เจรจาเดือด!! ผู้ว่าฯvsชาวบ้าน แก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกิน อ้างสิทธิ์ สค.1ทวงแผ่นดินผืนสุดท้ายของบรรพชน สรุปผลไม่ได้ หวิดวางมวย (ชมคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เวลา 10.00 น. วันที่ 12 ก.ค. 2560  ที่หอประชุม องค์การบริหารส่วนตำบลคอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้มีการเรียกประชุมเพื่อหารือ จากกรณีปัญหาข้อพิพาท ระหว่าง เจ้าหน้าที่รัฐ กับชาวบ้าน บนพื้นที่พิพาท 883 ไร่ ที่บริเวณที่สาธารณประโยชน์ ทำเลเลี้ยงสัตว์ ป่าโชคเหนือ ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ อยู่ติด ถนนหลวงแผ่นดิน 226 ประมาณ ก.ม.ที่ 9-10 ถนนสุรินทร์ – กระสัง โดยมีราษฏร 2 ฝั่ง ประกอบด้วย ชาวบ้านกว่า 100 ครัวเรือน ที่ได้รวมตัวกัน ฮึดสู้เพื่อผืนดินสุดท้ายของบรรพชน นำโดย นางสุกานดา พูลดี แกนนำกลุ่มชาวบ้าน จำนวน 100 คน และกลุ่มที่คัดค้าน นำโดย กำนันตำบลคอโค เป็นแกนนำ จำนวน 100 คน มี นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วย นายอำเภอเมืองสุรินทร์ ที่ดินจังหวัดสุรินทร์ ร่วมเจรจากับกลุ่มชุมชนชาวบ้าน ทั้ง 2ฝ่าย เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง และให้สิทธิ์เท่าเทียมกัน ท่ามกลางการ รปภ.เข้ม ของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ อส. กองร้อย อส.อ.เมืองสุรินทร์ ที่ 3 ซึ่งบรรยากาศอย่างที่ ปรากฏ ตามคลิปข่าว เล่นเอาชาวบ้านเซ็งไปตามๆกัน เพราะใคร ไปดูกัน ซึ่งการเจรจา เรื่องที่ดินทำกิน และร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยชาวบ้าน 2 ฝ่าย ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ทั้งราษฏรสองฝ่ายได้ถอยคนละก้าว เพื่อสางปัญหาที่เรื้อรังมานานปี ชาวบ้านถูกฟ้อง คดีบุกรุกที่ดินป่าทำเลของ อบต.คอโค ประมาณ 30 กว่าครัวเรือน ชาวบ้านเอกสารสิทธิ ก่อนที่จะมีการประกาศ นสร. ปี พ.ศ.2525 ยังไม่มีการประกาศยกเลิก สค.1 ทั้งหมด ชาวบ้านไปใช้สิทธิฟ้องที่ศาลปกครอง อ้างว่า ทางราชการออกเอกสาร ของทางราชการ คือ นสร. ปี พ.ศ.2525 ทับที่ดินชาวบ้าน แต่ปรากฏว่า คดีขาดอายุความ เลยมากว่า 20 ปี แต่ในความเป็นจริงยังไม่มีกระบวนการ พิสูจน์ว่า นสร.ของทางราชการ กับ สค.1 ของชาวบ้าน อะไรทับกันแน่

