- 13 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 13 ก.ค. 2560 ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีกลุ่มเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 60 คน โดยมีนายวิสูตร สุชาฎา ประธานเครือข่ายฯ เป็นตัวแทน ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ผ่านนายจําเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
นายวิสูตร สุชาฎา ประธานเครือข่ายฯ กล่าวว่า ในฐานะประธานเครือข่ายฯ ได้จัดประชุมเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 ณ การยางจังหวัดนครศรีธรรมราช และได้พิจารณาแนวทางและมีมติร่วมกันนำเสนอมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาราคายาง ในขณะนี้ เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราช เห็นว่ารัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาราคายางพารามาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็น 4 มาตรการที่ผ่านการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ก่อนและมาตรการอื่นๆที่รัฐบาลกำลังดำเนินการเสริมอยู่ เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงขอขอบพระคุณฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลมา ณ โอกาสนี้ด้วย
“ เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ตระหนักว่าปัญหาต่างๆนั้นเครือข่ายชาวสวนยางเองจะต้องมีส่วนร่วมและพยายามแก้ไขปัญหาไปพร้อมกันด้วยและมีความประสงค์ที่จะไม่เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือโดยรับซื้อยางในราคาที่สูงกว่าตลาดแต่อย่างใด เพราะเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน และจะก่อให้เกิดปัญหาระยะยาวภายหลังต่อไปอีก อีกทั้งเข้าใจดีว่ารัฐบาลเองก็ไม่อาจรับภาระเรื่องงบประมาณค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากได้ เนื่องจากมีภารกิจอื่นของประเทศที่เร่งด่วนและจำเป็นอีกมากมายด้วย”
นายวิสูตร สุชาฎา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความเห็นและข้อเสนอว่ามาตรการหนึ่งที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาราคายางได้อย่างเป็นรูปธรรมยั่งยืนคือให้ทุกหน่วยงานเช่น อปท., อบจ.,เทศบาล,อบต. กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท กำหนดสเปคการสร้างและซ่อมถนนลาดยางทุกเส้นทาง ให้ผสมยางพารา ร้อยละ5 กับยางมะตอยคือเป็นผิวถนนแบบพาราแอสฟัลต์คอนกรีตแทนที่จะเป็นผิวถนนแบบแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีมาตรฐานและราคากำหนดไว้แล้ว โดยกำหนดให้หน่วยงานที่สร้างหรือซ่อมแซมถนนลาดยางทุกหน่วยปรับลดระยะทางหรือปริมาณงานลงให้สอดคล้องกับราคาที่เพิ่มขึ้นตามราคามาตรฐานของสำนักงบประมาณภายในวงเงินงบประมาณเดิมทั้งนี้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561 เป็นต้นไป
โดยเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดนครธรรมราช ได้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบแล้วมีความเห็นว่าหน่วยงานต่างๆสามารถดำเนินตามข้อเสนอได้อย่างง่ายดายด้วยเหตุผลดังนี้ 1.หน่วยงานไม่ต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มในการสร้างหรือซ่อมแซมถนนเลย แม้ว่าต้นทุนการก่อสร้างหรือซ่อมแซมจะเพิ่มขึ้นแต่สามารถปรับลดปริมาณงานลงให้สอดคล้องได้ทั้งนี้ราคาผิวถนนหนา 5 เซนติเมตร จะสูงขึ้นร้อยละ 51.87 เมื่อเปรียบเทียบกับไม่มีส่วนผสมของยางพารา (ข้อมูลจากราคามาตรฐานสำนักงบประมาณปี 2560) แต่เมื่อรวมกับราคาฐานของถนนด้วยแล้วราคาสูงขึ้นเพียงร้อยละ 17.1 6 ในขณะที่อายุการใช้งานจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 48 (ข้อมูลจากนักวิจัยกรมทางหลวง) มีกรณีตัวอย่างจริงคือ ถนนยางพาราสาธารณะที่บริเวณหน้าศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา ที่ก่อสร้างเมื่อปี 2545 จนปัจจุบันยังใช้การได้ดีโดยไม่ต้องซ่อมแซมเลยซึ่งประมาณได้ว่ามีอายุการใช้งาน ยาวกว่าปกติไม่น้อยกว่าร้อยละ 200 จึงมีความคุ้มค่าแม้ว่าจะยังมิได้รวมผลประโยชน์จากการช่วยลดปริมาณยางพาราและเพิ่มราคายางพาราให้สูงขึ้นด้วย
2.การกำหนดให้ทุกหน่วยงานใช้ยางพาราผสมยางมะตอยร้อยละ 5 จะทำให้มีการใช้ยางพารามากขึ้นประมาณ 100,000ตัน ต่อปี(ปัจจุบันมีปริมาณการใช้ยางมะตอยประมาณ 2,000,000 ตันต่อปี) ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราตามนโยบายของรัฐบาลได้สูงที่สุด 3.ประชาชนผู้ได้ใช้ถนนที่มีคุณภาพที่ดีกว่าเดิมสามารถนำงบประมาณที่ลดลงจากการซ่อมแซมไปใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างสะพานข้ามแยกหรือสร้างถนนใหม่ได้มากขึ้น 4.เป็นการลดปริมาณยางพาราได้มากและจะส่งผลให้ราคายางพาราสูงขึ้นเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างยั่งยืน 5.ให้รัฐบาลทำ MOU กับสถาบันเกษตรกร เพื่อรับซื้อยางจากสถาบันเกษตรกรส่งให้บริษัทผู้ผลิต พาราแอสฟัลต์คอนกรีต โดยรับซื้อเฉพาะที่ใช้เท่านั้นไม่เก็บสต๊อกแต่อย่างใด ส่วนสถาบันเกษตรกรเป็นผู้ผลิตยางอยู่แล้ว โดยเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พยายามเร่งรัดหรือขอร้องให้หน่วยงานได้พยายามใช้ยางพาราในการสร้างหรือซ่อมแซมถนนให้มากขึ้นอยู่แล้ว แต่เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราช เห็นว่าที่แล้วมาหน่วยงานยังดำเนินการไม่มากพอที่จะช่วยให้ปริมาณยางลดลงอย่างมากได้จึงขอความอนุเคราะห์มายังผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กำหนดเป็นมาตรการทั้ง 5 ข้อตามที่เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราชเสนอมา
ต่อมาเวลา 11.30 น. นายจําเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าฯ ได้มอบหมายให้นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชรับหนังสือแทน โดยนายสกล ฯ กล่าวว่าปัญหาดังกล่าวท่านพลเอกประยุทธ์
ภาพ/ข่าว กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
