนี้รู้ว่าโอกาสหายยาก และต้องใช้เงินรักษา แต่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ครอบครัวรายได้น้อย ที่สำคัญลูกสาวต้องหยุดเรียน เพราะต้องดูแลใกล้ชิดตลอด ตนไม่สามารถไปทำงานที่ไหนได้เลย ยอมรับว่าห่วงอนาคตลูก ทั้งที่ลุกเป็นคนฉลาด เรียนหนังสือเก่งมาตลอด หากเป็นไปได้ อยากวิงวอนขอความเมตตา กับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ใจบุญ ช่วยหาทางรักษาลูกสาว เผื่อมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่สามารถตรวจรักษาได้ เพราะเป็นอาการเริ่มต้น แต่หากลำพังต้องดูแลกันเอง อนาคตต้องลำบากแน่ เพราะค่าใช้จ่ายเดินทางไปตรวจรักษาแต่ละครั้งสูงพอสมควร ถึงแม้ช่วงนี้ยังไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาล แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต้องมี ฝากขอความเมตตา
ภาพ/ข่าว ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครพนม
