- 13 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอปัญหาด้านการกีฬาของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะสมาคมกีฬามีปัญหาเรื่องงบประมาณสนับสนุนนักกีฬาที่เป็นตัวแทนจังหวัดไปร่วมแข่งขันรายการต่าง ๆ รวมทั้งงบอัดฉีดนักกีฬาที่ได้เหรียญจากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ “ชุมพร-ระนองเกมส์” กว่า 1.5 ล้านบาท ก็ยังไม่จ่าย ส่วนเงินอัดฉีดนักกีฬาที่เข่าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “สงขลาเกมส์” เกือบ 1 ล้านบาทก็มีทีท่าว่าจะไม่จ่ายให้กับนักกีฬา ทำให้นักกีฬาหลายประเภทที่ฝากความหวังไว้ว่าจะได้เงินไปใช้จ่ายแก้ปัญหาในครอบครัวต้องฝันสลาย
โดยเฉพาะกีฬาเปตองชุดแชมป์ “สงขลาเกมส์” 4 คนหลังจากทราบข่าวถึงกับร้องให้ด้วยความเสียใจ นอกจากนี้นักกีฬาเยาวชนฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปี ที่เดินทางไปแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยที่ จ.พิจิตร เมื่อปลายเดือน มิ.ย. 2560 ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนใด ไ จากจังหวัดและสมาคมกีฬา ฯแม้แต่น้อยต้องจัดแข่งขันฟุตบอลนัดการกุศลหาเงินเป็นทุนให้เยาวชนเดินทางไปแข่งขันที่ จ.พิจิตร โดยพ่อแม่ ผู้ปกครองต้องควักเงินในกระเป๋าสมทบเป็นค่าใช้จ่ายรวม 120,000 บาท ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
วันที่13 ก.ค.2560 นายณัฐวุฒิ ภารพบ ประธานชมรมกกรีฑาและอดีตนายกสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งร่วมประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวานนี้ 12 ก.ค.2560 ซึ่งมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุม ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ค “ดร.ณัฐวุฒิ ภารพบ “ความว่า ผมทำหน้าที่ตัวแทนนักกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชในการ ทวงเงินรางวัลหรือเงินอักฉีดให้นักกีฬาเยาวชน /นักกีฬาแห่งชาติ/นักกีฬาคนพิการ จากสมาคมกีฬานานเกือบ 2 สัปดาห์ วันนี้ท่านรองผู้ว่า ฯเรียกเชิญผู้เกี่ยวข้องไปหารือว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร สรุปโดยรวม นายกสมาคมกีฬาบอก “ชุมพร ระนองเกมส์” ที่แข่งตั้งแต่มีนาคม 2560 จะพยายามหาเงินมาให้ 1.6 ล้านภายใน 31 กรกฎาคม 2560 ส่วนกีฬาแห่งชาติสงขลาเกมส์ ท่านนายกฯบอกว่าสมาคมไม่เคยพูดว่าจะให้ ไม่เคยมีมติว่าจะให้ สรุปประมาณว่า สงขลาเกมส์ นักกีฬาน่าจะอด แต่ผมก็แย้งในที่ประชุมว่า มีเอกสารแจกจ่ายไปทั่วทุกชมรมว่าจะจ่ายกีฬาเยาวชนเท่านั้น กีฬาแห่งชาติเท่านี้ ผมมีเอกสารนี้อยู่ในมือและคนในวงการกีฬาก็มี เอกสารคนพิการเท่านั้นที่ไม่มีเอกสารดังกล่าว เมื่อมีเอกสาร 2 ชนิดกีฬา แต่นายกสมาคมบอกชนิดเยาวชนจะจ่าย แต่แห่งชาติ มีเอกสารแต่ไม่เคยมีมติจากกรรมการว่าจะจ่าย (อ้าว) คนพิการไม่ต้องพูดถึงเพราะไม่มีเอกสาร สรุปง่ายๆว่า กีฬาเยาวชนแข่งมา 4 เดือนคาดว่าจะได้เงินสิ้นเดือนนี้ ซึ่งเราต้องดูกัน ส่วนกีฬาแห่งชาติสงขลาเกมส์ ยังมืดมนต์ กีฬาคนพิการ ก็มืดมนและพิการต่อไป
