สุดช้ำใจ!! ด.ญ.ไร้สัญชาติ ครูต้องกลายเป็นเครื่องมือถูกจัดฉาก หลังนายอำเภอนัดทุกฝ่ายมาคุย แต่กลายเป็นเวทีดีเบท ถูกอบต.งัดข้อมูลซัดฝ่ายเดียว

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่12  ก.ค.60  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเด็กไร้สัญชาติสระแก้วที่เพิ่งได้รับความช่วยเหลือจนได้บัตรประชาชนไทย แต่ถูกกีดกันไม่ให้ได้รับบ้านที่ได้รับบริจาค ในพื้นที่ ม.4 ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ล่าสุด วันนี้(11กค.)ภายหลังตกเป็นข่าวทางสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่า นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้สั่งการให้นายณัฎฐพงษ์ พัฒนรัฐ  นายอำเภอวัฒนานคร เข้าไปแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมีการเชิญนางรัตนา โตเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเกวียน เจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาจาน ครูประจำชั้น และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.4 บ้านท่าช้าง เข้าหารือที่อำเภอวัฒนานคร ในช่วงเย็นและมีการพูดคุยกันจนถึงช่วงค่ำ

สุดช้ำใจ!! ด.ญ.ไร้สัญชาติ ครูต้องกลายเป็นเครื่องมือถูกจัดฉาก หลังนายอำเภอนัดทุกฝ่ายมาคุย แต่กลายเป็นเวทีดีเบท ถูกอบต.งัดข้อมูลซัดฝ่ายเดียว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การเรียกเจรจาปัญหาดังกล่าว ทางอำเภอไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟัง โดยอ้างว่า ขอพูดคุยกันก่อน  โดยมีหน่วยงานทหารจากกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ร้อย รส. จาก ร.12 พัน 1 รอ. และ มทบ.19 เข้าร่วมสังเกตุการณ์ด้วย ทั้งนี้ นอกจากฝ่ายองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจะเตรียมบุคลากรและเอกสารมาพร้อมจำนวน 4-5 ราย  ส่วนฝ่ายเด็กหญิงไร้สัญชาติ มีผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาจาน ครู ผู้ใหญ่บ้านและ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านท่าช้าง ต.ท่าเกวียน พื้นที่สร้างบ้านให้เด็กยากไร้รายนี้ เดินทางมาร่วมรับฟังการชี้แจงข้อมูลดังกล่าว

สุดช้ำใจ!! ด.ญ.ไร้สัญชาติ ครูต้องกลายเป็นเครื่องมือถูกจัดฉาก หลังนายอำเภอนัดทุกฝ่ายมาคุย แต่กลายเป็นเวทีดีเบท ถูกอบต.งัดข้อมูลซัดฝ่ายเดียว

"การฟ้องร้องจะมีหรือไม่ ทาง อบต.บอกไม่มี แต่เรื่องของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นที่ (สพฐ.) ที่มีการร้องเรียนเข้าไปเพื่อให้มีการสอบสวนและดำเนินการกับครูกรณีไปโพสต์ข้อความต่อว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ไม่เกี่ยวกับ อบต. และนายอำเภอบอกว่า ไม่มีอำนาจเข้าไปก้าวก่าย เป็นเรื่องของ สพฐ.จะทำอย่างไรไม่เกี่ยวกัน  เขาพูดดีทุกอย่าง" นางจีระนันท์กล่าว ขณะที่ญาติผู้ร่วมประชุมครั้งนี้ เปิดเผยภายหลังว่า กรณีนี้เหมือนชาวบ้านและครูถูกนำมาจัดฉาก และไม่เป็นกลางอย่างชัดเจน เนื่องจากไม่แจ้งล่วงหน้าว่า จะต้องมีการนำหลักฐานและพยานบุคคลมายืนยัน ส่วนผู้นำหมู่บ้านแจ้งแค่ว่า มาให้ข้อมูลกับอำเภอ ไม่ต้องบอกว่า จะต้องนำข้อมูลมาหักล้างกับ อบต. ไม่บอกด้วยซ้ำว่ามีใครบ้าง กลายเป็นเอาชาวบ้าน เอาครูมา"ดีเบท"กับเขา ซึ่งเตรียมข้อมูลมาพร้อม ถ้าบอกกันก็จะได้เตรียมข้อมูลและบุคคลมาให้พร้อม แค่กรณีที่มีการมาโวยวายทหาร ยังไปหาพยานมาแก้ตัวว่า ไม่ได้พูด เหมือนงานนี้คนกลางไม่เป็นกลาง สรุปวันนี้ เอามาเพื่อให้เค้าเครียร์ตัวเอง แล้วบังคับให้จับมือ บอกว่า ให้เลิกแล้วต่อกันเท่านั้น 

"แก้ตัวทุกช๊อต ขนาดผู้นำหมู่บ้านเอง มีการแจ้งข้อมูลตลอดว่า จะมีการสร้างบ้าน ชาวบ้านจำนวนมากรับรู้ แต่ในที่ประชุมกลับบอกว่า ไม่รู้เรื่องเลย ดูซิว่า กรณีนี้จะเรียกว่า อะไร คนมันพูดจากผิดเป็นถูกได้เลย เรื่องนี้ถึงกับทำให้ครูต้องร้องไห้ในระหว่างที่มีการประชุมชี้แจงวันนี้ด้วย " ญาติผู้ร่วมประชุม กล่าว

                ทางด้าน นายณัฎฐพงษ์ พัฒนรัฐ  นายอำเภอวัฒนานคร กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ภายหลังการพูดคุยของทั้งสองฝ่าย ปรากฏว่า กรณีนี้ไม่มีอะไรเลย เป็นแค่ปัญหาการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน โดยการพูดต่อ ๆ กัน จึงเกิดความไม่เข้าใจกัน เชื่อว่า ขณะนี้จะไม่มีการฟ้องหรือโยกย้ายครู  ส่วนกรณีที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นที่ (สพฐ.) จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีนี้หรือยังตนไม่ทราบเพราะไม่สามารถก้าวก่ายได้ แต่หากมีประเด็นสามารถสอบถามที่นายอำเภอวัฒนานคร แล้วตนเองจะเป็นฝ่ายตอบเอง

สุดช้ำใจ!! ด.ญ.ไร้สัญชาติ ครูต้องกลายเป็นเครื่องมือถูกจัดฉาก หลังนายอำเภอนัดทุกฝ่ายมาคุย แต่กลายเป็นเวทีดีเบท ถูกอบต.งัดข้อมูลซัดฝ่ายเดียว

นายอำเภอวัฒนานคร กล่าวอีกว่า กรณีนี้เป็นเรื่องของผู้หญิงคุยกัน ก็มีประเด็นที่กระจู๊กกระจิ๊ก บ้าง  ซึ่งการสื่อสารกันที่คลาดเคลื่อน การไปพูดไปบอกทหารคนนึ่้ง อาจจะเข้าใจคนละอย่างกัน ซึ่งตนเองในฐานะนายอำเภอจึงได้เชิญทุกฝ่ายมาปรับความเข้าใจ ให้มีความรักความสามัคคีกันเพื่อช่วยเหลือเด็ก และได้รายงานเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่รับทราบแล้ว.

ภาพ/ข่าว นายยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสระแก้ว