- 04 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่มีผู้ทำหนังสือเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ว่าราการจังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้อำนาจสั่งยุติโครงการบูรณะหลักเมืองทันที โดยอ้างว่าโครงการบูรณะฯศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชกลายเป็นการลอบดัดแปลงตกแต่งต่อเติมด้วยรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นการทำลายอัตลักษณ์แบบเดิมในการก่อสร้างตามแบบศรีวิชัย รวมทั้งหลักความเชื่อจักรวาลทัศน์ และตำแหน่งดวงดาว ที่อยู่บนเพดานเหนือเสาหลักเมืองถูกรื้อออกจนหมด มีการต่อเติมใหม่เช่นการนำเอาเสาหินอ่อนคล้ายเสาแบบโรมันจำนวน 12 ต้นมาต่อเติมขึ้น พร้อมทั้งสร้างพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนซุ้มเรือนยอดศาลหลักเมืองอย่างผิดปกติแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ธรรมต่อ นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชในปัจจุบันนั้นอยู่ในความดูแลของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีนายเชาว์นวัศ เสนพงศ์ เป็นนายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน และผู้ที่ออกทุนในการบูรณะศาลหลักเมืองคือนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกลุ่มเครือธุรกิจคิงเพาเวอร์ และประธานสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ที่เชื่อมั่นศรัทธาต่อศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ว่ามีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ให้สโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ทยานคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นประวัติศาสตร์ในรอบ 132 ปี โดยมีพระพรหมมังคลาจารย์. “เจ้าคุณธงชัย” วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นผู้ประกอบพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช หลังจากนั้น เจ้าคุณธงชัย หรือพระพรหมมังคลาจารย์ มาประกอบพิธีปลุกเสกผ้ายันต์ รวมทั้งสร้างพระเครื่องพังพกาฬ รุ่นธงชัย และอื่น ๆ ทำให้กระแสของวัตถุมงคลจตุคาม-รามเทพ ที่ซบเซามานานเกือบ 10 ปี กลับมาคึกคักเฟื้องฟูอีกครั้ง แม้จะไม่เท่าเมื่อครั้งระหว่างปี 2545-2550 ก็ตาม
และเพื่อเป็นการตอบแทนศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ที่สร้างปาฏิหาริย์ให้สโมสรเลสเตอร์ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ทางเจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา จึงได้มอบเงินให้มีการก่อสร้างปรับปรุงภูมิทัศน์ในเบื้องต้น 15 ล้านบาท หากไม่เพียงพอก็จะบริจาคเพิ่มเติมจนกว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ซึ่งงบประมาณอาจจะบานปลายไปถึง 30 ล้าน ซึ่งนับเป็นการบริจาคเพื่อศาลหลักเมืองครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ส่วนการดำเนินการออกแบบและบูรณะปรับปรุงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เป็นการเนินการของหน่วยงานในพื้นที่ โดยที่ทางพระพรหมมังคลาจารย์และเจ้าสัววิชัย ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ร้องเรียนพยายามเอาเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระ ต่างสถานที่ และตัวบุคคลเข้ามาเชื่อมโยงให้ดูน่าเชื่อถือ แม้แต่เรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับการตรวจสอบการเสียภาษีของบริษัทคิงเพาเวอร์ก็ถูกนำมาเชื่อมโยงด้วย หรือแม้แต่การเกิดอุทกภัย 2 รอบปลายปี 2559 และต้นปี 2560 ก็ถูกนำมาเชื่อมโยงว่าเกิดจากการลบหลู่ ดูหมิ่นศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไร้สาระ ข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง ทำให้ประชาชนที่รักและเคารพศรัทธาต่อศาลหลักเมืองนครศรีธารรมราช ไม่เข้าใจเรื่องราวที่แท้จริง พากันไม่พอใจ มีความรู้สึกในด้านลบกับพระพรหมมังคลาจารย์ เจ้าคุณธงชัยโกรธแค้นเจ้าสัววิชัย และคณะเป็นอย่างมาก เพราะมีความรู้สึกคล้อยตามและเข้าใจตามเอกสารร้องเรียนว่าเป็นการดัดแปลงสภาพศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อสร้างเสริมหรือคำจุนดวงชะตาของนักธุรกิจหรือนักการเมืองคนใดจริงๆ ทั้งๆที่ตั้งแต่การสร้างศาลหลักเมืองมาตั้งแต่ปี 2530 ไม่เคยมีใครหรือแม้แต่คนกลุ่มนี้เคยบริจาคงบประมาณเพื่อการพัฒนา ปรับปรุงบูรณะฯศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชจำนวนมากมายมหาศาลเช่นนี้มาก่อน
เมื่อเวลา 14.00 น.วานนี้ (3 ก.ค.) ที่ห้องประชุมศรีปราชญ์ ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบหมายให้นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนการบูรณะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช หลังจากได้มีผู้ยื่นหนังสือร้องเรียนการบูรณะปรับปรุงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2560 โดยมี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 ผู้แทนเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด เป็นต้น รวมทั้งสถาปนิกผู้ออกแบบการบูรณะปรับปรุงศาลหลักเมือง บริษัทหินอ่อน จำกัด และช่างผู้ร่วมบูรณะฯ รวมทั้งเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เป็นที่น่าสังเกตว่า ทางคณะผู้ยื่นหนังสือร้องเรียน ที่ก่อนหน้านี้ได้รับเชิญและยืนยันว่าจะเข้าร่วมประชุมไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยกลับไม่มาร่วมประชุมแม้แต่เพียงคนเดียว
สำหรับประเด็นสำคัญที่มีการกล่าวอ้างในข้อร้องเรียนที่สรุปได้ คือการบูรณะปรับปรุงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เป็นการทำลายศิลปกรรมศรีวิชัยดั้งเดิมหรือไม่ และขอให้จังหวัดนครศรีธรรมราชมีคำสั่งให้หยุดการดำเนินการดังกล่าว ให้รื้อถอนเสานางค้ำนอกศาล และเสาใหญ่ในศาล ห้ามมิให้มีการสร้างประตูศาลหลักเมืองโลหะธงชัยตามรูปแบบแปลนแผนผัง และให้ปรับปรุงภูมิทัศน์ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชให้กลับคืนสภาพเดิม
ทั้งนี้ นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ตั้งคำถามว่า ศาลหลักเมืองถึงเวลาซ่อมแซมแล้วหรือยัง และได้มีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบจากผู้อำนวยการสำนักช่าง เทศบาลนครนครศรีธรรมราชว่า ศาลหลักเมืองมีปัญหาน้ำรั่วซึมผ่านฝ้าเพดาน ที่ผ่านมาได้พยายามซ่อมแซมแล้วหลายครั้งแต่แก้ไขไม่ได้เนื่องจากมีน้ำขังด้านบน ซึ่งเทศบาลไม่มีแบบแปลนเพราะไม่ได้เป็นผู้สร้าง จึงได้เชิญนายพรชัย วัฒนวิกย์กิจ หรือ “ อาจารย์เปี๊ยก”ผู้ร่วมออกแบบสร้างศาลหลักเมืองตั้งแต่แรกเมื่อปี 2530 มาร่วมสำรวจด้วย ซึ่งส่วนวัสดุที่รื้อออกไปทุกชิ้นได้นำไปเก็บไว้ที่คลังของสำนักการช่าง ในขณะที่ผู้อำนวยการสำนักการคลัง เทศบาลนครฯ กล่าวว่า ทางผู้แทนบริษัท คิงเพาเวอร์ เพื่อขอบูรณะปรับปรุงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2560 โดยมอบหมายให้บริษัท หินอ่อน จำกัด เป็นผู้บูรณะ ซึ่งทางเทศบาลได้อนุญาตให้บูรณะได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2560 เป็นต้นไป
