- 13 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 12 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวจังหวัดชลบุรี (สัตหีบ) ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ที่ 7 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่ามีรถบรรทุก 10 ล้อ และรถพ่วงจำนวนหลายคัน ที่รับจ้างบรรทุกดินและหินวิ่งผ่านถนนภายในหมู่บ้าน เพื่อนำไปถมที่และถนนที่กำลังก่อสร้าง จนทำให้ชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ริมถนนในหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนทั้งเรื่องอันตรายจากอุบัติเหตุ ฝุ่นละออง เสียงดัง ควันรถ เพราะรถบรรทุกเหล่านี้วิ่งกันตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงค่ำ อีกทั้งบางคันบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้ถนนหลายจุดรับน้ำหนักไม่ไหวเริ่มพังเสียหาย ซึ่งถนนเส้นนี้ก่อสร้างมาได้ไม่นาน อีกทั้งรถได้วิ่งผ่านหมู่บ้านด้วยความเร็วจนเกือบเกิดอุบัติเหตุกับชาวบ้านหลายครั้ง โดยไม่สนใจว่าใครจะได้รับความเดือดร้อน
นาย พนม จงเปรมชาติ อายุ 72 ปี บ้านเลขที่ 31/42 หมู่ที่7 ต.นาจอมเทียน กล่าวว่า รถบรรทุกดังกล่าววิ่งกันทั้งวันมีทั้งน้ำหนักเกินและไม่เกิน มีเสียงดังและฝุ่นผงละอองพัดเข้าบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมถนนอย่างต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านอย่างมาก เคยร้องเรียนไปยังองค์กรปกครองส่วท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่เรื่องก็เงียบหายไปชายบ้านที่พักอาศัยอยู่ริมถนน กล่าวว่า อยากให้รถหยุดวิ่งเพราะสร้างความเดือดร้อนจริงๆ เคยมีคนร้องไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจนต้องนำป้ายมาติดไว้ริมถนนสีแดงชัดเจนว่า “ห้ามรถบรรทุกวิ่งบนถนนสายนี้อย่างเด็ดขาด” แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ ทั้งรถพ่วงและรถสิบล้อกับวิ่งสวนกันไปมาต่อหน้าป้ายอย่างไม่เกรงกลัวแต่อย่าง
ส่วนที่เป็นครอบครัวที่ลูกและหลานอยู่ในบ้านและร้านขายของริมถนน กล่าวว่า มีหลานเล็กๆ วัย 2-3 ขวบ ต้องทนทุกข์ทรมานกับผุ่นละอองมที่เข้ามาหลังจากรถวิ่งผ่าน ต้องสูดดมเข้าไปทุกวัน จนเกิดอาการเจ็บป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ หอบ หืด ต้องนำตัวเข้ารับการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่องเสียค่ารักษาเป็นจำนวนมากและเกรงว่าจะเป็นอาการป่วยเรือรังจนรักษาไม่หาย นอกจากนี้แล้วยังมีเด็กเล็กๆ อีกหลายคนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ เป็นโรคในลักษณะเช่นนี้กันอีกหลายคน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านอีกหลายคนที่พูดในทำนองเดียวกันว่าไม่อยากให้รถวิ่งผ่านและสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในลักษณะเช่นนี้ บางคนกล่าวว่าเคยเห็นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้ามาดักจับรถที่วิ่งอยู่ 2-3 คัน จนรถบรรทุกดังกล่าวได้หยุดวิ่งไประยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่นานก็ออกมาวิ่งอยู่เหมือนเดิม จนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้ว จึงได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อนำเสนอข่าวให้ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองรับทราบ เพื่อลงมาช่วยเหลือด้วย
จากการสอบถามถึงปริมาณรถที่วิ่งเข้าออกอย่างต่อเนื่องทั้งวันบนถนนทางหลวงชนบทสาย พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์-โรงโม่หิน ขอบอ่างเก็บน้ำห้วยตู้ ม.7 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีเป็นจำนวนมากหลายสิบคัน วิ่งชนิดห่างกันแทบไม่เกิน 3-5 นาทีต่อคัน ทราบว่ามีผู้รับจ้างเหมาดินและหินจากโรงโม่หินในพื้นที่ เพื่อนำไปถมที่หรือสร้างถนนสายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ถนนเส้นทางนี้เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ขณะนี้เริ่มชำรุดแล้ว หากปล่อยไปอย่างนี้ผลที่ตามมานอกจากชาวบ้านจะได้รับความเดือดร้อนจากละอองฝุ่น เสียงดัง ควันพิษแล้ว อาจเกิดอันตรายต่อชาวบ้านที่สัญจรไปมาและประการสำคัญจะต้องเสียงบประมาณของทางราชการ ในการซ่อมแซมถนนเส้นนี้ต่อมาอย่างแน่นอน จึงฝากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงมาตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือต่อไปด้วย...
ข่าว อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล/ ภาพ นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
