- 08 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่กลุ่มมาเฟียโดยการนำของ น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล หรือ “บิว” และนายเด่นชัย ภูมินิยม หรือ อดีตพระเด่นชัย” สามีนางปิยฉัตร หรือบิว เข้าไปฮุบอำนาจวัดวังตะวันตก ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และร่วมกันก่อคดีฆ่าฝังดินสามเณรศุภโชค เอกเกียรติกุล อายุ 17 ปี หรือ “สามเณรปลื้ม” กลางวัดวังตะวันตก ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยศพสามเณรปลื้มถูกฝังนาน 5 เดือน เจ้าหน้าที่ขุดพบศพเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2560 และนำไปสู่การจับกุมคนร้าย 4 คน พร้อมขอกำลังทหาร มทบ. 41 ในการจัดระเบียบวัดวังตะวันตก และวัดอื่น ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ดำเนินการจัดระเบียบแล้วรวม 11 วัด โดยเฉพาะวัดศาลามีชัย ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลทอง ใกล้สี่แยกหัวถนนศาลามีชัย ใกล้ห้างเซ็นทรัลพลาซ่า สาขานครศรีธรรมราช โดยพบว่าวัดแห่งนี้เจ้าอาวาสอาพาธหนักมาหลายปีแล้ว ทำให้มีกลุ่มนายทุนเข้าไปฮุบบริหารจัดการวัดอย่างเบ็ดเสร็จตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(8 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจาก พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.สทบ. 41 นำคณะทหารเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบวัดศาลามีชัย ทำให้กลุ่มนายทุนที่เคยได้รับผลประโยชน์จากวัดไม่พอใจพระราชปริยัติเวที เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเข้าใจว่าพระราชปริยัติเวที เป็นผู้ให้ข้อมูลและนำทหารเข้าจัดระเบียบวัด ทั้ง ๆ ที่ในข้อเท็จจริงทางทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับข้อมูลจากการร้องเรียนของชาวบ้านก่อนจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูล เมื่อพบว่าวัดใดที่การบริหารจัดการไม่โปร่งใสเป็นไปตามที่ได้รับการร้องเรียนก็จะเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบโดยขอความร่วมมือมายังทางคณะสงฆ์เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ที่ผ่านมาพระราชปริยัติเวทีจึงถูกกลุ่มอิทธิพลที่มีผลประโยชน์อยู่กับวัดต่าง ๆ กดดันอย่างหนักจนรู้สึกไม่น่าไว้วางใจในความปลอดภัยนัก
ต่อมาทาง พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ.41 ได้แจ้งประสานและขอความร่วมมือมายังพระราชปริยัติเวทีให้พิจารณาสั่งการแก้ไขปัญหาวัดศาลามีชัยตามอำนาจการปกครองสงฆ์ และเนื่องพระครูวิชัยนันทคุณ (ครื้น) อายุ 86 ปี เจ้าอาวาสวัดศาลามีชัย มีอายุมากถึง 86 ปี และนอนอาพาธอยู่บนแคร่ภายในโรงฉันท์ใกล้โบสถ์ และมีญาติ ๆ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่สามารถดูแลบริหารจัดการวัดได้ พระราชปริยัติเวทีจึงเห็นควรปลดเปลื้องภาระเพื่อห้ได้พักผ่อน ดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย จึงอาศัยอำนาจตามความในข้อ 36(5) และข้อ 39 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2541 ว่าด้วยเรื่องการุถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2535 จึงให้ยกพระครูวิชัยนันทคุณ (ครื้น) เจ้าอาวาสวัดศาลามีชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์) ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2560
และในวันที่ 4 ก.ค. 2560 พระครูปคุณเจติยกิจ เจ้าคณะตำบลศาลามีชัย ได้มีคำสั่งแต่งตั้งพระใบฏีกานพดล ฉายา อตุลปญโญ นามสกุล ชำนาญเอี่ยม อายุ 50 ปี พรรษา 29 วิทยาฐานะนักธรรมเอก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองเจ้าอาวาสวัดศาลามีชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดศาลามีชัย ตั้งแต่บัดนี้สืบไป สั่ง ณ.วันที่ 4 กรกฏาคม พุทธศักราช 2560
จนกระทั้งในวันที่ 7 ก.ค. 2560 พระใบฎีกานพดล อตุลปญโญ รักษาการเจ้าอาวาสวัดศาลามีชัย ได้อาศัยอำนาจตามความในข้อ 7 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอนถอนไวยาวัจกรและโดยอนุมัติของเจ้าคณะอำเภอ จึงแต่งตั้งให้นายสกล จันทรักษ์ เป็นไวยาวัจกรวัดศาลามีชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยไวยาวัจกรมีอำนาจหน้าที่ตามความในข้อ 4 แห่งกฎมหาเถรสมาคมดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ.วันที่ 7 กรกฏาคม พุทธศักราช 2560
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการแต่งตั้งนายสกล จันทรักษ์ ซึ่งในปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นไวยาวัจกรวัดศาลามีชัย ทำให้ผู้คนที่ททราบข่าวดีใจกันอย่างกว้างขวางและเห็นว่าเป็นการเหมาะสมในทุก ๆด้าน เนื่องจากนายสกล เป็นข้าราการชั้นผู้ใหญ่ที่ถือว่าเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยภูมิลำเนาเดิมอยู่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช รับราชการตั้งแต่เป็นปลัดอำเภอ นายอำเภอ ปลัดจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนใหญ่วนเวียนอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ในทางพระพุทธศาสนาอย่างดีเยี่ยม และยังเป็นผู้ที่มีมวลชนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง เชื่อว่าจะเข้ามาบริการจัดการแก้ปัญหาและพัฒนาวัดศาลามีชัยได้อย่างแน่นอน โดยล่าสุดนายสกล จันทรักษ์ สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งการบูรณะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชอย่างรุนแรง จนจบลงได้ด้วยดี.
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