นางสุกานดา พูลดี แกนนำกลุ่มชาวบ้าน กล่าวว่า ก่อนที่นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์จะเข้ามา ได้มีการประสานมาก่อนเบื้องต้น ว่าผู้ว่าฯจะเข้ามา ชาวบ้านต่างพากันตกใจ ว่า จะเข้ามาดี หรือเข้ามาร้าย สักพักก็มีการสื่อสารมาอีกว่า ชาวบ้านจะมาดูพื้นที่ ว่าชาวบ้านอยู่กันแบบไหน มีปัญหาอะไรบ้าง พอผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์มาถึงพื้นที่ ก็ถามชาวบ้านถึงเรื่องราวความเป็นมา ว่าพื้นที่ตรงนี้มันเป็นอะไร ตนก็ได้เท้าความว่าเมื่อปี พ.ศ.2468 มีการประกาศ ที่สาธารณะจริง เป็นป่าสาธารณะประโยชน์ป่าโคกเพชรน้อย มีเนื้อที่ประมาณ 2,100 ไร่ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2522 เมื่อทางราชการมีคำสั่งให้ ผู้ใหญ่บ้าน ณ ตอนนั้น เก็บเอกสาร สค.1 ไปส่งที่ จังหวัด ขณะเก็บ ผู้ใหญ่บ้านได้คุยกับชาวบ้านว่า จะออกเอกสารสิทธิให้ใหม่ เป็น นส.3 พวกชาวบ้านต่างพากันหลงเชื่อ ก็เลยให้ สค.1 ไป ทั้ง สค.1 ทั้งใบประสงค์จะได้สิทธิ หลังจากเอาเอกสารไปหมดแล้ว เขาจึงมาประกาศปากเปล่าว่า ที่ดินตรงนี้ได้ประกาศเป็นพื้นที่สาธารณะหมดแล้ว ห้ามมิให้ชาวบ้าน บุกรุกเข้ามาทำกิน ซึ่งชาวบ้านก็ไม่สนใจในคำประกาศหรือคำห้ามปรามใดๆทั้งสิ้น เข้ามาทำกินเหมือนเดิม ปี พ.ศ.2524 ชาวบ้านถูกตำรวจจับ และชาวบ้านก็ถูกการ ขมขู่ คุกคาม จากหน่วยงานรัฐ ที่ถือกกหมาย ก็ทนไม่ไหว ช่วงกลางคืน ชาวบ้านที่นอนเฝ้ากระท่อมที่นา ถูกยิงตาย ชาวบ้านต่างผวา และหวาดกลัว

เจรจาเดือด!! ผู้ว่าฯvsชาวบ้าน แก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกิน อ้างสิทธิ์ สค.1ทวงแผ่นดินผืนสุดท้ายของบรรพชน สรุปผลไม่ได้ หวิดวางมวย (ชมคลิป)

จึงได้ทิ้งที่ดินทำกินดังกล่าวตรงนี้ ซึ่งเวลานั้น สร้างความแตกแยก หลายครอบครัวล้มสลาย อย่างครอบครัวตนเองก็ต้องพากันวิ่งเข้าป่า ไปอาศัยอยู่กับพรรคคอมมิวนิตย์แห่งประเทศไทย เพื่อความปลอดภัย พร้อมกลับหันมาต่อสู้กับนโยบายของรัฐ ที่ไม่เป็นธรรม ต่อมามีการประกาศนโยบาย 66/2523 ให้คอมมิวนิตย์เข้ามามอบตัว กลุ่มชาวบ้านก็เดินทางเข้ามามอบตัวหวังความปลอดภัยในชีวิต ได้มีพันธสัญญาระหว่างรัฐกับชาวบ้าน ว่าจะดูแลกัน เมื่อเวลาผ่านมา ดูแล้วมันไม่ใช่ พวกเราก็ต่างพากันอยู่อย่างทรมาน อยู่อย่างทรหด ไม่มีที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยมีแค่ไม่ถึงงาน ครอบครัวตนเองเป็นครอบครัวใหญ่ พ่อ แม่ ลูก 7-8 คน อยู่กันแบบอดยาก ต้องแบก ต้องหามตลอด เพื่อความอยู่รอด ต่อมา เมื่อ ปี พ.ศ.2550 ได้ตัดสินใจหลังได้พูดคุยกับพี่น้อง ชาวบ้านที่มี เอกสาร สค.1 ว่าเราควรจะ ฮึด ลุกขึ้นต่อสู้ เพื่อเรียกร้องสิทธิอีกครั้ง ได้ทำหนังสือยื่นถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ แต่ก็หาได้รับความเป็นธรรมไม่ จนมาถึง ณ วันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้เข้ามา หลังจากได้พูดคุย พวกเรารู้สึกว่า มีความหวัง เราเคยคุยกันว่า ถึงแม้ใน สค.1 มีเนื้อที่ 20 ไร่ 30 ไร่ก็ตาม เราของสิ่งที่เหลือ สิ่งปลูกสร้างของหน่วยงานรัฐ ชาวบ้านไม่ติดใจ จะได้ที่ดินเพียง 2-3 ไร่ เราก็ยอม ขอให้ได้แค่ที่อยู่ ที่กิน แต่ชาวบ้านยังไม่มั่นใจในคำพูดของผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ จึงขอให้ทางเจ้าพนักงาน ที่ดินจังหวัดสุรินทร์ บันทึกวาระการประชุมในครั้งนี้ไว้เป็นหลักฐาน

