- 09 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 อำเภอแม่ทะ ร่วมกับ วัดพระธาตุสันดอน และชาวบ้านตำบลวังเงิน อำเภอแม่ทะ ร่วมจัดพิธีทำบุญเปิดสะพานบุญ(ขัวแตะ) วัดพระธาตุสันดอน และพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์จำนวน 89 รูป บนสะพานบุญปงป่าเป้า ซึ่งมีความยาว 360 เมตรเนื่องในวันเข้าพรรษาฯของชาวไทยพุทธ เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยมีนายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายธนิต สุภาแสน นายอำเภอแม่ทะ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ อำเภอแม่ทะ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ชาวบ้านอำเภอแม่ทะและใกล้เคียง นักท่องเที่ยว ร่วมทำพิธี กว่า 2,000 คน ณ บริเวณวัดพระธาตุสันดอน บ้านปงป่าเป้า หมู่ที่ 1 ตำบลวังเงิน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
ในการนี้ ได้ทำพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่เจ้าของที่นา ที่ได้เสียสละพื้นที่ในการดำนาเพื่อใช้ในการสร้างสะพานบุญ ต่อจากนั้นนายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ร่วมปลูกต้นไม้และหว่านเมล็ดพันธุ์ปอเทืองในบริเวณพื้นที่ว่างริมสะพานบุญ(ขัวแตะ) เพื่อสร้างความร่มเย็นและความสวยงามให้แก่พื้นที่บริเวณสะพานบุญฯ อีกทั้งยังใช้เป็นจุดถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวที่แวะเข้ามาเที่ยวภายในอำเภอแม่ทะด้วย สำหรับวัดพระธาตุสันดอน มีความเป็นมาตั้งแต่อดีตกาล โดยครั้งนั้นพระพุทธเจ้าเสด็จมาจากทางทิศใต้ ขึ้นมาถึงหัวเขาม่อนดอยที่นี่พระองค์ ขณะที่กำลังจะฉันเพล พอดีแลไปเห็นยักษ์ตนหนึ่งตามมา เมื่อพระองค์ฉันเพลเสร็จก็ถามยักษ์ว่า ท่านต้องการอะไรอยากกินอะไร พระพุทธเจ้าก็เลยล้วงตับของท่านออกมาให้ยักษ์กิน แต่ยักษ์กินไม่ได้เพราะตับมันร้อนเหลือเกิน พระองค์ก็เลยเอาตับฝังไว้ที่นี่เป็นพระธาตุ ให้ยักษ์รับเอาศีลห้า แล้วมอบให้ยักษ์รักษาพระธาตุนี้ไว้ตลอดห้าพันพระพรรษา และได้ตั้งชื่อพระธาตุนี้ว่า พระธาตุตับตอน ต่อมากลายชื่อเป็นวัดพระธาตุสันดอนในปัจจุบัน
พอพระองค์ฉันเพลเสร็จ ก็บ้วนปากไปทางม่อนไก่แก้ว เม็ดข้าวที่บ้วนออกไปกลายเป็นหินแก้ว หรือแก้วเสด็จ ได้ เสด็จไปมาระหว่างพระธาตุตับตอนและม่อนไก่แก้ว ปัจจุบันก็มีให้เห็นปรากฏอยู่นานๆ ครั้งในคืนเดือนเพ็ญ ต่อมามีหม่องชาวพม่าชื่อว่าหม่องป็อก ได้มาก่อสร้างเสริมแต่งองค์พระธาตุนี้ให้ใหญ่โตขึ้น ให้ชื่อว่าพระธาตุสันดอน ต่อมาได้มีโยมแม่ม่ายที่กำลังสร้างวัดบ้านมายอยู่ พอสร้างวัดบ้านมายเสร็จก็ได้มาสร้างอุโบสถขึ้นที่นี่ในปีพ.ศ.2234 และก็ได้ทำนุบำรุงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ภาพ/ภาวินันท์ บุตรหล้า ข่าว/ อัมรินทร์ วะนะวิเชียร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดลำปาง
