- 10 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 60 ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก. สภ.เมืองพิษณุโลก แถลงข่าว จับกุมตัว นายอนุชิต ทองแสงเขียว อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ 2 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ร้านห้างเพชรทองโชกุน เลขที่ 163 - 165 ใกล้กับวงเวียนหอนาฬิกา ถ.บรมไตรโลกนารถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้ที่บ้านใหม่ชัยเจริญ ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก พร้อมของกลางแหวนทองคำหนัก 2 สลึง 14 วง เสื้อคลุม เสื้อกล้าม หมวกกันน็อก และรถ จยย.ฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอที่ใช้ในการก่อเหตุ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมีนายภาสกรและ นางดวงกมล ศักดิ์พงศธร อายุ 47 ปี เจ้าของร้านห้างเพชรทองโชกุน มาดูของกลาง พร้อมยืนยันว่าใช้แหวานทองคำที่คนร้ายขโมยไป เนื่องจากทุกวงมีชื่อร้านสลักไว้ จากการสอบสวนเบื้องต้นนายอนุชิต ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง เนื่องจากติดหนี้พนันหลายอย่าง จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุโดยขี่รถจักรยานยนต์มาดูลาดเลาหลายรอบ สบโอกาสจังหวะพอดีไม่มีใครอยู่เฝ้าหน้าร้าน จึงเดินเข้าไปใช้ก้อนหินทุบที่ตู้กระจกร้านทอง ได้แหวนทองคำไปจำนวน 20 วง จากนั้นก็ได้ขับรถหนีไป โดยมีการเปลี่ยนชุดเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ในการติดตามจับกุม แล้วหลบหนีไปกบดานที่บ้านพักที่บ้านใหม่ชัยเจริญ จากนั้นให้ญาตินำแหวนทองไปขายแล้วจำนวน 6 วง เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้
พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า คดีนี้ถือว่าเป็นคดีอุกอาจประชาชนให้ความสนใจทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แกะลอยทางกล้องวงจรปิดติดตามรถจักรยานยนต์ของคนร้ายไปตามจุดต่างๆ พร้อมทั้งสอบตรวจสภาพแวดล้อม จึงสามารถจับกุมตัวนายอนุชิต ได้ในที่สุด โดยนายอนุชิต ผู้ต้องหาคาดว่าก่อนลงมือจะมีการวางแผนในการก่อเหตุเป็นอย่างดี เนื่องจากมีการเตรียมการลงมือก่อเหตุ สักหนวดและโกนผมเพื่ออำพรางปิดบังในหน้า และเตรียมชุดมาเปลี่ยนระหว่างหลบหนี ซึ่งก่อนหน้าที่ได้วนไปดูร้านทองแห่งหนึ่งแล้ว 1 ครั้งแต่ก็ไม่ได้ลงมือ เนื่องจากมีคนพลุกพล่าน จึงได้หันรถมาดูที่ร้านโชกุน ซึ่งก่อนลงมือก่อเหตุก็ได้เฝ้าดูหน้าร้านมีคนเข้าออกหรือไม่ จนกระทั่งสบโอกาส จึงได้นำก้อนหินในกระเป๋า ที่เก็บมาจากระหว่างทาง มาทุบชิงทองดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้ยากเพราะผู้ต้องหาเตรียมการมาเป็นอย่างดี แต่มีตำหนิที่รถจักรยานยนต์ อาทิ ด้านสายสิญจน์ และสติ๊กเกอร์ที่ขาด จนสามารถแกะรอยจับกุมตัวคนร้ายได้ดังกล่าว
โดยหลังจากแถลงข่าวเสร็จทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณร้านทองจุดเกิดเหตุดังกล่าว ท่ามกลางบรรยากาศประชาชนที่มายืนดูโฉมหน้าคนร้ายที่มาก่อเหตุจำนวนมาก ก่อนนำไปดำเนินคดีในข้อหาก่อเหตุลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองทรัพย์และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือ พาทรัพย์นั้นไป ต่อไป
กรรณิการ์ สิงหะ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดพิษณุโลก
