- 11 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากกรรมการวัดบำเพ็ญบุญ ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี (สัน-บุรี) จ.ชัยนาท ว่าอดีตพระลูกวัดที่สึกออกไปแล้วย่องเข้ามาขโมยเงินในตู้บริจาค ภายในศาลาการเปรียญถึง 2 ครั้ง แต่ยังจับตัวไปดำเนินคดีไม่ได้ ทั้งที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจน ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่วัด พบกับพระครูวิชัย บุญญาคม เจ้าอาวาสวัดบำเพ็ญบุญ และคณะกรรมการวัด โดยเจ้าอาวาสได้พาไปดูตู้บริจาคที่เคยถูกคนร้ายเข้ามาขโมยเงินในตู้บริจาค ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกประมาณปลายเดือนมิถุนายน กล้องวงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพได้เพราะเครื่องเสีย แต่ตำรวจได้ติดตามตัวผู้ต้องสงสัยชื่อ นายเผือก ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 50 ปี อดีตพระลูกวัดที่เคยมาบวชแก้บนและลาสิกขาไปเมื่อ 2 เดือนก่อน แต่ยังวนเวียนอาศัยนอนอยู่ในบริเวณวัด และชอบดื่มสุรา เล่นหวยใต้ดิน มีหนี้สินจากการยืมเงินชาวบ้านไปทั่วหมู่บ้าน โดยอ้างว่ามีที่ดินกำลังจะขายได้ ซึ่งครั้งนั้นตำรวจต้องปล่อยตัวไป เพราะไม่มีหลักฐานและนายเผือกก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ขโมย
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางวัดได้พบว่าตู้บริจาคที่ตั้งอยู่ในศาลาการเปรียญ ได้หายไป จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าเวลา 23.30 น. คนร้ายที่เข้ามาเป็นชายร่างใหญ่นุ่งกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ ได้เข้ามายกตู้บริจาคออกไป และพยายามจะงัดตู้บริจาคใต้ฐานหลวงพ่อเชื้อที่บริเวณชั้น 2 ของศาลาการเปรียญ แต่ไม่สำเร็จ จึงทิ้งมีดที่ใช้งัดตู้และหนีไป ซึ่งลักษณะคนร้ายเหมือนกับนายเผือก จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สรรคบุรี เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ และให้ติดตามตัวนายเผือกมาสอบสวนอีกครั้ง แต่ตำรวจก็ต้องปล่อยตัวนายเผือกไปอีก โดยอ้างว่าพยานหลักฐานไม่พอ เพราะทางวัดยังไม่ได้มอบภาพจากกล้องวงจรปิดให้ตำรวจใช้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ เจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัด ต่างยืนยันว่าคนร้ายในกล้องวงจรปิด คือนายเผือก จึงอยากให้ตำรวจ สภ.สรรคบุรี เร่งติดตามตัวนายเผือกมาดำเนินคดี เพราะทราบข่าวว่านายเผือกได้หายตัวไปโผล่ตามวัดอื่นๆในเขตจังหวัดชัยนาท กลัวว่าจะไปก่อเหตุที่อื่นซ้ำอีก
ข่าว/ภาพ ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยนาท
