- 04 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณี ด.ญ.ภัทรดา หรือน้องบีม แก้วผ่อง นักเรียนพิการ ชั้น ม.2 โรงเรียนศรีสังวาลอดีต นักร้องคอรัสดังในโฆษณาดังของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง พร้อมนางสาวพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดา ถูกนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความยักยอกเงิน 5 ล้านบาท ที่บริษัทเจ้าของรถบรรทุก 18 ล้อชดใช้ให้กับน้องบีมในฐานะผู้เสียหายจากอุบัติเหตุจนร่างกายพิการ ก่อนที่นางสาวพรทิพย์จะพาบุตรสาวเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางยี่ขัน และมีการถอนแจ้งความในเวลาต่อมาเนื่องจากนายพิสิษฐ์ จะชดใช้เงินจำนวนดังกล่าว แต่ภายหลังกลับไม่มีการชดใช้ตามข้อตกลงทำให้สองแม่ลูกต้องร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆกระทั่งความช่วยเหลือต่างๆทยอยหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 4 ก.ค.2560 ที่ สำนักงานสภาทนายความนครศรีธรรมราช นายลือชา เปี่ยมสุวรรณ กรรมการบริหารสภาทนายความภาค 8 พร้อมคณะกรรมการสภาทนายความภาค 8 เปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่าถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2547 ที่ สภ.ท่าฉวาง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีเหตุรถพ่วง18 ล้ออิกจากปั๊มน้ำมันพุ่งชนรถกระบะที่ นางพรทิพย์ จันทรรัตน์ กับพวกขับมาบนถนนสายหลัก ทำให้นางสาวพรทิพย์ และดญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือ “น้องบีม” ลูกสาวและคนที่นั่งมาในรถรวม 5 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส
จนพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหานายบุญทัย โคตรวรรณ คนขับ ส่งฟ้องศาลในคดีอาญาดำที่ 195/2548 คดีแดง 396/2549 ของศาลจังหวัดไชยา โดยคดีนี้มีนายวันรัตน์ นาคสุวรรณ เป็นทนายความในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการฯจนในที่สุดศาลได้พิพากษาจำคุกนายบุญทัย โคตรวรรณ เป็นเวลา 3ปี 8 เดือน โดยคดีนี้นายวันรัตน์ นาคสุวรรณ ทนายความไม่ได้เรียกร้องค่าทนายความแต่อย่างใด
ต่อมาได้มีทนายความอีกคนคือ น.ส.สุชญา ขำเกิด ซึ่งเป็นทนายความในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับว่าความให้ในส่วนแพ่งเรียกค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายทั้ง 5 คนคือ น.ส.อุษา โมะเกิด นายสมโชค โสมะเกิด น.ส.พรทิพย์ จันทรรัตน์ ด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือ “น้องบีม” และนางสุภาภรณ์ จันทร์อ่อน จนศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลย 3 คือนายบุญทัย โคตรวรรณ บริษัท น.น.น.อินเตอร์เฟรท (ประเทศไทย)จำกัดและบริษัทลิเบอร์ตี้ประกันภัยจำกัด ให้ชดใช้เงินค่าเสียหายให้โจทก์ทั้ง 5 รวมเป็นเงิน 4,735,300บาท เต็มตามฟ้องซึ่งโจทก์อุทธรณ์ ทนายสุชญา ได้ยื่นแก้อุทธรณ์ให้ จนศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดย น.ส.สุชญา ทนายความคนที่ 2 ก็ไม่ได้รับค่าตอบแทนเลยแม้แต่บาทเดียว
นายลือชา เปี่ยมสุวรรณ กล่าวอีกว่า ต่อมาในระหว่างการรอบังคับคดี น.ส.พรทิพย์ จันทร์รัตน์ ได้ไปตกลงแต่งตั้งนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ซึ่งอ้างตัวเป็นทนายความ เป็นผู้รับมอบอำนาจเป็นทนายความจากโจทก์ทั้ง 5 ให้มาแถลงต่อศาลให้เป็นผู้ดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยทั้ง 3 แทนนายวันรัตน์ นาคสุวรรณ และ น.ส.สุชญา ขำเกิด 2ทนายความที่ทำคดีมาตั้งแต่แรก ทำให้ 2 ทนายความต้องพ้นหน้าที่ไปโดยไม่ได้รับค่าทนายความแต่แม้แต่บาทเดียว เพราะมีนายพิสิษฐ์ อ้างตัวเป็นทนายความเข้ามาสวมรอยแทน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายทั้ง 5 เป็นการกระทำขึ้นระหว่างนายพิสิษฐ์กับผู้เสียหายทั้ง 5 ไม่ได้ส่งผลมายังทนายความทั้ง 2 ท่านที่ทำคดีนี้ให้ในช่วงแรกแต่อย่างใด
“ในกระบวนการที่จะดำเนินการกับนายพิสิษฐ์ ทางสภาภาค 8 และทางสภาทนายความและเนติบัณฑิตยสภา ได้ร่วมกันทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอยู่ระหว่างการดำเนินการ ส่วนคดีที่จะเรียกเงินคืนทางแพ่งทางสภาทนายความก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือกับผู้เสียหายทั้ง 5 คน ถ้าหากผู้เสียหายทั้ง 5 ไปร้องเรียนกับสภาทนายความและมอบคดีให้สภาทนายความเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งขณะนี้สภาทนายความก็กำลังดำเนินการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ อยู่ แล้ว โดยให้ผู้เสียหายทั้ง 5 เข้ามาร้องกับสภาทนายความ เราพร้อมที่จะดำเนินคดีให้ทันทีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น”
ในส่วนของคดีมารยาทสภาทนายความมีข้อบังคับเป็นกฎหมายเป็นข้อบังคับไว้สำหรับควบคุมทนายความที่ประพฤตินอกรีด ทนายความท่านใดที่ประพฤติผิดมารยาททนายความทางสภาทนายความก็มีข้อบังคับที่จะเอาผิดกับทนายความทุกคน โดยมีโทษถึงขั้นสั่งพักใบอนุญาตลบชื่อจากการเป็นทนายความหรือสั่งพักไม่ให้ว่าความกี่ปี เรามีข้อบังคับในปกครองทนายความอยู่แล้วไม่ต้องห่วง ซึ่งจากกรณีนี้ทนายทำผิดเพียงคนเดียวส่งผลกระทบต่อทนายความทั่วประเทศมาก.
ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช Clip VDO
