บริษัทร่วมทุนเมียนมาร์-ไทย‘ทิพพยูไพล์-ฮัจยี กรุ๊ป’ รุกคืบขอเข้าพัฒนาสนามบินพะโค(หงสาวดี)กว่า 2 หมื่นไร่

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

บริษัทร่วมทุนเมียนมาร์-ไทย‘ทิพพยูไพล์-ฮัจยี กรุ๊ป’ รุกคืบขอเข้าพัฒนาสนามบินพะโค(หงสาวดี)กว่า 2 หมื่นไร่ ยื่นเรื่องถึงรัฐบาลเมียนมาร์ ขอให้ยกเลิกสิทธิ์อนุญาตลงทุนสนามบินของนักลงทุนญี่ปุ่น หลังประสบปัญหาจนพัฒนาไม่คืบ

 

 

เมื่อเร็วๆ นี้บริษัท ทิ พยู ไพล์ จำกัด(เมียนมาร์) และบริษัท ฮัจยี กรู๊ป จำกัด(ไทย) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนพัฒนารัฐมอญ รัฐยะไข่และคะฉิ่น ได้ร่วมกันยื่นเรื่องถึงรัฐบาลสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ เพื่อขอเข้าพัฒนาสนามบินเมืองพะโคหรือหงสาวดีในพื้นที่ 9,000 เอเคอร์หรือกว่า 23,000ไร่ ซึ่งเป็นสนามบินเก่าที่รอการพัฒนา ก่อนหน้านี้รัฐบาลเมียนมาร์ ได้ให้สิทธิ์อนุญาตการลงทุนพัฒนาสนามบินแห่งนี้กับนักลงทุนชาวญี่ปุ่น แต่เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่น ติดปัญหาหลายเรื่อง จึงไม่สามารถเข้าดำเนินการตามเงื่อนไขและข้อตกลงได้

ดังนั้น ทางกลุ่มบริษัททิพยูไพล์-ฮัจยี กรุ๊ป ซึ่งมีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาสนามบินแห่งนี้ ได้ยื่นเรื่องถึงรัฐบาลเมียนมาร์ ขอเข้ามาพัฒนาสนามบินแห่งนี้ ให้เป็นสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่และให้เป็นฮับการบินของภูมิภาคอาเซียน และยังเตรียมการเพื่อรองรับการขยายตัวของสนามบินนานาชาติย่างกุ้ง ซึ่งคาดว่าอีกไม่กี่ปีก็จะเต็มความสามารถของผู้โดยสารและสายการบินต่างๆ

U Kyaw Myint oo หรือ ฯพณฯเทพโยธิน มหาทุน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิ พยู ไพล์ จำกัด(เมียนมาร์) เปิดเผยว่า ตอนนี้เรากำลังยื่นเรื่องขออนุญาตเข้าพัฒนาสนามบินพะโคจากรัฐบาลเมียนมาร์ คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 6 เดือน เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาร์ จะต้องขอยกเลิกการให้สิทธิ์ลงทุนพัฒนากับนักลงทุนญี่ปุ่นก่อน หลังจากนั้นก็จะประกาศให้ กลุ่มบริษัทร่วมทุน ‘ทิพยูไพล์-ฮัจยี’ ได้เป็นผู้ลงทุนพัฒนาสนามบินแห่งนี้ต่อไป

สนามบินพะโคหรือสนามบินหงสาวดี เป็นสนามบินเก่า ที่ถูกทิ้งร้างมานานแต่ยังคงมีเค้าโครงเดิมให้เห็นอยู่ จึงไม่ยากที่จะเข้าไปพัฒนาให้ดีได้ หากสำรวจดูบริเวณโดยรอบภายในสนามบิน จะเป็นพื้นที่ภูเขาราบเตี้ย และมีบึงขนาดใหญ่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งถ้าเข้าดำเนินการแล้ว จำเป็นต้องถมเพื่อขยายพื้นที่ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเรามีแหล่งดินและหินเพียงพออยู่แล้ว

จากทำเลและพื้นที่ที่เหมาะสม จึงทำให้สนามบินแห่งนี้ นอกจากจะพัฒนาเป็นสนามนานาชาติขนส่งผู้โดยสารในและต่างประเทศแล้ว ยังจะใช้เป็นศูนย์แอร์คาร์โก้และศูนย์ซ่อมเครื่องบินขนาดใหญ่ได้อีกด้วย

สนามบินนี้ ห่างจากเมืองพะโคหรือหงสาวดีประมาณ 15 กิโลเมตรและกรุงย่างกุ้งประมาณ 80 กิโลเมตร แต่เมื่อสำรวจพื้นที่โดยรอบสนามบิน ในรัศมี 100 กิโลเมตร บริเวณใกล้เคียงมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่รายแห่ง และถนนตัดผ่านสนามบินยังเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้งส่งออกและนำเข้าเช่น จากไทยและจีน เป็นต้น ดังนั้นพื้นที่โดยรอบสนามบิน จึงมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาเป็นเมืองอุตสาหกรรม-การค้าแห่งใหม่ รองรับกรุงย่างกุ้งซึ่งนับวันจะแออัดและรถติดมากขึ้น

