- 03 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 ก.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามีหญิงสาวแม่หม้าย ทราบชื่อคือ น.ส.นิษฐาณัฐ หรือแม่นิด ภัทรธนินนิษฐ์ อายุ 54 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 93 /2 ม.9 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ถูกนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความตัวแสบที่โกงเงินเด็กหญิงพิการวัย 14 ปี ไปเกือบ 5 ล้านบาท หลอกลวงเอาเงินไปไป 1,336,830 (หนึ่งล้านสามแสนสามหมื่นหกพันแปดร้อยสามสิบบาทถ้วน) หลังมอบหมายให้เป็นทนายว่าความคดีมรดก โดยทนายขอเงินเรียนต่อปริญญาเอก พร้อมอ้อนขอซื้อรถเบ๊นซ์ ตนเองเห็นว่าเป็นคนพูดจาน่าเชื่อถือเลยให้เงินไปพร้อมแนะให้ช่วยว่าความให้กับแม่ของน้องบีมไม่คิดว่าจะเป็นคนเช่นนี้ เผยทนายแสบรายนี้มีภรรยาเป็นคนทำเอกสารทุกอย่างในการดำเนินการทุกเรื่อง วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการทนายคนนี้เพราะถือเป็นนักบุญคนบาปตัวจริงที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการทนายความ
เมื่อเดินทางไปตรวจสอบพบว่าเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว เนื้อที่กว่า 150 ต.ร.ว. มี น.ส.นิษฐาณัฐ หรือแม่นิด ออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าเศร้าโศก พร้อมเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าเมื่อปี 2550 ตนเองรู้จักกับภรรยาทนายพิสิษฐ์ จึงได้ติดต่อ ว่าจ้างทนายพิสิษฐ์ ช่วยว่าความให้ตนเองเป็นผู้จัดการมรดกของครอบครัวหลังพ่อแม่ตนเสียชีวิต โดยจ่ายค่าว่าจ้างทนายให้ตามปกติ หลังเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วจึงแนะนำให้ช่วยว่าความให้กับแม่น้องบีม เด็กหญิงพิการ วัย 14 ปี เพราะเชื่อว่าเขาจะช่วยครอบครัวน้องได้ ส่วนคดีของตน หลังเสร็จเรื่องเรียบร้อยทนายพิสิษฐ์ได้ติดต่อมาว่าตนเองเป็นอาจารย์สอนอยู่สถาบันราชภัฎนครปฐม มีความใฝ่ฝันอยากจบปริญญาเอกเป็นด๊อกเตอร์ แต่ต้องใช้เงินมากรวมทั้งไม่มีรถยนต์ในการเดินทางไปเรียนหนังสือต่อ เลยเอ่ยปากขอยืมเงินกับญาติๆตนไปเป็นเงินกว่าหนึ่งล้านสี่แสนบาท ตนเองเห็นว่าทนายคนนี้พูดจาเพราะน่าเชื่อถือไม่น่าจะมีอะไรจึงให้เงินช่วยเหลือไป โดยทนายพิสิษฐ์เองยังแอบไปยืมเงินญาติตนเองอีก 2 ราย เป็นเงิน 950,000 บาท แต่ทราบว่ามีการใช้คืนไปให้ในบางส่วน
แม่นิด กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนั้นตนเองก็ทวงถามเงินจากเขามาตลอดแต่ได้รับการบ่ายเบี่ยง เมื่อทวงถามไปทางภรรยาคือ น.ส.พรปวีณ์ ชูแก้ว ก็ปฎิเสธบ่ายเบี่ยงเช่นกัน ก่อนที่จะเปลี่ยนมือถือติดต่อไม่ได้อีกเลยทั้งสอง " แม่น้องนิดกล่าวด้วยน้ำตาว่า ทุกวันนี้ตนเองกับลูกชาย 3 คน ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะเหมือนเป็นตราปาบที่ไปแนะนำให้ทนายคนนี้ช่วยว่าความให้กับครอบครัวของน้องบีม ส่วนตนเองก็เดือดร้อนไม่แพ้กันเพราะลูกชายสองคนไม่มีเงินเรียนต่อ ส่วนคนเล็กที่กำลังเรียนอยู่ก็มีปัญหาเรื่องค่าเทอม ตอนนี้ก็ประกาศขายบ้านที่ได้รับจากมรดกเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว เนื่องจากตนเองไม่มีรายได้อะไร"
ข่าว/ภาพ วิสันต์ ลือประดิษฐ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นนทบุรี