ทางด้าน รศ.วิเชษฎ์ สุวิสิทฐ์ สถาปนิก คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้ออกแบบการบูรณะปรับปรุงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ก่อนการบูรณะตนได้เข้ามาศึกษารายละเอียดก่อน เพราะศาลหลักเมืองเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวของคนนครศรีธรรมราช และผู้คนทั่วโลก ที่อ้างว่าเป็นการทำเพื่อเสริมดวงให้เจ้าสัววิชัย ตนยังไม่รู้เลยว่า นายวิชัย ศรีวัฒนประภา เกิดวันไหน นายวิชัย เป็นเพียงผู้ให้งบประมาณในการบูรณะเท่านั้น และการบูรณะดำเนินการตามหลักวิชาการ การออกแบบภายในศาลหลักเมืองที่มีการติดตั้งเสาหินอ่อน 12 ต้นนั้นเป็นการทอนสเกล เป็นเสาแบบไทยแต่นำเข้าหินอ่อนจากอิตาลี ไม่ใช่เสาโรมัน ทั้งนี้เพื่อให้มีความสง่างาม มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน เน้นวัสดุที่มีความคงทนถาวร ยังคงยึดถือศิลปกรรมแบบศรีวิชัยเช่นเดิม ไม่ได้ต่อเติมอะไรเกินความเป็นจริง และให้ช่างฝีมือในท้องถิ่นร่วมด้วย โดยเฉพาะ นายพรชัย วัฒนวิกย์กิจ หรือ “อาจารย์เปี๊ยก” ซึ่งเป็นคณะผู้ร่วมสร้างศาลหลักเมืองตั้งแต่ครั้งแรก
“เช่นเดียวกับบานประตูศาลหลักเมืองถูกน้ำฝนจนชำรุดเสียหายจึงได้จัดหาไม้ตะเคียนแผ่นเดียวมาทำแล้วมีการใช้แผ่นสังกะสีดุนลายองค์เทพปิดทับเพื่อไม่ให้บานประตูโดนฝนอีก ทำให้มีความคงทนถาวร โดยใช้ศิลปินในท้องถิ่นเช่นกัน ส่วนเสาหลักเมืองไม่ได้ไปแตะแม้แต่น้อย โดยมีการทำที่ครอบสวมปิดไว้อย่างดีเพื่อไม่ให้ฝุ่นละอองหรือวัสดุใด ๆ ไปกระทบได้”
ทางด้าน นายพรชัย วัฒนวิกย์กิจ หรือ อาจารย์เปี๊ยก กล่าวว่า ตนได้ร่วมออกแบบและสร้างศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปี 2530 ในขณะนั้นอายุ 33 ปี เป็นผู้แกะสลักไม้ศาลหลักเมือง ปั้นพระ และลวดลายต่าง ๆ ด้วยตัวเอง โดยยึดการอ้างอิงจากวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เช่น องค์จตุคามรามเทพ รูปปั้นงู ลายบัวคว่ำบัวหงาย เป็นต้น ส่วนสิ่งที่ได้ต่อเติมเข้าไปใหม่ในการบูรณะครั้งนี้ ซึ่งแต่เดิมไม่มี เช่น เกร็ดงู คันทวย และพระพุทธรูปปางลีลา ล้วนเป็นของเดิมที่เคยคิดไว้ตั้งแต่เริ่มสร้างศาลหลักเมืองครั้งแรก แต่เนื่องจากในขณะนั้นมีงบประมาณที่ได้จากการบริจาคของผู้ศรัทธาซึ่งมีเพียง 5 ล้านบาท แต่งบประมาณที่ต้องใช้จริงถึง 8 ล้านบาท ทำให้ไม่เพียงพอในการก่อสร้างตามเป้าหมายทั้งหมด ส่วนที่มีการสังเกตว่าบนฝ้าเพดานมีการเก็บองค์จตุคามรุ่นปี 2530 และผ้ายันต์ไว้ มีผู้เอาไปหรือไม่นั้น องค์จตุคามและผ้ายันต์เก็บไว้บนชั้นสองของศาลหลักเมืองมีการฉาบปูนปิดทับไว้ ไม่มีใครเข้าไปเอาออกมาได้
นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า รู้สึกเสียดายที่ทางผู้ร้องไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อจะได้รับฟังเหตุผลทั้งสองฝ่าย ซึ่งถือว่าทุกฝ่ายมีเจตนาดีต่อบ้านเมือง แต่อย่างไรก็ตามจะมีการเชิญผู้ร้องให้เข้าร่วมประชุมในครั้งต่อไปด้วย แต่ในเบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมา 1 ชุด ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งกับผู้ร้อง และผู้ถูกร้อง เพื่อรับฟังข้อมูลของทั้งสองฝ่ายแล้วทำหน้าที่ในการสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจถูกต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ก่อนการประชุมทาง รศ.วิเชษฐ์ สุวิสิทฐ์ สถาปนิกผู้ออกแบบการบูรณะปรับปรุงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยบริษัท หินอ่อน จำกัด หรือ TMC และคณะ ได้เปิดศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ที่อยู่ในระหว่างการบูรณะปรับปรุงให้สื่อมวลชนได้เข้าบันทึกภาพทั้งภายในและภายนอกศาลอย่างละเอียด พร้อมทั้งได้อธิบายถึงขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินงานด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมชี้แจงได้สร้างความเข้าใจอย่างแท้จริงให้กับผู้ร่วมประชุมเป็นอย่างดี และเมื่อนำเอกสารหนังสือการร้องเรียนมาเปรียบเทียบพบว่าเป็นการใช้ความรู้สึกเป็นหลัก โดยไม่เข้าใจถึงประวัติความเป็นมา แบบการก่อสร้างเดิม รวมทั้งแบบการก่อสร้างใหม่ ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับศาลหลักเมือง ที่เป็นปัญหามาตลอดเนื่องจากงบประมาณในการปรับปรุงบูรณะฯ โดยเฉพาะการอ้างว่าเจ้าสัววิชัย และพระพรหมมังคลาจารย์ได้มาประกอบพิธีกดพิมพ์วัตถุมงคล และผ้ายันต์รุนต่าง ๆ เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ลบหลู่ศาลหลักเมืองก็ไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมาในช่วงระหว่างปี 2545-2550 ได้มีคณะต่าง ๆ จัดสร้างวัตถุมงคลกว่า 1,500 รุ่น ต่างมาประกอบพิธีกดพิมพ์นำฤกษ์ และพุทธา-เทวาภิเษกภายศาลหลักเมืองทุกวัน ๆ ละหลายรอบ การพยายามเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อกล่าวหาเจ้าสัววิชัย และพระพรหมมังคลาจารย์ หรือ “เจ้าคุณธงชัย “ จึงมองได้ว่ากลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการบูรณะ ฯศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชมีความความตั้งใจ จงใจทำให้ผู้ที่ตั้งใจบริจาคงบประมาณเพื่อพัฒนา ปรับปรุงและบูรณะศาลหลักเมืองให้สวยงาม มั่นคงแข็งแรง รวมทั้งพยายามปลุกกระแสศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชให้กลับมาโด่งดังยิ่งใหญ่ เหมือนช่วงก่อนปี 2550 ที่ทำให้เกิดกระแสด้านการเงินสะพัดเกือบ 50,000 ล้าน ได้รับความเสียหาย ถูกประชาชนที่ไม่เข้าใจมองในด้านลบ เพียงเพื่อหวังเพียงผลประโยชน์ส่วนบางอย่างเท่านั้น
อย่างไรก็ตามหากการดำเนินการบูรณะฯศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ในครั้งนี้มีความบกพร่องในเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการในแต่ละภาคส่วนในการดำเนินการบูรณะฯ ขาดประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนทั่วไป โดยไม่มีการประชาสัมพันธ์ใดๆ แม้แต่น้อย ประกอบกับการดำเนินการมีการปิดกั้นบริเวณรอบศาลหลักเมืองอย่างมิดชิดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยไม่สามารถมองเห็นภายในได้ จึงทำให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัย นำมาซึ่งความมั่นใจของประชาชนอย่างกว้างขวางดังกล่าว.
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