นางสุภัตทา จันทรรังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮัจยี กรุ๊ปจำกัด เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ทางบริษัทเรา มีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้าพัฒนาสนามบินแห่งนี้อยู่แล้ว เพราะมีวิศกร สถาปนิกและผู้เชียวชาญในด้านการก่อสร้างสนามบินอยู่แล้ว และยังมีเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์และทรัพยากรรองรับอย่างเพียบพร้อม หากรัฐบาลเมียนมาร์ ประกาศให้ กลุ่มบริษัททิพยูไพล์-ฮัจยี กรุ๊ป เข้าลงทุนพัฒนา เราก็พร้อมที่จะเข้าไปดำเนินการได้ในทันทีเช่นกัน

ส่วนความคืบหน้าของการร่วมทุนเมียนมาร์-ไทย บริษัท ทิ พยู ไพล์ จำกัด(เมียนมาร์) และบริษัท ฮัจยี กรู๊ป จำกัด(ไทย) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนพัฒนารัฐมอญ ได้นำนักธุรกิจไทยจำนวน 86 ราย ทำธุรกรรมเปิดสมุดเช็ค MYANMAR ORIENTAL BANK LTD. ( M.O.B) เพื่อรองรับเงินทุนในการนำไปลงทุนพัฒนาตามโครงการที่ได้เสนอไว้ทั้ง 86 โครงการในรัฐมอญ สาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ ซึ่งกำหนดจะลงพื้นที่ทำการลงทุนในปลายเดือนกรกฎาคมนี้

U Kyaw Myint oo หรือ ฯพณฯเทพโยธิน มหาทุน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิ พยู ไพล์ จำกัด(เมียนมาร์) เปิดเผยว่า การเปิดสมุดเช็คMOB ถือเป็นธุรกรรมทางการเงินขั้นสุดท้ายแล้ว ก่อนจะรับเงินลงทุนเพื่อลงพื้นที่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่ได้อนุมัติไว้แล้วทั้ง 86 โครงการในการพัฒนารัฐมอญ ซึ่งคาดว่าในเดือนหน้าหรือเดือนสิงหาคมนี้ หลายโครงการคงลงพื้นที่สำรวจ เคลียริ่งงาน และเริ่มดำเนินการได้และภายใน 6 เดือนคงเห็นเป็นรูปธรรมในแต่ละโครงการ

บริษัทร่วมทุนเมียนมาร์-ไทย‘ทิพพยูไพล์-ฮัจยี กรุ๊ป’ รุกคืบขอเข้าพัฒนาสนามบินพะโค(หงสาวดี)กว่า 2 หมื่นไร่

บริษัทร่วมทุนเมียนมาร์-ไทย‘ทิพพยูไพล์-ฮัจยี กรุ๊ป’ รุกคืบขอเข้าพัฒนาสนามบินพะโค(หงสาวดี)กว่า 2 หมื่นไร่

นอกจากโครงการทั้ง 86 โครงการแล้ว เรายังมีโครงการเสริมเข้ามาอีกหลายโครงการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งใช้ทุนจำนวนมาก เช่น โครงการสนามบินนานาชาติหงสาวดี เมืองพะโค ซึ่งจะเป็นสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่แห่งที่ 2 และจะพัฒนาให้เป็นฮับการบินของภูมิภาคนี้, โครงการส่งเสริมการเลี้ยงส่งเสริมการเลี้ยงโคนม,โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชายฝั่งตะวันตก“กาลากั๊ว” ฯลฯ ซึ่งจะทยอยดำเนินการตามลำดับต่อไป

นางสุภัตทา จันทรรังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮัจยี กรุ๊ปจำกัด เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ทุกบริษัทในเครือฮัจยี มีความพร้อมทุกบริษัทที่จะเข้าลงทุนในรัฐมอญ ตอนนี้เพียงรอเงินลงทุนก็จะสามารถลงพื้นที่ดำเนินการได้แล้ว คาดว่าในปลายเดือนนี้ หลายโครงการคงมีความคืบในการลงสำรวจพื้นที่และทำเคลียริ่งโครงการกันแล้ว จึงมั่นใจว่า ทุกโครงการหลังได้รับเงินลงทุน มีความพร้อมที่จะเข้าพื้นที่ดำเนินโครงการตามวัตถุประสงค์ได้ทันที

บริษัทร่วมทุนเมียนมาร์-ไทย‘ทิพพยูไพล์-ฮัจยี กรุ๊ป’ รุกคืบขอเข้าพัฒนาสนามบินพะโค(หงสาวดี)กว่า 2 หมื่นไร่

ข่าวภาพ วันชัย แก้ววิลัย จิตติมาพร นิลมัย ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กาญจนบุรี