- 07 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายน้อม อินทร์ยิ้ม อายุ 80 ปีชาวจังหวัดนครสวรรค์ ปัจจุบันพักอยู่บ้านเลขที่ 121/1ม.3 บ้านคลองยอ ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด อดีตเป็นพนักงานของโรงโม่หินเพชรสยามศิลาตราด จำกัด เกษียณอายุการทำงานเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ได้รับเงินจากประกันสังคมมาจำนวน กว่า 8 หมื่นบาท แต่ทางบริษัท ยังให้ทำงานต่อ ในตำแหน่งยาม โดยให้รับเงินเดือน จนเมื่ออายุได้ 74 ปี สุขภาพของนายน้อมเริ่มไม่ดี เจ็บป่วยบ่อย จึงขอลาออกจากบริษัทเพราะทำงานไม่ไหว และสุดท้ายล้มป่วยลงภรรยาคู่ชีวิตก็หนีจากไป พร้อมกับเงินประกันสังคมและเงินที่เก็บหอมรอมริบไว้ได้ประมาน 1 แสนบาท ปล่อยให้นายน้อม นอนป่วยอยู่เพียงลำพัง นายสุรศักดิ์ อิงประสาร หรือเสี่ยเพ่ง นายจ้างซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานโม่หิน เพชรสยามศิลาตราด จำกัด จึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ให้พนักงานและภรรยาของนายสุรศักดิ์ คอยส่งข้าว ส่งน้ำ และพาไปหาหมอ ในที่สุด อาการเจ็บป่วยเริ่มทุเลา สุขภาพกายดีขึ้น แต่สุขภาพจิตใจ กลับแย่ลง นายน้อมกลับมีอาการเหม่อลอย และเครียดกับปัญหาชีวิต ที่เมียหนี ไม่มีเงินใช้ ไม่มีงานทำ ชีวิตเดียวดาย จนกลายเป็นคนคลุ้มคลั่งเสียสติในที่สุด
นายสุรศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2554 นายน้อย ถูกเมียทิ้ง เพราะทนอยู่ด้วยไม่ไหว นายน้อมเกิดอาการคลุ้มคลั่ง หวาดระแวง จนเสียสติ ใช้มีดไล่ทำร้ายผู้คน จนต้องช่วยกันจับตัวส่งโรงพยาบาลตราดทำการรักษา ซึ่งขณะนั้นนายน้อมพักอาศัยอยู่ในบ้านเก่าๆ หลังคาสังกะสีไม่ห่างจากโรงงานนัก ตนเองจึงช่วยสร้างบ้านให้ใหม่ เป็นบ้านหลังคากระเบื้อง ตกแต่งอย่างดี ราคาเกือบ 3 แสนบาท หลังจากรักษานายน้อมจนอาการดีขึ้นประมาณ 1 เดือน จึงให้มาพักอาศัยอยู่บ้านหลังใหม่ ในชุมชนบ้านคลองยอ พร้อมทั้งคอยส่งข้าว ส่งน้ำ ทุกเดือน จะให้ข้าวสาร 10 กก. พร้อมอาหารแห้ง และทุกๆวัน จะให้ภรรยา ซื้อกับข้าวสำเร็จมาให้ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเดือนละ 800 บาท และคอยดูแลเมื่อเจ็บป่วย จะพาไปหาหมอเป็นประจำ นอกจากนี้ อบต.บ่อพลอย ยังมอบเงินผู้สูงอายุให้อีกเดือนละ 700 บาท ทำให้นายน้อมมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสภาพจิตใจก็เริ่มดีขึ้น แม้จะยังทำใจกับการถูกทอดทิ้งก็ตามที ทุกวันนี้ นายน้อม ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง อาศัยปลูกพืชผักสวนครัว ในที่ดินว่างเปล่ารอบๆบ้านไว้รับประทาน ก็พออยู่ได้ไม่เดือดร้อน ภายในบ้าน จะมีห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำและห้องนั่งเล่น มีโทรทัศน์อยู่ 1 เครื่อง แต่เสียมานานแล้วจึงไม่มีเครื่องช่วยคลายเหงาแต่อย่างไร ซึ่งนายสุรศักดิ์ บอกว่า จะให้ภรรยาของตนที่ทำหน้าที่คอยดูแลนายน้อม ไปซื้อโทรทัศน์มาให้ใหม่ไว้ดูแก้เหงา
คนงานของบริษัทเพชรสายมศิลาตราด จำกัด เล่าให้ฟังว่า นายน้อม อพยพมาเสี่ยงโชคขุดพลอยในอำเภอบ่อไร่เมื่อปี 2525 ต่อมาพลอยหมดลง นายน้อมจึงเข้าทำงานเป็นพนักงานของโรงโม่หินกับเจ้าของเดิมประมาณปี 2535 จนปี 2552 นายสุรศักดิ์ เข้ามาซื้อโรงโม่หินจากเจ้าของเดิม ยังคงให้นายน้อมทำงานต่อ แม้จะเกษียณอายุการเป็นพนักงานไปแล้วก็ตามที จนในปี 2554 นายน้อมทำงานไม่ไหวและล้มป่วยลง จนเมียหอบเงินหนีไปดังกล่าว คนงานเล่าต่อว่า นายน้อม มีบุตรชาย 2 คน ที่เกิดกับภรรยาคนแรก ก่อนมาอยู่บ่อไร่ กับภรรยาคนที่ 2 ปัจจุบัน บุตรชายของนายน้อมเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไป 1 คน ส่วนบุตรชายที่เหลือ ไม่เคยติดต่อกับนายน้อมอีกเลย แม้ภรรยาคนที่ 2 ที่อยู่กินกันมากว่า 30 ปี ก็มาหนีจากไป ในยามที่นายน้อมล้มป่วยลง บั้นปลายชีวิตของนายน้อมจึงกลายเป็นพ่อเฒ่าเดียวดาย ไร้ญาติ ขาดมิตร ขาดคนฝากผี ฝากไข้ แต่ยังเป็นบุญของนายน้อม ที่นายจ้างใจดีอย่างนายสุรศักดิ์ ไม่ทอดทิ้งและรับปากจะคอยอุปถัมภ์ ดูแล จนกว่าชีวิตจะหาไม่
ภาพ/ข่าว พูลศักดิ์ บุญลอย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตราด
