- 08 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 8 ก.ค.60 กรณีที่มีข่าวทางสื่อออนไลน์ โจมตีองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเกวียน ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว "มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ! รันทดชีวิต ด.ญ.สระแก้วไร้สัญชาติ จนครูสงสารช่วยตามหาพ่อพิสูจน์ DNA ชัดเป็นคนไทย แต่เรื่องไม่จบเพราะ อบต.เสียหน้าโดดขวาง!" เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีคนเข้าไปดูข่าวและแชร์ แสดงความคิดเห็นอย่างรุนแรงกว่า 2 ล้านวิว ปรากฏว่า น.ส.รัตนา โตเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเกวียน ได้เปิดแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าว โดยทำเป็นเอกสารแจกแจงรายละเอียดต่าง ๆ กว่า 10 หัวข้อ รวมทั้งหนังสือการยื่นคำขอก่อสร้างบ้านให้เด็กหญิงยากไร้ และใบอนุญาต อ.1 ซึ่งชาวบ้านเพิ่งมารับไปได้เพียง 1 วัน
น.ส.รัตนา โตเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเกวียน ระบุว่า จะฟ้องร้องสื่อที่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ส่วน อบต.ซึ่งได้รับความเสียหายด้วย จะปรึกษากับฝ่ายต่าง ๆ ว่าจะมีการฟ้องร้องด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ อบต.ยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง โดยมีเอกสารระบุชัด กรณีที่ครูของโรงเรียนบ้านเขาจาน ต.ท่าเกวียน ทำเรื่องประสานมาที่ อบต.เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องการปลูกสร้างบ้านให้เด็กนักเรียนที่ยากไร้ เช่น การขอให้ อบต.พิจารณางบเพื่อสร้างบ้านให้เด็กยากไร้ ก็ได้แจ้งให้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเข้าสู่การพิจารณาของประชาคมหมู่บ้าน ,การขออนุเคราะห์เรื่องการนำเด็ก ซึ่งไม่มีบัตรประชาชนไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อขอออกบัตรให้เด็ก และการสร้างบ้าน ซึ่งต้องขออนุญาต อบต.ก่อนก่อสร้าง เพื่อไปออกเลขที่บ้าน แต่ทั้งหมดอาจไม่ทันใจเพราะขั้นตอนมีระยะเวลา จึงมีการต่อว่าผ่านเฟซบุ๊ก จนเป็นข่าวให้ อบต.เสียหาย
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเกวียน กล่าวอีกว่า ได้ส่งเรื่องไปที่สำนักงานเขตการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อให้ดำเนินการทางวินัยกับครูโรงเรียนบ้านเขาจาน ในเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลทำให้เสียชื่อเสียงแล้ว ส่วนเรื่องการขอรับบริจาคสร้างบ้านให้เด็ก ทาง อบต.ก็ไม่ทราบว่า ได้เท่าไหร่ เพียงแต่เขายื่นขอสร้างบ้านมาเราพิจารณาเมื่อ 28 มิ.ย.60 ก็ส่งเรื่องให้กองช่างดำเนินการในวันที่ 29 มิ.ย.60 เสร็จเรียบร้อย 5 ก.ค.และวันที่ 6 ก.ค.ที่่ผ่านมา เจ้าของที่ดินที่จะก่อสร้างบ้าน ซึ่งเป็นน้องชายของพ่อบุญธรรมเด็ก ก็มารับใบอนุญาต อ.1 ไปแล้ว อบต.ไม่ได้กีดกัน แม้จะมีการก่อสร้างไปก่อนแล้วก็ตาม ซึ่งกฏหมาย พรบ.ผังเมืองที่มีผลบังคับใช้แล้ว ถือว่า สร้างผิดกฏหมาย
น.ส.รัตนา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เราเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเด็ก เพราะเด็กโตแล้ว เกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น เราเคยประสานเจ้าหน้าที่ พม.และตามหาแม่ของเด็ก ซึ่งปัจจุบันอยู่กับสามีใหม่ที่ ต.เขาสามสิบ มาพูดคุย ก็บอกว่า ไปหาลูกเดือนละ 2-3 ครั้ง และให้เงินเดือนละ 500-1000 บาท บางครั้งแม่พาไปนอนที่บ้านด้วย หลังคารั่วแม่ก็ไปซื้อมาเปลี่ยนให้ ซึ่งทาง พม.เสนอให้เด็กไปอยู่ที่มูลนิธิราชานุเคราะห์ที่ จ.จันทบุรี แต่พ่อบุญธรรมไม่ยอม ต้องการให้เด็กอยู่ด้วย โดยครูแจ้งว่า มีผู้เสนอขออุปการะและส่งเสียเด็กเรียนจนจบปริญญาตรีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาทาง อบต.ยินดีให้ความช่วยเหลือทุึกอย่าง