“ผมก็ทำหน้าที่ทวงเงินให้นักกีฬาและบอกวิธีการบริหารเงินให้ที่ประชุมฟังวันนี้หลายคนฟังนายกสมาคมกีฬาพูดแล้ว ก็มีความรู้สึกกันอย่างไรบ้างทุกท่านไปถามคนเข้าประชุม ผมจับอะไรได้หลายอย่างในห้องประชุม แต่ผมพยายามเอาที่กระทบนักกีฬาและเอาเฉพาะชี้แจงในส่วนที่จะเป็นปัญหา เช่น เมื่อนักกีฬาแห่งชาติไม่ได้เงินอัดฉีด ท่านคิดว่า จังหวัด พัทลุง สตูล สงขลา แม้นกระทั่งชุมพร จะคิดอย่างไร นักกีฬาที่ไม่ได้เงินอัดฉีดตามที่เขาคิดว่าเขาจะได้เขาคิดอย่างไร เอาง่าย ๆ ครับ ชุมพร ได้ 19 เหรียญทองเท่าเรา แต่เหรียญเงินเขาน้อยกว่า เที่ยวหน้า หาก 5 เหรียญทองของเราไปเล่นให้ชุมพร กาปัดดี้ ไปเล่นให้กระบี่ ชุมพรจะแซงหน้าเราทันที กระบี่จะขยับขึ้นทันที เราจะร่วงลงทันที ผมจึงร้องขอกับนายกสมาคมกีฬาในห้องประชุมว่า หาเงินมาจ่ายค่าเหรียญให้นักกีฬาเถอะครับ แล้วปีหน้า กีฬาเยาวชนแห่งชาติที่น่าน กีฬาแห่งชาติที่เชียงราย การคัดเลือกภาคใต้นั่นเป็นหน้าที่ของ สมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องประคองนักกีฬาให้ได้ ต้องเตรียมการเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่บัดนี้
ดร.ณัฐวุฒิ ภารพบ ระบุข้อความในเฟซบุ๊คอีกว่า พูดแล้วต้องพูดถึงเรื่องเก่าครับว่าผมเคยแสดงความคิดเห็นหลายครั้ง นายกสมาคมกีฬา เป็นใครก็ได้ ที่มีเงินเหลือเฟือ ไม่ใช่หยิบยืมคน หรือเป็นคนที่ประสานหาเงินมาใช้จากหน่วยงานใด ๆได้ หรือตั้งกติกาไปเลยใครเป็นนายก อบจ.ต้องรับความเป็นนายกกีฬาไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมาก็เป็นอีกประเด็นที่คนในวงการกีฬา ต้องพึงระมัดระวัง ผมเรียกร้องท่านนายกสมาคมกีฬา คิดอะไรให้รอบคอบ และใจจริงผมสงสารท่าน วันนี้นั่งแอบมองหน้าท่าน ฟังที่ท่านพูดโต้ตอบไปมา ผมเห็นใจท่านจริง ๆ ถึงตอนนี้ก็พอรู้ได้ว่ากึ๋นนายกสมาคมกีฬามีแค่ไหนอย่างไร หากจะให้ผมเสนอแนะสิ่งใด เอากันจริง ๆ ตรงไปตรงมา ผมพร้อมแต่ต้องคุยกับนายกสมาคมคนเดียวเท่านั้นคนอื่นไม่ต้องมา ผมพร้อมและเต็มใจจะแนะนำในฐานะที่เป็นพี่ เป็นมิตร และเป็นนายกสมาคมกีฬามาก่อน 7-8 ปี และบริหารแบบไม่มีปัญหาแบบนี้
ทางด้านนายศุภกร มีกร หรือ “โค้ชแดง”ผู้ฝึกสอน/ผู้จัดการทีมฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปี กล่าวว่า ในส่วนของทีมฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปีที่เดินทางไปแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยที่ จ.พิจิตร เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ไม่ได้ไปเรียกร้องเงินสนับสนุนจากจังหวัดหรือสมาคมกีฬาใด ๆ เลย เพียงแต่นักกีฬาได้เข้ากราบขอพรผู้ว่าราชการจังหวัด และนายกสมาคมกีฬา แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับเงินสนับสนุนใด ๆ โดยที่ผ่านมาการทำกีฬาในส่วนของภาคเอกชนก็เป็นอย่างนี้มาตลอด เป็นปัญหาที่รับรู้รับทราบกันมานานแล้ว เมื่อต้องไปแข่งขันรายการใหญ่ ๆ มีค่าใช้จ่ายสูงคนในวงการก็ลงขันช่วยกันออกค่าใช้จ่าย รวมทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครองเด็กที่เป็นนักกีฬาก็ควักกันเอง ตนทำทีมฟุตบอลเยาวชนมา 7 ปีแล้วที่มาของค่าใช้จ่ายเป็นอยู่อย่างนี้มาตลอดไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้ว่า ฯราชการหรือนายกสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช
“หากทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการกีฬาและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่าสงบจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นกีฬาในส่วนของทางราชการหรือภาคเอกชน เมื่อเป็นตัวแทนของจังหวัดไปแข่งขันหากได้งบประมาณสนับสนุนเพียงพอก็เป็นเรื่องที่ดี และน่าจะทำให้การพัฒนาวงการกีฬาเมืองนครศรีธรรมราชมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ แต่อยากจะชี้แจงว่ารายการไปแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์แห่งประเทศไทย ไม่ได้เรียกร้องขอเงินสนับสนุนจากจังหวัดและสมาคมกีฬาจังหวัด ฯเลย”
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
