- 06 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
--เมื่อเวลา 02.00น. วันที่ 6 ก.ค. 2560 นาย ขจรศักดิ์ พุ่มสกุลอายุ 35ปี และนางสาว พรนภา พุ่มจันทร์ อายุ 23 ปี ภรรยา พักอยู่บ้านเลขที่ 15 ชุมชนเก้าห้อง แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กทม. ได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.สุนทร พิมพ์พันธุ์ พงส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ว่าในช่วงเวลา 22.30 น. ที่ผ่านมาขณะที่ตนและภรรยาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HONDA รุ่น PCX สีดำ ป้ายแดงมาตามซอยวัดคู่สร้างโดยห่างจากตัววัดคู่สร้างประมาณ 100 เมตร ได้มีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์และซ้อนท้าย ขับตามกันมา 3 คัน จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้เข้ามาประกบแล้วได้ชักมีดปลายแหลมมาจี้ตนและภรรยาให้ลงจากรถ จากนั้นขับรถของตนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
--ด้าน พ.ต.ท.สุนทร จึงลงพื้นเข้าตรวจสอบพร้อมด้วย นาย ขจรศักดิ์ พบว่าในที่เกิดเหตุมีบ้านเรือนประชาชนหนาแน่น จึงไม่ปักใจเชื่อว่ามีคนร้ายมาก่อเหตุจริง ขณะเดียวกันระหว่างที่มีการสอบถามนาย ขจรศักดิ์ เริ่มมีพิรุธหลายอย่าง และให้การไม่ตรงกันภรรยา อีกทั้งไม่แสดงการเสียดายทรัพย์เหมือนคนอื่น รวมทั้งสภาพร่างกายคล้ายคนเพิ่งตื่นนอน และยังมีข้อน่าสงสัยคือทำไมผู้เสียหายไม่มาแจ้งความทันทีในขณะที่ถูกชิงทรัพย์
--ต่อมาเมื่อเวลา 11.00น.วันที่6กรกฎาคม 2560 พ.ต.อ.อนันต์ ชัยชาญ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุนทร พิมพันธ์ พนักงานสอบสวน จึงได้นัดนายขจรศักดิ์และภรรยามาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง นาย ขจรศักดิ์ และ ภรรยา จึงยอมเปิดปากรับสารภาพว่าเรื่องราวทั้งหมดตนและภรรยาได้กุเรื่องขึ้นมาโดยนาย ขจรศักดิ์ อ้างว่าที่ต้องมาแจ้งความเท็จในครั้งนี้เนื่องจากก่อนหน้านั้นได้ไปซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเมื่อต้นเดือนมีนาคม 60 ที่ผ่านมาในราคาแสนกว่าบาท และได้ส่งงวดรถไปแค่ 2 งวดเท่านั้น ทำทางไฟแนนซ์ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามทวงหนี้ที่ค้างอยู่ แต่ไม่มีเงินไปชำระ ซึ่งพอดีตนได้ไปรู้จักกับนายบัง (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) ชักชวนตนให้ไปเล่นพนันแทงบอลเพื่อหวังจะได้เงินมาชำระค่างวดรถที่ค้าง หลังจากที่เข้าเล่นพนันบอลได้เดือนกว่าแทนที่จะได้เงินเพิ่ม กลับเป็นหนี้เกือบสามหมื่นบาท กระทั่งเจ้าของโต๊ะบอลไล่บี้ทวงเงินและขู่จะทำร้ายร่างกาย แต่ตนไม่เงินไปจ่ายทางโต๊ะบอลจนถูกยึดรถจักรยานยนต์แทน จากนั้นตนจึงวางแผนภรรยามาแจ้งความเท็จเพื่อที่จะได้ไม่ต้องส่งค่างวดรถที่ค้าง
--ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหานาย ขจรศักดิ์และนางสาว พรนภา 3 ข้อหา คือร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย 2.ร่วมกันรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นและแจ้งความแก่พนักงานสอบสวนหรือผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด และ3.แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนหรือผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
*****************************************************************************
ข่าว-ภาพ กัลยกฤษย์ ธนาวัฒน์ชัยกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สมุทรปราการ
