- 13 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่ชุมชนหมู่บ้านช้าง บ้านขุนไชยทอง ต.หนองเรือ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ จากเดิมที่เป็นหมู่บ้านที่มีการนำช้างออกไปเร่ร่อนหากินในต่างจังหวัดมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันได้มีโครงการ “นำช้างกลับบ้าน พาควาญคืนถิ่น” โดยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคน 2559 เป็นต้นมา โดยได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ที่ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณมาเป็นค่าอาหาร ให้กับช้างที่จะกลับบ้าน และได้เข้าร่วมในโครงการนี้เดือนละ 20,000 บาทต่อเชือก และยังได้สนับสนุนจัดหานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ชอบการท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติมาให้
โดยมีข้อแม้ว่า ช้างจะต้องไม่ถูกพันธนาการจากโซ่ตรวนในเวลาที่อยู่กับนักท่องเที่ยว นอกจากจะล่ามเอาไว้ในโรงเลี้ยงเท่านั้น และห้ามใช้ตะขอบังคับช้าง อีกทั้งจะต้องไม่มีการขึ้นไปนั่งบนหลังช้างด้วย โดยจะต้องปล่อยให้อยู่กับนักท่องเที่ยวแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะมีเพียงย่ามที่บรรจุอาหารไว้สำหรับให้ช้างกินเท่านั้น โดยที่ควาญช้างจะเป็นผู้นำมาแจกให้ ซึ่งช้างที่เข้าร่วมโครงการทุกตัวจะต้องได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี เพื่อที่จะให้เคยชินกับสภาพแบบนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช้างที่อายุไม่มาก และมีนิสัยไม่ดุร้าย โดยในขณะนี้ได้มีช้างกลับมาบ้านและได้เข้าร่วมในโครงการนี้แล้วจำนวน 18 เชือก
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ หลังจากที่ได้เริ่มโครงการ“นำช้างกลับบ้าน พาควาญคืนถิ่น” และเมื่อ 7 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ที่ชุมชนหมู่บ้านช้าง บ้านขุนไชยทอง ต.หนองเรือ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ก็ได้มีการจัดกิจกรรม “ดำนากับช้าง” ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนได้รู้จักหมู่บ้านช้างแห่งนี้มากขึ้น และยังเป็นการประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิของจังหวัดสุรินทร์ ให้ต่างชาติได้รู้จักมากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยมีนายชูศักดิ์ ราชบุรี นายอำเภอชุมพลบุรี มาเป็นประธาน ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ ก็ได้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมกิจกรรมดำนากับช้างกันมากมาย อีกทั้งยังมีดารานักแสดงเดินทางมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ด้วยหลายคน อธิเช่น คุณโบว์ เบญจศิริ วัฒนา คุณเกรซ พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์ คุณมิน AF3 มิณฑิตา วัฒนกุล คุณน้ำผึ้ง ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ และคุณปาย สิตางศุ์ ปุณภพ โดยได้ร่วมกันลงไปปักดำนาในแปลงนาที่อยู่ปากทางเข้าชุมชนหมู่บ้านช้าง บ้านขุนไชยทอง ที่ได้เตรียมแปลงนาไว้สำหรับกิจกรรมนี้บนเนื้อที่ 1 ไร่ ซึ่งสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ที่ไม่เคยสัมผัสกับชีวิตชาวนาไทยมาก่อน โดยการที่ได้ร่วมปักดำนากันเป็นครั้งแรกในชีวิต
นายธีรเชษฐ์ เปรียบสม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ม.2 บ้านขุนไชยทอง ต.หนองเรือ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ควาญช้าง กล่าวว่า พูดถึงแต่ก่อนชาวบ้านขุนไชยทอง แห่งนี้ ได้เลี้ยงช้างไว้เพื่อใช้งาน พอมาพักหลังพื้นที่มันเปลี่ยนไป เนื่องจากชาวบ้านได้เอาเนื้อที่ของตนไปไปใช้ทำการเกษตร โดยเฉพาะตอนหลังชาวบ้านได้พากันปลูกต้นยูคาลิปตัส ทำให้เพื่อที่ ทาม หรือ แม่น้ำมูล เปลี่ยนไปจากแต่ก่อน ที่เคยนำช้างไปเลี้ยงได้ พอเลี้ยงไม่ได้จึงเกิดปัญหา ช้างขาดแคลนอาหารจากสภาพความแห้งแล้ง หน้าแล้งยิ่งแล้งหนักไม่มีอาหารสำหรับเลี้ยงช้าง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำช้างออกไปเร่ แต่ในการออกไปเร่ ครั้งนั้นเป็นการนำเอาวัตถุมงคล ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับงาช้าง ฯลฯ พยายามที่จะช่วยเหลือตัวเอง เพื่อทำให้คนเลี้ยงช้างมีรายได้ ช้างตัวเล้กก็นำไปแสเงมั้ง แต่พักหลัง สังคม รุมประณาม ว่าเป็นช้างเร่ร่อน ช้างขอทาน สังคมไม่ให้การต้อนรับ การแสดงช้างก็ขาดทุน ต้องมาเร่ขายอ้อย เพื่อความอยู่รอดของ ควาญช้าง ทุกวันนี้ช้างคืนถิ่น บ้านขุนไชยทอง มีการปลดพันธนาการ ไร้โซ่ตรวน ล่าม ควบคุม ช้างอีกต่อไป
การนำช้างคืนถิ่นฐานบ้านเกิด เบื้องต้น ต้องปรับสภาพให้เข้า สถานที่จริง เนื่องจากตอนนี้ สถานที่ปลูกหญ้า ต้องมีพื้นที่รองรับ ถ้าไม่มีพื้นที่ปลูกหญ้าคือ ปัญหาใหญ่ ควาญช้างต้องไปซื้อหญ้าคนอื่นมาเลี้ยงช้าง ทำให้รายได้ลดลง เป็นเงินสนับสนุนจากมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เชือกละ 20,000 บาท ยิ่งเชือกที่มีภาระหนี้สินก็จะทำให้เกิดภาระ ระยะยาว ควาญช้างทุกคนกำลังเริ่มต้น และปรับตัวกับความจริง หมู่บ้านโฮมเตย์ มองเห็นอนาคต ต่อไปถ้าคนรู้จักมากขึ้น พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกๆคน ชีวิตความเป็นอยู่คงจะดีขึ้น แม้ว่าหมู่บ้านขุนไชยทอง จะเป็นหมู่บ้านเล็ก ไม่ได้อยู่ในโครงการช่วยเหลือของรัฐบาล เหลือบกับโครงการคชอาณาจักร ที่บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ แต่ขอยืนยันว่า ด้วยศักยภาพ ควาญช้างรุ่นใหม่ พร้อมเปิดหมู่บ้าน ให้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ได้มาสัมผัสวิถีชีวิตในการเลี้ยงช้างของเรา สัมผัสได้ ไม่ใช่ช้างแสดง ไม่มีโซ่ตรวน เป็นช้างที่สามารถคลุกคลี ให้ความสุขกับนักท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่
นายสุริยา ศาลางาม อายุ 33 ปี ประธานโครงการElephant Lover Home ซึ่งบรรพบุรุษเป็นผู้เลี้ยงช้างมาหลายชั่วคน และยังเป็นคนในหมู่บ้านขุนไชยทองโดยกำเนิด ก็ได้เปิดเผยว่า ในขณะนี้ในส่วนของโครงการ Elephant Lover Home เราก็ได้มีการจัดทำเป็นร้านค้าชุมชน โดยการจัดทำของที่ระลึกมาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว โดยทางมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมได้ให้การสนับสนุนช่วยจัดหาสินค้ามาให้จำหน่าย ซึ่งหากท่านใดที่สนใจ ก็เข้าไปเยี่ยมชมได้ในเพจ Elephant Lover Home และในขณะนี้ เราก็ยังได้มีการจัดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์อีกทางหนึ่ง โดยจะจัดให้นักท่องเที่ยวได้ทำกิจกรรมร่วมกับช้าง โดยการพาช้างเดินเล่น และพาช้างอาบน้ำ โดยจะจัดขึ้นตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึงเวลา 11.30 น.ทุกวันไม่มีวันหยุด โดยสามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรฯ 062-4255657 ซึ่งจะต้องติดต่อจองคิวเข้ามาล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อจะได้จัดเตรียมอาหารที่จะให้นักท่องเที่ยวใช้เลี้ยงช้างได้ทัน โดยจะไม่อนุญาตให้นำอาหารจากข้างนอกเข้ามา เนื่องจากอาจจะเป็นอันตรายกับช้างได้
ด้าน นางแสงเดือน ชัยเลิศ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงใหม่ ซึ่งในวันนี้ก็ได้มาร่วมกิจกรรมนี้ด้วย ก็ได้กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ก็เพราะว่าภายหลังจากที่เราได้จัดโครงการนำช้างกลับบ้าน-พาควาญคืนถิ่น เราก็ต้องหาทางช่วยให้เขามีเงินให้ได้ เพื่อที่เขาจะไม่พาช้างกลับไปเร่ร่อนอีก ซึ่งเราก็จัดให้มีโฮมสเตย์ และก็ได้คิดกันว่าที่นี่นอกจากช้างแล้วเราก็ยังมีข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงมาก เราจึงได้จัดให้มีกิจกรรมดำนากับช้างขึ้นมาในวันนี้ เพื่อที่จะเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับหมู่บ้านช้างแห่งนี้ และยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ข้าวหอมมะลิของไทย ให้ดังไกลไปทั่วโลกด้วย เพื่อที่จะให้เขารู้ว่า ที่นี่นอกจากจะมีช้างแล้ว เรายังมีของดีก็คือข้าวหอมมะลิด้วย ซึ่งชาวต่างชาติที่ทราบข่าว ต่างก็อยากจะมาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กันอย่างมากมาย แต่ในครั้งแรกนี้เรายังไม่กล้าที่จะรับจำนวนมาก เพราะกลัวว่าจะมีพื้นที่ให้ไม่พอ ซึ่งเราก็จะมีการจัดให้มีขึ้นอีกครั้งในอาทิตย์หน้าที่จะถึงนี้ ซึ่งจะกำหนดวันอีกที แต่โดยในครั้งนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ
-ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ยังได้กล่าวอีกว่า ในตอนนี้ที่เราได้รับการสนับสนุนอยู่ก็คือนายอำเภอชุมพลบุรี โดยท่านได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนเป็นที่ปรึกษามาโดยตลอด นอกนั้นยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเราเลย ซึ่งเราก็หวังว่าทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือว่า ททท.จะได้เข้ามามีส่วนช่วยชาวบ้าน เพราะลำพังชาวบ้านเองคงจะทำไม่ได้ ต้องททท.เท่านั้น ถ้าททท.ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยก็คงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งตอนนี้เราได้เปิดตัวมานานพอสมควรแล้ว ทำให้ต่างชาติรู้จักบ้านขุนไชยทองมากขึ้น จึงอยากจะให้ ทาง ททท.ได้ลงมาเยี่ยมดูและหาทางช่วยเหลือบ้าง ก็จะเป็นการทำให้ชาวบ้านที่นี่ มีความหวังมากยิ่งขึ้น ในการที่จะก้าวไปเป็นหมู่บ้านแห่งการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