นายคราศรี ลอยทอง ทนายความ หรือ ฉายา “ ทนายคนยาก” กล่าวว่า ชาวบ้านได้ยืนยันว่า มีเอกสารสิทธิ์ สค.1 ตามที่สื่อเคยนำเสนอข่าวไปแล้วหลายครั้ง หลายหน จนมีการเรียกประชุม เพื่อหาข้อยุติร่วมกันในวันนี้ โดยการหารือร่วมกัน ระหว่างฝ่าย ชาวบ้านที่ต่อต้าน และชาวบ้านที่อ้างสิทธิ์ เรียกร้องความเป็นธรรม ทวงแผ่นดินผืนสุดท้ายของบรรพชน ระหว่างการโต้เถียง เพื่อหาข้อยุติในวันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กลับทำให้เสียบรรยากาศ ของการประชุม คล้ายเป็นการ หยิบประเด็น ข้อพิพาทมาถกเถียง ยื้อประเด็น เข้าข้างฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งจนเกิดควร ทำให้ไม่สามารถสรุป และทางทางออกร่วมกันได้ ซึ่งถ้าพิสูจน์จากการคอบครอง ตาม สค.1 และการทำกิน ในที่ดิน หน้าจะให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านได้มากกว่านี้ -นายเข็มชาติ เพียรทำ เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาของทางรัฐบาลในการจัดหาที่ดินทำกินให้กับประชาชน โดยใช้หลักการให้สิทธิ์ในการเข้าไปทำกิน โดยไม่ได้ให้กรรมสิทธิ์ และการที่จะอนุญาตให้ในลักษณะของชุมชน ซึ่งชุมชนที่จะเข้าไปอยู่ ต้องตั้งในรูปสหกรณ์ ไม่ใช่ตั้งในรูปปัจเจกบุคคล ซี่งหลักเกณฑ์การเข้าใช้ที่ดินสาธารณะ มีหลักเกณฑ์ราษฏรต้องเลิกเข้าใช้ประโยชน์แล้ว โดยการทำประชาคม ราษฏรที่เลยใช้ประโยชน์ และชุมชนข้างเคียง และวันนี้จึงมาจัดทำรับฟังความคิดเห็นประชาชน เบื้องต้น เพื่อให้ราษฏรเข้าใจนโยบาย การจัดที่ดินทำกิจให้ชุมชนเป็นอย่างไร หลังจากนี้ไปเป็นหน้าที่ของราษฏรในพื้นที่ว่า จะบริหารจัดการพื้นที่กันอย่างไร ตามนโยบายของ คสช.ได้มัย จึงให้ชาวบ้านทั้งสองฝ่ายกลับไปหารือกัน แล้วค่อยนัดมาประชุมกันอีกครั้ง เพื่อหาทางออก

เจรจาเดือด!! ผู้ว่าฯvsชาวบ้าน แก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกิน อ้างสิทธิ์ สค.1ทวงแผ่นดินผืนสุดท้ายของบรรพชน สรุปผลไม่ได้ หวิดวางมวย (ชมคลิป)

