- 13 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(13 ก.ค.60)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานความคืบหน้า หลังจากได้รับการร้องเรียน จาก นางพยอม กระแสโท อายุ 53 ปี ชาว อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ว่านายเกียรติศักดิ์ พันจุย อายุ 22ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่14 ต.เมืองแก อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เสียชีวิต เนื่องจากความสะเพร่า ของการก่อสร้างถนน สาย 214 สุรินทร์-จอมพระ ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ ตี 3 ถนนที่กำลังก่อสร้างมืดสนิท ไม่มีการแจ้งเตือน ด้วยสัญญาณไฟจราจร หรือป้ายแจ้งเตือน แม้แต่น้อย ประกอบกับสภาพถนน เป็นหลุม เป็นบ่อ บริเวณ ปากทางเข้า บ้านบึงนคร ต.บึง อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ จึงอยากจะให้สื่อมวลชนช่วยลงไปดู และช่วยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลงมาดำเนินการแก้ไขเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน ซึ่งการเสียชีวิตของลูกชายไร้การเยียวยา จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ค่าทำศพเพียง 35,000 บาท พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ จากบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เท่านั้นเอง
ซึ่งเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2560 ได้ทำการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ได้รับผลประทบ เข้าร่วมประชุม ที่สำนักงานโครงการก่อสร้างถนน สุรินทร์-จอมพระ ตอนที่ 1 หารือ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมี ผู้อำนวยการแขวงการทางสุรินทร์ นายอำเภอเขวาสินรินทร์ นางกรรณิกา เจริญพันธ์ อดีต ส.ส.สุรินทร์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ อ.เมืองสุรินทร์ และ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
วันนี้จึงรุดลงพื้นที่อีกครั้ง พร้อมกับ นางพยอม กระแสโท และหลานสาว เพื่อเข้ายืนหนังสือร้องของความเป็นธรรม เพื่อการช่วยเหลือเยียวยาตามหลักมนุษยธรรม ต่อนาย นายธงยศ ไทยยิ่งยง นายช่างโครงการก่อสร้างถนน สุรินทร์-จอมพระ ตอนที่ 1 และหจก. สรรค์ประทานพรขนส่ง โดยมีนายธงยศ ไทยยิ่งยง นายช่างโครงการก่อสร้างถนน สุรินทร์-จอมพระ ตอนที่ 1 ออกมารับหนังสือดังกล่าว พร้อมกับรับปากว่า จะประสานงานกับผู้รับจ้างคือ บริษัท สรรค์ประทานพรขนส่ง เพื่อช่วยค่าปลงศพต่อไป
ซึ่งหนังสือฉบับดังกล่าว นางนางพยอม กระแสโท ได้เขียนด้วยมือตัวเอง ข้อความระบุว่า “ขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือ กรณีนายเกียรติศักดิ์ พันจุย อายุ 22ปี บุตรชาย ได้เกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ชนเกาะกลางถนน ทางหลวง 214 ที่กำลังก่อสร้างจนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 เม.ย.60 เวลาประมาณ 05.00 น. โดยบุตรชายเป็นคนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผลกระทบมาจาก ผู้รับเหมาทำถนน สายสุรินทร์-จอมพระ ไม่ได้มีการทำระบบการแจ้งเตือน ผู้ขับขี่ และถนนเป็นหลุมลึก ทำให้เกิดอุบัติเหตุจนถึงแกชีวิต ตนได้รับความลำบาก ในการดำรงชีวิต เนื่องจากขาดคนอุปการะดูแล ประกอบกับมีหนี้สิ้นจากการทำบุญงานศพของลูกชาย จึงใคร่ขอความเป็นธรรม ได้โปรดเมตตา เยียวยาแก่ตนเองและครอบครัวด้วย”
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับการร้องเรียน มาอย่างต่อเนื่อง และสังคมโซเซียลมีเดีย ได้มีการแชร์ขยายความเดือนร้อนเป็นวงกว้าง ผ่านเพจ “สุรินทร์นิวส์” ว่า การดำเนินการก่อสร้างถนน 214 สายสุรินทร์-จอมพระ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้รับจ้างไม่ค่อยคำนึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน ทั้งป้ายเตือน สัญญาณไฟเตือนต่างๆ ที่มีน้อยมาก เดินทางตอนกลางคืนลำบากเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากไฟสัญญาณเตือนมีไม่เพียงพอ และมืด อีกทั้งดินที่นำมาถมเกาะกลางก็ล้นมากองอยู่บนผิวถนน หากผู้ใช้เส้นทางนี้มาจากที่อื่น ก็อาจจะประสบอุบัติเหตุขึ้นได้ ทุกวินาที นอกจากนี้ยังพบกองดินในเกาะกลางถนนล้นออกมาในบางจุด ป้ายเตือนต่างๆ มีน้อย บางจุดมีเพียงยางนอกรถยนต์ทาสีขาวแดง และมีเพียง ป้ายไม้อัด ทาสี ขาว แดง ติดสติ๊กแกอร์สะท้อนแสง เพียงอันเดียว ทั้งป้า ใช้ไม้ยูคา มาวางปักเป็นสัญลักษณ์ไว้เท่านั้น โดยเฉพาะกลางคืนที่มืดทำให้ประชาชนที่สัญจรมองไม่เห็นและเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะยางมะตอยที่ใช้ลาดยาง ไหลเปรอะเปื้อนไปอีกช่องจราจร ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย หจก.สวรรค์ประทานพรขนส่ง เป็นผู้รับจ้าง สัญญางาน 570 วัน งบประมาณก่อสร้าง 326 ล้านบาทเศษ วันสิ้นสุดสัญญาคือ วันที่ 21 สิงหาคม 2560 นี้
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
