- 14 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ พ.ต.ท.เตโชทัย ขุนนัดเชียร สว.กก.4 บก.ส.1 (ตำรวจสันติบาลนครศรีธรรมราช) สนธิกำลังทหาร มทบ.41 ใช้ ม.44 บุกเจ้าตรวจค้นคฤหาสน์หรู มูลค่าหลายสิบล้าน เลขที่ 836 ตลาดคลองจันดี หมู่ 3 ต.จันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งโกดังจำหน่ายยาแก้ไอส่วนผสม 4x100 ตะลึงของกลางทั้งบรรจุในลังกระดาษลังละ 100 ขวด และในถุงผ้า ๆ ละ 50 ขวดรวมทั้งหมด 42,324 ขวด พร้อมอาวุธปืนอีก 1 กระบอกกระสุน 10 นัด เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา โดยยาแก้ไอนับเป็นธุรกิจชนิดเดียวที่สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการอย่างงดงาม ร้านขายยาผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วทุกหมู่บ้าน ตำบลทั้งจังหวัด โดยมีการจ่ายส่วยยาแก้ไอให้กับเจ้าหน้าที่บางสังกัดเดือนละไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท จนทางชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านพร้อมประชาชนนัดรวมตัวเคลื่อนไหวรณรงค์ต่อต้านเชิงสัญลักษณ์ 14 ก.ค.) ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 14 ก.ค.2560 ว่าที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ได้มีพลังประชาชนหลายสาขาอาชีพและกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วทุกหมู่บ้านและตำบลประมาณ 3,000 คน พากันมารวมตัวชุมนุมกันพร้อมกับถือแผ่นป้ายที่เขียนข้อความต่าง ๆ นานา เช่น หยุดขายยาแก้ไอให้วัยรุ่น บาปกรรมที่มึงทำจะตามสนองครอบครัวมึง เป็นหวัดใช้ยาแก้ไอ คันจัญไรใช้อะไรแก้ เป็นต้น เพื่อร่วมกันประท้วงเชิงสัญลักษณ์บรรดาร้านขายยาที่มีการจำหน่ายยาแก้ไอให้แก่วัยรุ่นที่นำไปผสมกับใบกระท่อมในการต้มทำน้ำกระท่อม หรือ น้ำ 4 คูณ 100 ซึ่งเป็นที่นิยมของวัยรุ่นส่วนหนึ่งในปัจจุบันนี้ให้หยุดการจำหน่ายยาแก้ไอเหล่านี้เสียเพราะถือว่าร้านขายยาหรือร้านค้าที่ขายยาแก้ไอเหล่านี้มีส่วนในการทำลายเยาวชนซึ่งในการชุมนุมเดินประท้วงครั้งนี้นั้นเป็นการร่วมมือร่วมใจของ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านประชาชนทั้ง 10 ตำบล 86 หมู่บ้านของ อ.ฉวาง
หลังจากที่ผู้มาร่วมชุมนุมมาพร้อมและตั้งขบวนเป็นที่เรียบร้อยแล้วได้มีการประกาศเจตนารมณ์ในการชุมนุม และได้มีการทำหนังสือถึงนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเรียกร้องให้ทางราชการเอาจริงปราบปรามร้านขายยาหรือร้านค้าที่ขายยาแก้ไอให้กับวัยที่นำไปทำน้ำกระท่อม โดยมีนายวิชาญ ชัยเศรษฐ์สัมพันธ์ นายอำเภอฉวาง เป็นผู้รับมอบจากนั้นขบวนผู้ชุมนุมประท้วงได้พากันเดินขบวนไปตามถนนในตลาดฉวางท่ามกลางความสนใจของชาวบ้าน
ในขณะที่นายวิชาญ ได้ถือโอกาสเดินเข้าไปเจรจาขอความร่วมมือจากเจ้าของร้านขายยาห้ามขายยาแก้ไอให้กับวัยรุ่นที่มีเจตนาซื้อไผผสมในการผลิตน้ำกระท่อม ในขณะที่ตำรวจของ สภ.ฉวาง คอยดูแลความเรียบร้อยของผู้ชุมนุมประท้วงเกรงว่าจะมีมือที่สามฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวายขึ้นได้
