- 11 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
โดย ผบช.สตม. เปิดเผยว่า เดินทางมาครั้งนี้เพื่อเรียกประชุมหารือเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ในการปรับปรุงระบบการทำงานให้รัดกุม บริการด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ เตรียมนำระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติมาติดตั้ง เพื่อการการเผชิญหน้า และเรียกสินบน พร้อมทั้งมีการหารือกับ ผู้บริหารด่านตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย เพื่อทำงานในเชิงบูรณาการ ในส่วนของการที่ น.ส.พ.มาเลเซีย ตีพิมพ์ข่าวเรื่อง เรียกสินบน หรือค่าล่วงเวลานั้น ก่อนหน้านี้มีการ้องเรียกมาแล้ว และมีการตั้งกรรมการสอบสวน มีการย้ายนายตำรวจผูที่ทำผิดไปแล้วจำนวน 4 นายด้วยกัน ซึ่งในการเดินทางมาวันนี้ ได้ทำการกำชับเจ้าหน้าที่อย่าให้เกิดเหตุการณ์ร้องเรียกขึ้นอีก และหากยังเกิดขึ้นและตรวจพบ จะดำเนินการตามมาตรการของ คสช. คือเอาผิดทั้งวินัย และอาญา
เงินค่าล่วงเวลานั้น ยังต้องมีการเก็บ เป็นการปฏิบัติตามกฎกระทรวง รายได้ในส่วนนี้ สตม. ได้นำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน การดำเนินการมีการตรวจสอบทบยอดกับระบบการบันทึกการเดินทางเข้า-ออกอย่างรัดกุม มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน แต่ประชาชนอาจจะไม่เข้าใจ และอาจจะมีการ คนนอก” ที่เข้ามา แอบอ้าง อำนวยความสะดวกและหาผลประโยชน์ ซึ่งเงินค่าล่วงเวลาตามกฎหมาย เรียกเก็บกับ คนและยานพาหนะ ที่เดินทางเข้า-ออก นอกเวลาราชการเท่านั้น ต่อไปจะจัดให้มีการทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน ส่วนในการเดินทางในเวลาราชการ ไม่ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาแต่อย่างใด
ในส่วนของ เจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว ที่มีข่าวการเรียกรับเงินจากแรงงานชาวลาว ที่เดินทางกลับประเทศ จำนวน 800 บาทต่อหัวนั้น ได้สั่งการให้ ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองชี้แจงในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งอาจจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง และเอาเจ้าหน้าที่ผู้ประพฤติมิชอบมาลงโทษ
สำหรับแนวทางในการปรับปรุงการทำงานของด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา นั้น ได้มีการย้ายช่องตรวจขาเข้าทั้งหมด ขึ้นไปอยู่ในอาคารผู้โดยสาร มีกล้องวงจรปิดตรวจสอบการทำงานตลอดเวลา
นภาลัย ชูศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์ จ.สงขลา
