- 04 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 เวลา 13.30 น.ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ต.ปรัชญา ต้นสกันยา สว.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ร.ต.อ.อารมณ์ เจริญสรรพ์ พร้อมชุดสืบสวน นำตัว นายศิวฤทธิ์ หรือเอ็ม ลาวัลแก้ว อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 56 หมู่ที่ 7 ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งชุดสืบสวนเข้าทำการจับกุมในลักทรัพย์ ได้ภายในห้องพักหมายเลข 3 ของหอพักพงศกร เลขที่ 9/38 ถ.กมลชัยพัฒนา เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมกับทำการสืบสวนร่วมกับ พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ท.เอกก์ พูลบวรรักษ์ ปรก.รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์
ภายหลังจากที่กล้องจรปิดบันทึกภาพของ นายศิวฤทธิ์ หรือเอ็ม ลาวัลแก้ว ผู้ต้องหาได้ในขณะเข้าทำการงัดรถจักรยานยนต์ เพื่อขโมยทรัพย์สินของประชาชนที่กำลังออกกำลังกาย ครั้งเดียวถึง 7 คัน ภายในสวนสาธารณกุดน้ำกิน เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จนทำให้ประชาชนที่ออกกำลังกายร้องทุกข์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเข้าจับกุมภายในห้องพักดังกล่าว ได้พร้อมของกลางใน คดี 17 รายการ อาทิเสื้อวอร์ม แขนยาว แขนสั้น รองเท้าผ้าใบ เหล็กงัดรถรูปตัวแอล รีโมทตัดสัญญาณรถยนต์ นอกนั้นจะเป็นโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ เงินสดจำนวน 4,000 บาทและอื่นๆ
พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า คดีนี้เกิดความเสียหายต่อประชาชนโดยเมื่อวันที่ 3 กรกฎคม 2560 ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุจากกลุ่มนักออกกำลังกายภายในสวนสาธารณกุดน้ำกิน มาร้องทุกข์ให้ตำรวจเร่งติดตามคนร้ายที่ได้เข้าไปงัดรถจักรยานยนต์เอาของมีค่าออกไปส่วนใหญ่จะเป็นโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงิน หายไป เฉพาะวันนี้เกิดเหตุถึง 7 คัน ซึ่งหลังเกิดเหตุพล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ชุดสายสืบจึงได้เข้าแกะรอยจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏเห็นหน้าตาคนร้าย ซึ่งจะแต่งตัวเป็นชุดกีฬาวิ่งออกกำลังกายและจะนั่งสังเกตรถจักรยานยนต์ที่มาจอดเมื่อวางของมีค่าไว้ใต้ตัวรถก็จะเข้าทำการงัดเบาะเพื่อขโมยของไป เมื่อกล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้ตำรวจจึงได้ทำการแกะรอยจนทราบว่าคนร้ายได้แอบมาเปิดห้องพักเอาไว้ จึงได้เข้าไปติดตามจับกุมได้พร้อมของกลางดังกล่าว
ด้าน นายศิวฤทธิ์ หรือเอ็ม ลาวัลแก้ว ผู้ต้องหา ให้การสารภาพว่า ตนเป็นคนจังหวัดสงขลา ซึ่งเมื่อปี 2553 ก็ติดคุกในข้อหาลักทรัพย์ 2 ปี เมื่อพ้นโทษออกมาไม่รู้จะทำอะไรอีกทั้งเป็นคนชอบความหรู่หราจึงได้ตระเวนงัดรถในลักษณะนี้ โดยจะทำทีไปออกกำลังกายตามสถานที่สาธารณะสำคัญในแต่ละจังหวัด จากนั้นก็จะทำการสังเกตว่ามีใครนำของมีค่าไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์บ้าง เมื่อเห็นก็จะทำการงัด ทั้งนี้ยังรวมไปถึง รถยนต์ ซึ่งหากมีคนเผลอก็จะเข้างัด โดยจะใช้อุปกรณ์ตัดสัญญาณรถที่เตรียมมา แล้วจากนั้นก็จะนำทรัพย์สินไปขายตามแผงโทรศัพท์หรือไม่ก็โรงจำนำ ซึ่งก็ได้ตระเวนลักทรัพย์มาแล้วในหลายจังหวัดทั่วประเทศ จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ในที่สุด
สำหรับคดีนี้ สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ยังได้ประชาสัมพันธ์ไปยังผู้เสียหายที่คาดว่าอาจจะเป็นผู้เสียหายก็สามารถเข้ามาร้องทุกข์ยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ได้
ภาพ-ข่าว/ชมพิศ ปิ่นเมือง ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
