- 14 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 กค. พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพากิจกรมทหารพรานที่ 43 ได้นำกำลังร่วม 50 นาย นำตัว นายเปายี ตาสะเมาะ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/2 ม.5 ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก ไปทำการค้นหาอาวุธปืนหลังจาก นายเปายี สารภาพว่านำอาวุธปืนซุกซ่อนไว้ในสวนยางพารา ม.4 บ้านกาฮง ต.ปะกาฮารัง และเมื่อมาถึง นายเปายี ได้ชี้จุดซ้อนอาวุธปืน และขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังขุดหาอาวุธปืน ปรากฏว่า นายเปายี ได้อาศัยจังหวะเจ้าหน้าที่เผลอได้สะบัดตัวหลุดจากการควบคุมก่อนจะหยิบอาวุธปืนจากที่ซุกซ้อนในพงหญ้าแล้วยิงใส่เจ้าหน้าที่ 1 นัดจากนั้นจึงวิ่งกระโดดลงในคลองชลประทานเพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้ตะโกนสั่งให้หยุดพร้อมกระจายกำลังปิดล้อมไล่ล่า ขณะที่นายเปายีพยายามว่ายน้ำหนีขึ้นฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นพื้นที่ ม.5 ต.ปะกาฮารัง และได้แอบในพุ่มไม้ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ปิดล้อมก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่อีกครั้ง จำนวน 3 นัด ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว กระสุนถูกนายเปายีเสียชีวิตทันที
หลังเกิดเหตุ พลตรี จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.กีรติ แวยูโซ๊ะ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน อัยการจังหวัด และแพทย์ รพ.ปัตตานี ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพ นายเปายี ตาสะเมาะ นอนเสียชีวิตจากคมกระสุนของเจ้าหน้าที่เข้าลำตัว 4 นัด อยู่ในสภาพสวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงขายาวสีดำ และพบอาวุธปืน ขนาด .38 ตกอยู่ที่มือขวา จำนวน 1 กระบอกภายในรังเพลิงมีกระสุนถูกยิงไปแล้ว 4 นัดและยังไม่ได้ยิงอีก 2 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
พลตรี จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะ เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้นายสุดิง เสียชีวิต และสามารถเชิญตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 ราย และสามารถยึดรถจักรยานยนต์ 1 คัน ตรวจสอบแล้วเป็นรถที่คนร้ายที่ใช้ในการก่อเหตุระเบิดที่บิ๊กซี และเชิญตัวผู้ที่เก็บรักษารถคันก่อเหตุ มายังศูนย์ซักถาม และยอมรับว่าอยู่ในกลุ่มเดียวกันและผู้ที่หนี 2คน คือ มะนาเซ ไซดี มีหมายจับ และมีอาวุธซุกซ่อนอยู่ ตอนแรกบอกว่ามี 16 ฝั่งอยู่ จึงนำตัวนายเปายี เข้ามาตรวจหาอาวุธปืนที่ซ่อนอยู่ แต่เมื่อจออาวะปืน กลับเป็นปืนพกสั่น และกลับนำปืนดังกล่าวมายิงเจ้าหน้าที่ 1 นัด เพื่อเปิดทาง ก่อนที่จะวิ่งกระโดลงน้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดล้อม และเกิดการปะทะ เป็นเหตุให้เสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าเกิดให้ข้อมูลได้มากกว่า น่าจะขยายผลไปถึงคนก่อเหตุ ที่บิ๊กซี เพราะพยานหลักฐานได้ยืนยันแล้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน เพราะวงจรปิดก็ได้ยืนยันแล้วว่ารถจักรยานยนต์ คันดังกล่าวใช้ในการหลบหนี ซึ่งเชื่อว่านายสุดิง และนายเปายี เกี่ยวโยงกับระเบิดบิ๊กซี
ภาพ/ข่าว สุไลมาน แวมามะ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปัตตานี
