- 07 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เกษตรกรทำนาบัว เร่งตัดดอกบัวหลวงขายให้พุทธศาสนิกชนเวียนเทียน-บูชาพระรัตนตรัย ในช่วงเทศกาลวันอาสาฬหบูชา -เข้าพรรษาราคา พบยังคงทรงตัวไม่แพงเพิ่มจากเดิม ขณะบรรยากาศการจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์พุ่มผ้าอาบน้ำฝน-เทียนจำนำพรรษาเขตนิคมอุตสาหกรรม 304 ให้หนุ่มสาวฉันทนาก่อนถึงวันหยุดยาวต่อเนื่อง พบขายดีมาก ช่วง 3 วันนี้ก่อนถึงเทศกาล วันนี้ 7 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การตัดดอกบัวหลวงของชาวนา ที่ทำกันมากที่ตำบลท่างาม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี โดยเฉพาะติดริมชายฝั่งแม่น้ำปราจีนบุรี เพื่อส่งขายในเทศกาลวันสำคัญทางพุทธศาสนา วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ได้เกษตรกรผู้ทำนาบัว ชื่อนายฉลอง อุดมสวรรค์ อายุ 60 ปีและนางบรรจง อุดมสวรรค์ 2 สามี - ภรรยา มี เกษตรกรผู้มีอาชีพทำนาปรัง - และนาบัวพร้อมพืชน้ำหมุนเวียนอีกหลายอย่างในแปลงเดียวกัน แห่งบ้านท่างามหมู่ที่ 5 อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี
นายฉลอง กล่าวว่า “ยึดอาชีพทำนาบัว ควบคู่ กับการทำนาปรัง มาร่วม18ปี โดยการทำดอกบัวในนา มีอยู่ราว 4 ไร่ การทำนาบัวของตนเองนั้นมีข้อได้เปรียบที่บ้านอยู่ติดกับแม่น้ำปราจีนบุรี สามารถทำนาได้ตลอดทั้งปี โดยยามหน้าแล้งก็ยังพอมีน้ำมาใส่นาบัวสร้างรายได้หมุนเวียนสามารถตัดดอกบัวขายส่งให้ลูกค้าได้ตลอดปี ในทุก 3 วัน โดยไม่ต้องไปหยิบยืมเป็นหนี้เป็นสินใคร”
“โดยในการทำนาบัว ดูเหมือนว่าไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แต่ก็มีบ้างสำหรับศัตรูพืช จำพวกหนอนม้วนใบ ที่มักมากัดกิน สร้างความเสียหายให้กับใบบัว อาจทำให้บัวนั้นเน่าเสียได้ การทำนาบัวนั้นจะดูแลด้วยการใส่ปุ๋ย สูตรเสมอ ในนาบัวเดือนละครั้ง บัวหลวงจะออกดอกตลอดทั้งปี สามารถเก็บขายส่งให้แม่ค้าตามตลาดสดทั้งตลาดล่าง และตลาดหน้าค่ายจักรพงษ์ อ.เมืองปราจขีนบุรีได้ไม่ขาดแคลน” “ส่วนราคาขาย แม้ช่วงนี้ เป็นช่วงเทศกาลวันอาสาฬหบูชา – วันเข้าพรรษา ดอกบัวหลวงจะขายดี โดยเร่งเก็บเพิ่มจากเดิมเท่าตัว แต่ราคาขายส่งยังทรงตัว ค้าขายในราคาปกติ โดยการขายนั้น จะขายเป็นกำมี 2 ราคา คือ 3 ดอก ต่อหนึ่งกำ 5 บาท ดอกเล็ก 5 ดอก 4 บาท ถือว่าเป็นการขายราคาปกติ ที่ไม่มีขึ้น - มีลง ซึ่งพอเลี้ยงชีพได้อย่างพอเพียง”นายฉลอง กล่าว และกล่าวต่อไปว่า “ ดอกบัวหลวงนี้ นอกจากจะตัดดอกขายแล้ว ยังนำไหลบัวไปขายที่ตลาดหน้าค่ายจักรพงษ์ และที่เหลือยังนำไหลประกอบอาหารได้ด้วย เช่น แกงไหลบัว โดยมีภรรยาคือป้าบรรจงเป็นคนนำไปขายเอง”นายฉลอง กล่าวในที่สุด
นอกจากทำนาบัวนาปรังแล้ว ลุงฉลองยังปลูกพืชน้ำ คือ ผักกระเฉด , ผักบุ้งควบคู่กันไปด้วยโดยจะเก็บพร้อมกัน 3 อย่าง ผักกระเฉด ผักบุ้ง ก็ขายเป็นกำราคาเท่ากัน นับว่าเป็นการทำเกษตรผสมผสานไปในตัวมีรายได้แก่ครอบครัวดีพอสมควร”
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไป ขณะบรรยากาศ ก่อนเทศกาลวันอาสาฬหบูชา – เข้าพรรษาปีนี้ ตามร้านค้าสังฆภัณฑ์ทั่วไปโดยเฉพาะเขตนิคมอุตสาหกรรม 304 ที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่หนุ่ม –สาวฉันทนาจำนวนมาก มีโรงงานมากกว่า 1,000 แห่ง พบว่าร้านค้าคึกคัก ต่างจัดหาของสำหรับถวายพระอาทิเช่น ผ้าอาบน้ำฝน , ถังสังฆทาน, เทียนจำพรรษา, ยาสามัญประจำบ้านโดยนำออกมาวางขายที่หน้าร้านไว้บริการลูกค้ากันแล้วอย่างสวยงาม รองรับแรงงานหนุ่ม – สาว ที่จะถึงวันหยุดยาวต่อเนื่องเดินทางกลับไปทำบุญในวัยสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่ภูมิลำเนา
อาทิ ที่ร้านมหาโพธิสังฆภัณฑ์ ในตลาดโคกขวาง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี โดยเฮียธเนศ เจ้นิภา ซึ่งเป็นเจ้าของร้านกล่าวว่า “ที่ร้านได้นำของสังฆ์ภัณฑ์ ออกมาวางจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในราคาย่อมเยาว์ ราคาถูกได้มาตราฐาน ซึ่งเจ้นิภาเป็นคนจัดห่อและจัดรูปทรงเพื่อเป็นการเอาใจลูกค้าได้เลือกซื้อหาไปถวายพระทำบุญที่วัดกันตามใจชอบ เจ้นิภา บอกว่า “ทางร้านมีเครื่องสังฆภัณฑ์โดยเทียนจำนำพรรษา หลายราคา ตั้งแต่ ราคา 50-800บาท , พุ่มผ้าอาบน้ำฝน พร้อม หลอดไฟฟ้านีออน 100 -250 บาท , พระพุทธรูปต่างๆก็เช่นเดียวกัน สิ่งของเหล่านี้ พบว่าจะขายได้ดีเฉพาะช่วงหน้าเทศกาลเข้าพรรษา3ก่อนเข้าพรรษานี้เท่านั้น จากนั้นก็จะพอขายได้บ้างเรื่อยๆ จะมีลูกค้ามาสั่งซื้อไปถวายสังฑทานและอื่นๆ”เจ้นิภากล่าว
ภาพ/ข่าว มานิตย์ สนับบุญ /ทองสุข สิงพิมพ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปราจีนบุรี
