- 14 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 ณ.ห้องประชุมเอนกประสงค์ เทศบาลตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา พลโทวิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาค 2 พลตรี วิฑูรย์ ศิริปักมานนท์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๑นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมคณะเข้าตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) โดยอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ขาดการพัฒนามานานกว่า 40 ปี ทำให้ตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ในฤดูฝน จึงทำให้ หลายอำเภอทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดนครราชสีมา จึงประสบกับปัญหาภัยแล้ง และในบางปีหากมีฝนมาก ก็จะเกิดปัญหาน้ำไหลหลากท่วมทำให้เกษตรกรชาวนา และประชาชนทั่วไป ได้รับความเดือดร้อนเช่น เนื่องจากขาดการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบรวมทั้งขาดการดูแลเอาใจใส่จากภาครัฐอย่างจริงจัง
ต่อมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีเดินทางมาตรวจเยี่ยมเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำที่เขื่อนลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย นครราชสีมา ได้มีการหยิบยกปัญหาลุ่มน้ำลำเชียงไกรขึ้นมา เพื่อพัฒนาให้อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) แห่งนี้มีศักยภาพ โดย พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติงบประมาณมาให้ดำเนินการก่อสร้าง ระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อการแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างเป็นระบบครบวงจร โดยมีการขยายพื้นที่กักเก็บน้ำรอบๆอ่างลำเชียงไกร ให้สามารถกักเก็บน้ำได้มากขึ้น มีการสร้างแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำ ตลอดระยะทางที่น้ำไหลหลากมาจาก อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนบน)ที่อยู่ในเขตอำเภอด่านขุนทด และมีการเชื่อมอ่างเก็บน้ำทั้งสอง ตอนบนและตอนล่างให้ทางทางน้ำเดินได้สะดวก โดยเริ่มดำเนินการพัฒนามาตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่ผ่านมา
นายเทิดพงศ์ ไทยอุดม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา กล่าวรายงานถึงผลการดำเนินการตามแผนงบประมาณที่ได้รับอนุมัติว่าพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบคือรอยต่อระหว่างอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบนกับตอนล่าง ที่มีพื้นที่กักเก็บน้ำจาก 27.70 ล้าน ลบ.ม.เพิ่มเป็น 37.7ล้าน ลบ.ม.โดยมีการปรับปรุงระบบระบายน้ำ พร้อมกับก่อสร้างอาคารระบายเป็นจุดตลอดระยะทาง 122.00 กิโลเมตร รวมทั้งหมด 33 อาคาร ในแต่ละช่วงอาคารสามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ 10.00 ล้านลบ.ม. โดยตามแผนงานต้องทำให้ครบ เพื่อเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการน้ำ อันจะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้งได้อย่างยั่งยืน
“ขณะนี้การก่อสร้างอาคารระบายน้ำ ตามโครงการสร้างไปได้แล้วทั้งหมด 17 อาคาร ยังเหลืออยู่อีก 16 อาคาร ที่คงต้องทำให้เสร็จ แต่ปัญหาขณะนี้ก็คือเรื่องของงบประมาณที่จะดำเนินได้หมดลงแล้ว จึงต้องรอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดำเนินการสร้างอาคารระบายน้ำอีก 16 อาคาร เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงของน้ำอุปโภคปริโภคในเขต อำเภอเทพารักษ์-ด่านขุนทด-โนนไทย-พระทองคำ-โนนสูง ที่มีราษฎรจำนวน 14,500 ครัวเรือน พื้นที่รับประโยชน์จากฤดูฝน 100,000 ไร่ และฤดูแล้งอีก 25,000 ไร่อีกด้วย”นายเทิดพงศ์ กล่าว
ด้านพลโทวิชัย แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมในวันนี้ เป็นการติดตามผลการดำเนินงานหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ได้มอบงบประมาณมาให้ดำเนินการ ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบตามอาคารระบายน้ำตามจุดต่างๆถือว่าเป็นแนวทางการแก้ปัญหาได้อย่างถูกวิธี ภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผลการดำเนินโครงการก็จะเป็นผลดีกับเกษตรกรชาวนา ที่อยู่ใน 6-7 อำเภอเพราะน้ำจากลำเชียงไกรที่จะไหลลงลำน้ำมูลอีกสายหนึ่งของโคราช จะช้าลง เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากแหลงน้ำตรงนี้ทำการเพราะปลูก อีกทั้งยังมีแก้มลิงสำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งอีกด้วย สำหรับเรื่องของงบประมาณก็คงต้องมีการประสานงานตามแผนงานกันต่อไป เพื่อให้โครงการนี้สำเร็จในรัฐบาลนี้
ภาพ/ข่าว มานะ แย้มจะบก ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครราชสีมา
