- 14 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ เวลา 10.00 น. นายสิทธิสาร ศรีชุมพวง ประมงจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ จงงาม หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร ลงพื้นที่บริเวณ แพปลาสะพานคลองบางสน ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร เพื่อตรวจสอบการทำประมงด้วยเครื่องมือประมงอวนครอบปั่นไฟปลากะตัก ว่ามีลูกปลาทูขนาดเล็กติดมาหรือไม่ โดยก่อนหน้ามีการเผยแพร่รูปภาพการนำลูกปลาทูตากแห้งมาจำหน่าย ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ทางสื่อออนไลน์ ส่งผลถึงมาตรการการอนุรักษ์สัตว์น้ำของจังหวัดชุมพร ซึ่งในส่วนของทางราชการเมื่อทราบข่าว ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโดยเร่งด่วน
นายสิทธิสาร ศรีชุมพวง ประมงจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน พบปะพี่น้องชาวประมงในพื้นที่อำเภอปะทิว เพื่อรับทราบปัญหาในการทำการประมง นอกจากนี้ได้ทำการตรวจสอบ การทำประมงด้วยเครื่องมือประมงอวนครอบปั่นไฟปลากะตัก ว่ามีลูกปลาทูขนาดเล็กติดมาด้วยหรือไม่ จากการตรวจสอบในครั้งนี้ ไม่พบลูกปลาทูแต่อย่างได ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นปลากะตัก ปลาหลังเขียว และปลาแป้น โดยยืนยันว่าในพื้นที่ไม่มีการทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยเฉพาะลูกปลาทู ที่มีการอนุรักษ์ ด้วยมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูปลาที่มีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อนฝั่งทะเลอ่าวไทย ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึง พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีการควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง ในพื้นที่ประมาณ 26,400 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เนื่องจากปัจจุบันทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศไทย ได้ลดจำนวนลงอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มปลาทู ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลักลอบทำประมงโดยใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ดังนั้น เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับท้องทะเลอ่าวไทย จึงได้กำหนดห้ามใช้เครื่องมือบางชนิดที่อาจส่งผลต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของพ่อแม่พันธุ์ และสัตว์น้ำวันอ่อนในท้องทะเลอ่าวไทย
นอกจากนี้จังหวัดชุมพร ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการความร่วมมือ ในการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ในกิจการประมงทะเลและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ได้ร่วมกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่สำคัญ คือการร่วมกันตรวจเรือประมงทะเล แพปลา และกิจการประมง และการดำเนินการ ของศูนย์ควบคุมการแจ้ง เข้า-ออก เรือประมง หรือ ศูนย์ PIPO (ศูนย์ไปโป้) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม IUU Fishing (ไอยูยู ฟิชชิ่ง) ซึ่งเรือประมงที่มีขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป ก่อนจะออกไปทำการประมง และกลับเข้าเทียบท่า ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกของเรือประมง ที่กำหนด เพื่อให้มีการรายงานข้อมูลการทำประมง รวมถึงแรงงานบนเรือประมง โดยจะต้องแจ้งก่อนเรือเข้า-ออกไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง อีกด้วย
ด้านนายชูศักดิ์ จงงาม หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวประมง ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่กำหนดไว้ ซึ่งพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ ได้ทำการประมงแบบถูกกฎหมาย เห็นได้จาก มาตรการปิดอ่าวที่ผ่านมา ไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างได แต่ก็เห็นใจพี่น้องชาวประมง เรื่องของความเดือดร้อนต่างๆ ซึ่งในส่วนราชการได้ดำเนินการอยู่ พร้อมกับสร้างความเข้าใจในมาตรการ และข้อบังคับต่างๆ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องชาวประมง และความอุดมสมบูรณ์ในท้องทะเล
ภาพ/ข่าว พงศกร นวนละมัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชุมพร
