- 09 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 ก.ค. 2560 นาย พิษณุ เข่งสมุทร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ร่องเรือออกทะเลว่าพบลูกโลมาอิรวดีลอยเกยตื้นบริเวณป่าโกงกางปากคลองผู้ใหญ่หั่นชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน หมู่ที่ 9 จึงเดินทางไปให้การช่วยเหลือพร้อมเจ้าหน้าที่ และ อุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้น
บริเวณชายป่าโกงกางพบลูกโลมาอิรวดี เพศเมีย สีดำออกเทาอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ นอนเกยกับดินปนทรายอยู่ใต้ต้นไม้ วัดความยาวตั้งแต่หัวไปถึงปลายหาง 95 ซม.ความกว้างรอบตัว 50 ซม. ก่อนที่จะเข้าช่วยเหลือแต่พบว่าลูกโลมาขาดใจตายไปก่อนเจ้าหน้าที่มาถึงประมาณ 30 นาที ตรวจสอบตามลำตัวไม่พบบาดแผลจากอวนของชาวประมงและการถูกทำร้ายจากสัตว์ใหญ่ ซึ่งคาดว่าโลมาตัวดังกล่าวน่าจะออกหากินบริเวณปากอ่าวไทยในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการแล้วเกิดการพลัดหลงจากฝูงจนหลงน้ำเข้ามาในคลองขุนสมุทรจีนกระทั่งมาเสียชีวิตลง ก่อนที่จะนำซากลูกโลมาขึ้นฝั่งบริเวณท่าเรือป้ารี่ เพื่อนำซากมอบให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบหาสาเหตุการตายที่แท้จริงอีกครั้งที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก
นาย พิษณุ เข่งสมุทร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ต.แหลมฟ้าผ่า กล่าวว่าบริเวณนี้คาดว่ายังมีฝูงโลมาจำนวนมากและมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเคยพบเห็นฝูงโลมาว่ายน้ำออกหากินบริเวณปากอ่าวไทยใกล้ฐานทัพเรือกรุงเทพ ป้อมพระจุลจอมเกล้าและบริเวณท่าน้ำหน้าวัดขุนสมุทรจีน ซึ่งซากโลมาชนิดนี้จากการสอบถามผู้ที่มีความรู้ว่าเป็นพันธุ์ที่หายากและใกล้จะศูนย์พันธุ์ ซึ่งจะพบได้บริเวณชายฝั่งทะเล ได้แก่ จ.จันทบุรี ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาครและอีกหลายจังหวัดที่ติดพื้นที่ชายทะเล ซึ่งโลมาดังกล่าวจะออกหากินแบบเป็นฝูง โลมาอิรวดี หรือ โลมาหัวบาตรมีครีบหลังเป็นโลมาชนิดหนึ่งรูปร่างหน้าตาคล้ายโลมาทั่วไป แต่มีลักษณะเด่นคือ หัวที่มนกลมคล้ายบาตรพระ ลำตัวสีเทาเข้ม แต่บางตัวอาจมีสีอ่อนกว่า ตามีขนาดเล็ก ปากอยู่ด้านล่าง ครีบข้างลำตัวแผ่กว้างเป็นรูปสามเหลี่ยม ครีบบนมีขนาดเล็กมาก มีรูปทรงแบนและบางคล้ายเคียว มีขนาดประมาณ 180-275 เซนติเมตร มีการกระจายอย่างกว้างขวางในมหาสมุทรแปซิฟิก, มหาสมุทรอินเดีย, อ่าวไทย มักพบเข้ามาอยู่ในแหล่งน้ำกร่อยและทะเลสาบหรือน้ำจืด เช่น บริเวณปากแม่น้ำ โลมาอิรวดีบางกลุ่มอาจเข้ามาอาศัยอยู่ในแม่น้ำสายใหญ่ ๆ ด้วย เช่น แม่น้ำโขง และทะเลสาบเขมร ในปี พ.ศ. 2459 มีรายงานว่าพบอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย
ข่าว/ภาพ กัลยกฤษย์ ธนาวัฒน์ชัยกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสมุทรปราการ
