เอาแล้วไง!!รังวัดที่ดิน น.ส. 3 เกาะทะลุล่ม เจ้าของเอกสารสิทธิ์กลับลำหลังปะทะคารมเดือด อ้างถูกหน่วยงานรัฐกลั่นแกล้งนาน 30 ปี

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประธานคณะทำงาน ตรวจสอบผลการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศเปรียบเทียบครอบระวางแผนที่บนหนังสือรับรองการทำประโยชน์บริเวณเกาะทะลุ ได้นำคณะทำงานประกอบด้วยนายชนการ ทิพย์ประเสริฐสุข นายอำเภอบางสะพานน้อย นายพรชัย สัมมาวุฒิ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด พล.ต.ต.บัญชา ปั้นประดับ ผู้บังคับการตำรวจภูธร ( ผบก.ภ.) จ.อุทัยธานี อดีตรอง ผบก.ปทส. เจ้าหน้าที่ทหารร้อย รส.บางสะพานน้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ที่14 พร้อมอาวุธ นายก อบต.ทรายทอง และ กำนัน ต.ทรายทอง นั่งเรือเร็วเดินทางไปเกาะทะลุ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง หมู่ 3 ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย ห่างจากชายฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร เพื่อตรวจสอบการรังวัดสอบแนวเขตตามที่ นายปรีดา เจริญพักตร์ เจ้าของเอกสารสิทธิ์ที่ดิน น.ส.. 3 จำนวน 14 แปลง เนื้อที่ 128 ไร่ ซึ่งมีการก่อสร้างรีสอร์ทหรูร้องขอให้มีการรังวัดตรวจสอบ

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสาระบบที่มาของการออกเอกสารสิทธิ ส.ค. 1 ทุกแปลงที่นำมาออก น.ส 3 ตั้งแต่ปี 2541 หลังจากเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) ระดับจังหวัด มีมติให้เพิกถอน น.ส.3 บางแปลง ที่ดินประมาณ 3 ไร่ เนื่องจากมีการออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินของทางราชการ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แต่งตั้งคณะทำงานชุดดังกล่าว เพื่อตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ทุกแปลง เนื่องจาก สค.1 บางแปลงมีการแก้ไชลายมือชื่อ บางแปลงระบุพื้นที่หมู่ 2 และมีการกำหนดทิศทางคลาดเคลื่อนไม่สามารถนำมาเรียงต่อกันเป็นที่ดินแปลงเดียวเพื่อออก น.ส. 3 ได้

เอาแล้วไง!!รังวัดที่ดิน น.ส. 3 เกาะทะลุล่ม เจ้าของเอกสารสิทธิ์กลับลำหลังปะทะคารมเดือด อ้างถูกหน่วยงานรัฐกลั่นแกล้งนาน 30 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะทำงานเดินทางมาถึงได้พบกับนายปรีดา พร้อมบุตรชาย ซึ่งเตรียมเอกสารเพื่อชี้แจงที่มาของเอกสารสิทธิ์ โดยยืนยันว่าได้มาโดยขอบด้วยกฎหมาย และที่ผ่านมามีหลายงานพยายามเข้ามาดำเนินการตรวจสอบหลายครั้งในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากถูกกลั่นแกล้งให้ได้รับความเสียหาย และนายปรีดาได้ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยฟ้องร้องหน่วยงานหรือบุคคลใดที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย จากนั้นนายปรีดาได้ปะทะคารมเนื่องจากไม่พอใจนายอำเภอบางสะพานน้อย โดยกล่าวหาว่านายอำเภอว่าบุกรุกเนื่องจากไม่ได้เชิญมาตรวจสอบ รวมทั้งตอบโต้กับนายก อบต.ทรายทอง ทำให้ปัญหาหวิดบานปลาย และ นายปรีดาได้แจ้งให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรังวัดเดินทางออกจากพื้นที่เกาะ พร้อมระบุว่าไม่ต้องการครอบครองเกาะดังกล่าว แต่มีความตั้งใจยกให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน โดยมีการทำกิจกรรมหลายโครงการที่เป็นประโยชน์ แต่มีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงาน สื่อมวลชนบางราย เสนอข้อมูลคลาดเคลื่อนกับข้อเท็จจริง และล่าสุดนายปรีดากล่าวได้เดินทางไปที่สำนักอัยการจังหวัด หลังจากมีการแจ้งความดำเนินคดีข้อหานำซากปะการังมาถมทำถนนบนเกาะ รุกพื้นที่บางส่วนของทางราชการ

 

กระทั่งปลัดจังหวัดชี้แจงว่าการตรวจสอบครั้งนี้ ยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ เพียงแต่ทางราชการต้องการตรวจสอบที่ดินทั้งแปลงด้วยความบริสุทธิ์ใจตามหลักฐานที่ปรากฏ ยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหา แต่การดำเนินการรังวัดไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากนายปรีดา ได้แจ้งคณะทำงานขอยุติการนำชี้แนวเขตตามขั้นตอนที่กำหนด จากนั้นได้เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกถ้อยคำเพื่อให้นายปรีดาแสดงเหตุผลเพื่อนำไปประกอบการประชุมคณะทำงานครั้งต่อไป และล่าสุดเจ้าหน้าที่ที่ดินสาขาอำเภอบางสะพานได้รังวัดแนวเขต น.ส.3 เพียง 2 แปลง จากที่ดินทั้งหมด 14 แปลง ส่วน สค.1 อีก 5 แปลงที่นายปรีดายื่นออก น.ส.3 เพิ่มบนเกาะทะลุ ขณะนี้ อบต.ทรายทอง กำนัน และ ผู้ใหญ่บ้าน ยังไม่มีการลงนามรับรองเอกสารแต่อย่างใด

เอาแล้วไง!!รังวัดที่ดิน น.ส. 3 เกาะทะลุล่ม เจ้าของเอกสารสิทธิ์กลับลำหลังปะทะคารมเดือด อ้างถูกหน่วยงานรัฐกลั่นแกล้งนาน 30 ปี

เอาแล้วไง!!รังวัดที่ดิน น.ส. 3 เกาะทะลุล่ม เจ้าของเอกสารสิทธิ์กลับลำหลังปะทะคารมเดือด อ้างถูกหน่วยงานรัฐกลั่นแกล้งนาน 30 ปี เอาแล้วไง!!รังวัดที่ดิน น.ส. 3 เกาะทะลุล่ม เจ้าของเอกสารสิทธิ์กลับลำหลังปะทะคารมเดือด อ้างถูกหน่วยงานรัฐกลั่นแกล้งนาน 30 ปี

//////////ภาพ/ข่าว ศวิษฐ สำราญรมย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์