- 11 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีทีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ จำนวน 1 คนผอมสูงประมาณ170 ซม. สวมหมวกกันน็อคสวมถุงมือ สะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาล ขับรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า เวฟสี แดงดำ ไม่ทราบทะเบียน มาจอดหน้าร้านทอง ส.นำชัย 2 เลขที่ 184 ริมถนนสายนครศรีธรรมราช-ทุ่งสง หมู่ 4 ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ก่อนจะควบปืนและขวานบุกข้าปล้นร้านทองดังกล่าว ใช้ขวานทุบตู้โชว์ทองจนแตกกระจายก่อนชิงเอาสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง จำนวน 5 เส้น รวมน้ำหนัก 2 บาท 50สตางค์ ในขณะที่หันหลังหลังหนีออกจากร้านถูกนายสุชาติ พวงศรีพงศ์ อายุ 53 ปี เจ้าของร้านทองใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงไล่ตามออกมายิงใส่คนร้าย 1 นัด คาดว่าโดนบริเวณแผ่นหลัง แต่อาจจะโดนในลักษณะเฉี่ยว ๆ คนร้ายจึงแข็งใจวิ่งไปขับรถ จยย.ขับที่จอดอยู่หน้าร้านขับซิ่งหลบหนีได้ เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น.วันที่ 10 ก.ค.2560 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันที่ 11 ก.ค. 2560 พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร่อนพิบูลย์ ท้องที่เกิดเหตึเร่งสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด เรืองจากเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจเย้ยกฎหมาย พร้อมสั่งการให้ พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช จัดชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เดินทางไปช่วยสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายอีกทางหนึ่งด้วย
ร.ต.อ.ณัฐวุฒิ จันทร์สมุทร ร้อยเวร สภ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช พนักงานสอบสวนได้เชิญนายสุชาติ พวงศรีพงศ์ อายุ 53 ปี มาสอบสวนปากคำอย่างละเอียด โดยนายสุชาติไม่สามารถจำใบหน้าของคนร้ายได้เนื่องจากสวมหมวกกันน็อตแบบเต็มใบปิดบังอำพรางใบหน้า ส่วนกรณีที่ยิงคนร้ายด้วยกระสุนปืน 9 มม. 1 นัดไม่แน่ใจว่ากระสุนถูกคนร้ายหรือไม่ และที่ไม่ยิงซ้ำหลายนัดเกรงกระสุนจะพลาดไปโดนชาวบ้านที่เดนพลุกพล่านในบริเวณหน้าร้าน แต่นัดที่ยิงออกไปน่าจะโดนคนร้ายแต่อาจจะแค่เฉี่ยวทำให้คนร้ายแข็งใจขับรถ จยย.หลบหลนไปได้
ในขณะที่ พ.ต.ท.สุทัศน์ สงสยม รอง ผกก.สภ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ได้นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่เส้นทางไม้หลา-โคกคราม –เฉลิมพระเกียรติ ทำการตรวจเช็คกล้องวงจรปิดซึ่งติดอยู่ในจุดต่าง ๆ ห่าง ๆ พบว่ากล้องวงจรปืดสามารถจับภาพคนร้ายเอาไว้ได้ทั้งขามาและกลับ แต่ถนนสายดังกล่าวเมื่อพ้นเขต อ.ร่อนพิบูลย์ เข้าสู่เขต อ.เฉลอมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ไม่มีกล้องวงจรปิด ในเบื้องต้นพอจะสรุปได้ว่าคนร้ายไม่ใช่คนในท้อวงที่ อ.ร่อนพิบูลย์ แต่น่าจะเป็นคนพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ และนายสุชาติ เจ้าของร้านทองไม่น่าจะยิงโดนคนร้ายทำให้คนร้ายสามารถขัยรถ จยย.หลบหนีไปได้อย่างคล่องแคล่ว อย่างไรก็ตามเจ่าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังเข้าตรวจสอบสวนตามโรงพยาบาลทั้ง อ.ร่อนพิบูลย์ อ.เฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ในละแวกใกล้ เผื่อคนร้ายถูกยิงบาดเจ็บแอบเข้ารับการรักษาพยาบาล แต่ไม่พบว่ามีผู้บาดเจ็บโดยยิงเขจ้ารับการรักษาตัวแต่อย่างใด
พ.ต.ท.สุทัศน์ สงสยม รอง ผกก.สภ.ร่อนพิบูลย์ กล่าวว่าหลังเกิดเหตุตำบลระดมกำลังลงพื้นที่สทบสวนหาข่าวและตรวจสอบกล้องวงจรผิดตามเส้นท่าวที่คิดส่าคนร้ายจะหลบหนี พบว่ากล้องวงจรปิดบริเวณสถานีรถไฟบ้านป่าแชง ต.เสาธง อ.ร่อนพิบูลย์ สามารถจับคนร้ายสวมหมวกกันน็อตในขณะขับรถ จยย.เอาไว้ได้ทั้งช่วงขาไปก่อเหตุปล้นร้านทองและขากลับหลังก่อเหตุ แต่หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่เขตพื้นที่ ต.ทางทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ คนร้ายก็หายไป และไม่มีกล้องวงจรปิด จึงเชื่อว่าคนร้ายไม่ใช่คนในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ แต่น่าจะเป็นคนจากพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ในขณะนี้ได้ประสานกับตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ และ สภ.ชะเมา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ให้ช่วยสืบสวนหาเบาะแสของคนร้าย รวมทั้งตรวจสอบตามโรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยในละแวกใกล้เคียง คาดว่าคนร้ายไม่น่าจะถูกเจ้าของร้นทองยิงบาดเจ็บ โดยมั่นใจว่าจะสามารถสอบสวนสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายปล้นร้านทองรายนี้มาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน.
ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