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่บ้านเขาจาน ต.ท่าเกวียน เพื่อพบกับ ด.ญ.ปวีณ์นุช เต้าทอง อายุ 11 ปี ชาวจังหวัดสระเเก้ว ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร พบว่า อาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยงวัย 84 ปี ก่อนหน้านี้ไม่มีใบเกิดและไม่มีสัญชาติ มีพ่อเป็นคนไทย แม่เป็นชาวกัมพูชา แยกทางกัน ต่างฝ่ายไปมีสามีภรรยาใหม่ ไม่มีใครสนใจเหลียวเเล จนครูที่โรงเรียนบ้านเขาจาน สงสารจึงช่วยประสานไปยังหน่วยงานราชการต่าง ๆ จนสามารถติดตามพ่อมายืนยัน โดยต้องไปตรวจดีเอ็นเอที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อเป็นหลักฐานไปสู่การออกบัตรประชาชน หลังจากนั้นก็มีการประกาศทางเฟซบุ๊กเพื่อระดมหาทุนสร้างบ้านใหม่ให้เด็ก เนื่องจากบ้านที่อยู่ปัจจุบัน ไม่มีประตู ผุพังคล้ายกระท่อม จนมีผู้บริจาคจำนวนมากและสร้างบ้านเสร็จช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
โดยนางจิระนันท์ พรหมสุวรรณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ท่าเกวียน บอกว่า ปัญหาเรื่องนี้เกิดจากตอนไปยื่นที่ อบต.เพื่อสร้างบ้านตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.60 แต่ อบต.อ้างว่า ช่างไปอบรมที่ชลบุรี ให้รอก่อน จนสิ้นเดือน หลังจากครูโพสต์เฟซบุ๊กต่อว่า เขาจึงไปดำเนินการ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการขอความช่วยเหลือสร้างบ้าน ขอความช่วยเหลือเอารถไปส่งเด็กตรวจดีเอ็นเอ หรือทำบัตรประชาชนก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือจาก อบต.เลย จนมาสู่การขอเลขที่บ้าน ซึ่งขอไม่ได้เพราะไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างจาก อบต.ทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและสร้างโดยทหารจาก มทบ.19 ด้วย โดยเงินบริจาคเพื่อสร้างบ้านให้เด็ก มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 หมื่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 , กลุ่มช๊อบเปอร์ และทหารใช้เงินไป 5-6 หมื่น มีคนร่วมสร้างเป็นจำนวนมาก ซึ่งเงินบริจาคเหลืออยู่ในบัญชี 2000 บาท ซึ่งครู ,ผอ.รร.เขาจาน และ อบต.หมู่ 4 ร่วมดูแลการใช้เงินในบัญชีด้วย
"มีการกล่าวหาว่า เจ้าของที่ดินและครูเอาเงินที่ได้รับบริจาคไปไถ่ถอนที่ดิน 50,000 บาทจาก ธกส. หรือมีการหัวกันเอาเงินเด็กมาใช้หรือเข้ากระเป๋าคนใดคนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย เจ้าของที่ดินยอมยกที่ดินที่สร้างบ้านให้แล้ว ที่สำคัญตอนที่สร้างบ้านนายก อบต.ก็ลงพื้นที่มาด้วย เห็นกำลังก่อสร้างได้ 20 เปอร์เซ็นต์ ก็เข้ามาต่อว่า ทหารที่ลงมาช่วยสร้างบ้านด้วย จึงมีการไปยื่นขอก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 7-8 มิ.ย.60 ไม่ใช่เพิ่งยื่นเรื่อง " ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กล่าว
ด้านนายวรภพ บัวเพชร อายุ 46 ปี สามีของครูที่ดูแลเด็กคนดังกล่าว กล่าวว่า มีการทำหนังสือขอไปตั้งแต่ต้นรวมหลายเรื่อง ก็เงียบ พอครูถามก็บอกให้รอก่อน ซึ่งกรณีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเปิดเทอมที่ 1 มีผู้บริจาคให้เด็กมาประมาณ 20,000 กว่าบาท การพาเด็กไปตรวจดีเอ็นเอ ดำเนินการกันเอง จนเด็กได้บัตรประชาชน หลาย ๆ เรื่องเขาหาว่า ทางโรงเรียนและครูไปบีบคั้นเขา บ้านที่สร้างมีคนช่วยเป็น 100 ราย บ้านตอนนี้สร้างเสร็จแล้ว ไฟฟ้าก็ต่อไม่ได้ ทุกคนรู้เห็นปัญหา อบต.นัดแล้วนัดอีกก็ไม่ได้ซักที เจ้าของที่ดินที่ยื่นเรื่องไปต้องลางานไปรับถึง 3 ครั้ง โดยมีทหารเป็นพยานได้
"บ้านหลังนี้เสร็จเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.60 ใช้เงินประมาณ 120,000 บาท ประตู หน้าต่าง มีคนบริจาคให้หมด เตรียมจะมีการรับมอบบ้าน 3 ก.ค.ก็ต้องเลื่อนไปอีก โดยวันที่ 14 ก.ค.นี้ ทางผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 19 จะลงมามอบบ้านหลังนี้ด้วยตนเอง โดยมีการทาด้วยสีเหลืองทั้งหลัง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วย สำหรับสิทธิ์ในบ้านหลังนี้ มีการตกลงกันให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 และทหาร ร่วมกันดูแลไปก่อน จนกว่าเด็กจะบรรลุนิติภาวะ โดยทำเป็นสัญญาไว้แล้ว เนื่องจากแม่เด็กซึ่งเป็นชาวกัมพูชาขี้เมา พอสิ้นเดือนเงินเบี้ยคนชราของพ่อบุญธรรมออก แม่เขาก็จะมาขอ บางที่ไม่มีข้าวกิน พ่อบุญธรรมของน้องยังต้องไปเชื่อข้าวสารให้กลับไปกินเลย" นายวรภพ กล่าว
ส่วน ด.ญ.ปวีณ์นุช เต้าทอง อายุ 11 ปี กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่จะมีบ้านอยู่ซะที ของคุณผู้ที่บริจาคมาช่วยเหลือ ขอบคุณครู และตนเองจะตั้งใจเรียน ซึ่งโตขึ้นอยากจะเป็นครู
ภาพ/ข่าว ยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สระแก้ว
