- 04 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หลังจากรัฐบาลมีนโยบายแก้เผ็ดเอาผิดนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย ทั้งที่ผ่อนผันมาหลายต่อหลายครั้งแต่นายจ้างกลับเมินเฉย เพื่อแก้เผ็ดเอาจริงกับนายจ้าง จึงมีโทษปรับค่อนข้างสูง 400,000-800,000 บาทต่อแรงงานผิดกฎหมายหนึ่งคน ทำให้นายจ้างผลักดันให้ลูกจ้างที่ผิดกฎหมาย เดินทางกลับภูมิลำเนา ทำเอกสารต่างๆให้ถูกต้องแล้วรับเข้าทำงานใหม่
จากมาตรการแก้เผ็ดนายจ้างของรัฐบาล ทำให้เกิดขาดแคลนแรงงานอย่างเฉียบพลัน รัฐบาลจึงต้องผ่อนผันให้อีก 120 วัน ถึงแม้รัฐบาลจะผ่อนผันให้ แต่นายจ้างก็ผลักดันให้ลูกจ้างที่ผิดกฎหมายกลับบ้าน และได้ทยอยเดินทางกลับกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเดินทางกลับทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ วันละ 2 เที่ยวๆละประะมาณ 250 คน หรือวันละประมาณ 500 คน
ต่อมาเมื่แเวลา 12.15 น.วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 เจ้าหน้าที่จากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 ด่านตรวคนเข้าเมืองสระแก้ว มทบ.19 ตำรวจรถไฟฉะเชิงเทรา ตำรวจท่องเที่ยว กว่า 10 นายทำการควบคุมแรงงานเถื่อนทั้งหมด บันทึกประวัติและผลักดันและนำส่งที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศต่อไป
ทางด้าน จ.ส.ต.สกล ทองคำ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก (นครนายก ปราจีนบุรีและสระแก้ว) กล่าวว่า ในช่วง นี้แรงงานชาวกัมพูชาที่ผิดกฎหมายได้อพยพกลับประเทศกัมพูชาจำนวนมากทำให้สถานประกอบการต่างๆ ได้รับผลกระทบ ในขณะเดี่ยวการท่องเที่ยวก็กระทบเช่นเดียวกัน เช่น แรงงานชาวกัมพูชาตามร้านอาหาร ภัตตาคาร ประมงขาดแรงงาน ไม่มีคนจับปลา ปลาทะเลขาดแคลน ปลาทะเลราคาแพง ส่งผลให้อาหารมีราคาแพงตามมาด้วย นักท่องเที่ยว และบุคคลทั่วไปลดการซื้อ มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้จะมีระยะเวลาอันสั้นแต่ก็มีผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
นางซม เอือน อายุ 42 ปี ชาวกัมพูชา อยู่จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ได้ไปทำงานอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา 3ปีแล้ว ตอนนี้พาสปอร์ตหมดอายุ นายจ้างให้ไปทำใหม่ เสร็จแล้วจะกลับมาทำงานที่เดิม
ภาพ/ข่าวโดย นายสวาท เกตุงาม
เรียบเรียงโดย นายยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์จังหวัดสระแก้ว