หลังจากที่ผู้ชุมนุมเดินขบวนประท้วงในตลาดฉวางเป็นที่เรียบร้อยแล้วได้พากันเดินทางต่อไปที่ตลาดคลองจันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ และมีร้านขายยา และร้านร้านค้าที่ลักลอบขายยาแกไอจำนวนมากมากมาย โดยขบวนของชาวบ้านที่มาร่วมชุมนุมได้พากันไปตั้งขบวนกันที่ตลาดกลางยางพาราจันดี ก่อนจะพากันเดินขบวนเข้ามายังตลาดจันดีตามถนนต่าง ๆ พร้อมกับประกาศให้ร้านขายยาและร้านค้าที่ขายยาแก้ไอแก่วัยรุ่นที่นำไปต้มน้ำกระท่อม ให้หยุดขายและเลิกขายเพราะถือเป็นส่วนหนึ่งในการทำลายเด็กเยาวชน
จากนั้นขบวนผู้ชุมนุมได้พากันมาหยุดที่คฤหาสน์หรู บนเนื้อที่หลายไร่ ที่ถูก พ.ต.ท.เตโชทัย ขุนนัดเชียร สว.กก.4 บก.ส.1 (ตำรวจสันติบาลนครศรีธรรมราช) สนธิกำลังทหาร มทบ.41 ใช้ ม.44 บุกเจ้าตรวจค้นคฤหาสน์หรู มูลค่าหลายสิบล้าน เลขที่ 836 ตลาดคลองจันดี หมู่ 3 ต.จันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งคฤหาสน์ หรือโกดังเก็บยาแก้ไอดังกล่าวเป็นเอเย่นต์ใหญ่ในการส่งยาแก้ไอให้ร้านขายยาในส่วนภาคใต้ตอนบน โดยการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ต้องตะลึงกับยาแก้ไอของกลางทั้งบรรจุในลังกระดาษลังละ 100 ขวด และในถุงผ้า ๆ ละ 50 ขวดรวมทั้งหมด 42,324 ขวด พร้อมอาวุธปืนอีก 1 กระบอกกระสุน 10 นัด จึงจับกุมแต่ทางบิ๊กตำรวจ สภ.ฉวาง กลับทำบันทึกมอบให้ผู้ต้องหาเป็นคนเก็บรักษาของกลางไม่ต้องขนไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวนที่โรงพัก จนสร้างความสงสัยให้กับประชาชนเนื่องจากมีกระแสข่าวเรื่องเอเยนต์ยาแก้ไอ้ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จ่ายส่วนรวมแล้วเดือนละกว่า 1 ล้านบาทให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านจะติดตามเก็บรวบข้อมูลร้านขายที่แอบลักลอบขายยาแก้ไอโดยผิดกฎหมายให้กับตำรวจสันติบาลและ ฉก.ศรีวิชัย เพื่อให้กวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่องจริงจังต่อไป
ในขณะที่นายวิชาญ ชัยเศรษฐ์สัมพันธ์ นายอำเภอฉวาง กล่าวว่า การที่ทางชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านในอำเภอฉวางได้รวมตัวกันเดินขบวนต่อต้านการจำหน่ายขายยาแก้ไอครั้งนี้ถือเป็นกระทำที่ถูกต้องและจากการตรวจสอบใน อ.ฉวาง มีร้านขายยาทั้งหมดประมาณ 20 ร้านและตนได้เดินเข้าไปเจรจาขอความร่วมมือทุกร้านและหากยังไม่หยุดขายจะส่งคนไปนั่งคุมที่หน้าร้านอยากจะดูซิว่าทางร้านจะเป็นอย่างไรและขั้นตอนต่อไปจะตรวจเรื่องเภสัชกรที่มาอยู่ประจำร้านเพื่อหยิบขายยาให้ลูกค้า ไม่ใช่แค่นำแผ่นป้ายชื่อของเภสัชกรมาแขวนโชว์หน้าร้านเฉย ๆ และขั้นตอนสุดท้ายอาจจะมีการทำเรื่องให้มีการตรวจสอบทรัพย์สินผู้ประกอบการที่ขายยาแก้ไอ ที่ร่ำรวยผิดปกติก็ได้ นายวิชาญ กล่าวในที่สุด.
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