ทางด้าน นายกฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ นายอำเภอเมืองสุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้จังหวัดสุรินทร์ โดย นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้เดินทางมาพบปะ เพื่อชี้แจง และทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชน ตำบลคอโค เนื่องจากว่า มีการร้องเรียน และเรียกร้องขอที่ดินทำกิน ซึ่งทางจังหวัดได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ที่ดินจังหวัดสุรินทร์ นายก อบต.คอโค และ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อชี้แจงเรื่องที่ดินทำกิน ตามนโยบายของทางรัฐบาล ในการแก้ไข ปัญหา ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า พี่น้องชาวตำบลคอโค มีความต้องการและคิดเห็นอย่างไร ตนจึงมอบหมายให้ ตำบล และหมู่บ้าน ลองไปพูดคุยกันดูก่อน ในการพิจารณาที่ดินสาธารณะที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน ประมาณ 500 ไร่ โดยพิจารณา เรื่องความยากจน ไม่มีที่ดินทำกิน ประมาณหนึ่งสัปดาห์น่าจะพอรู้เรื่อง แต่ถ้าหากพี่น้องประชาชนเห็นว่า ควรจัดที่ดินสาธารณะบางส่วน ให้ราษฏรที่ยากไร้ได้เข้าทำกิน ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป แต่ถ้าหากพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยินยอมให้นำป่าโคกเพชรน้อยส่วนที่เหลืออยู่ เนื้อที่ 500 ไร่ มาจัด ก็ต้องสรรหาวิธีการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือนร้อนต่อไป โดยยึดหลักหลักเกณฑ์ ยากจน มีมีที่ดินทำกินก่อน ส่วนที่อยู่ ตำบลไหนก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง หากเข้าหลักเกณฑ์ผ่านกระบวนการพิจาณาของทางราชการแล้วก็สามารถเข้ามาอยู่ทำกินได้

เจรจาเดือด!! ผู้ว่าฯvsชาวบ้าน แก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกิน อ้างสิทธิ์ สค.1ทวงแผ่นดินผืนสุดท้ายของบรรพชน สรุปผลไม่ได้ หวิดวางมวย (ชมคลิป)

เจรจาเดือด!! ผู้ว่าฯvsชาวบ้าน แก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกิน อ้างสิทธิ์ สค.1ทวงแผ่นดินผืนสุดท้ายของบรรพชน สรุปผลไม่ได้ หวิดวางมวย (ชมคลิป)

เจรจาเดือด!! ผู้ว่าฯvsชาวบ้าน แก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกิน อ้างสิทธิ์ สค.1ทวงแผ่นดินผืนสุดท้ายของบรรพชน สรุปผลไม่ได้ หวิดวางมวย (ชมคลิป)

เจรจาเดือด!! ผู้ว่าฯvsชาวบ้าน แก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกิน อ้างสิทธิ์ สค.1ทวงแผ่นดินผืนสุดท้ายของบรรพชน สรุปผลไม่ได้ หวิดวางมวย (ชมคลิป)

เจรจาเดือด!! ผู้ว่าฯvsชาวบ้าน แก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกิน อ้างสิทธิ์ สค.1ทวงแผ่นดินผืนสุดท้ายของบรรพชน สรุปผลไม่ได้ หวิดวางมวย (ชมคลิป)

เจรจาเดือด!! ผู้ว่าฯvsชาวบ้าน แก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกิน อ้างสิทธิ์ สค.1ทวงแผ่นดินผืนสุดท้ายของบรรพชน สรุปผลไม่ได้ หวิดวางมวย (ชมคลิป)

เจรจาเดือด!! ผู้ว่าฯvsชาวบ้าน แก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกิน อ้างสิทธิ์ สค.1ทวงแผ่นดินผืนสุดท้ายของบรรพชน สรุปผลไม่ได้ หวิดวางมวย (ชมคลิป)

เจรจาเดือด!! ผู้ว่าฯvsชาวบ้าน แก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกิน อ้างสิทธิ์ สค.1ทวงแผ่นดินผืนสุดท้ายของบรรพชน สรุปผลไม่ได้ หวิดวางมวย (ชมคลิป)

รมิตา สิงหเสรี   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์   จังหวัดสุรินทร์