- 15 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
สกสค.เร่งผลักดันมอบสื่อการเรียนการสอนให้แก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ล่าสุดรุดมอบให้โรงเรียนเกาะบูโหลน จังหวัดสตูลในขณะที่ครูผู้สอนร้องขอเครื่องเรือใหม่ ด้าน ผอ.โรงเรียนร้องขอทุนต่อเนื่องส่งเสริมนักรียนจนจบปริญญาตรีหรือสายอาชีพให้แก่นักเรียนยากจน ด้านที่ปรึกษา เลขาฯ สกสค.เด้งรับเตรียมประสานสิบทิศหาทุนอย่างเร่งด่วนต่อไป
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 ด.ร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการฯ สกสค.มอบหมายให้ นายโกศล ปราคำ ที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการฯ สกสค.นายอำนวย พุทธมี คณะกรรมการ นางสาวเสาวภาคย์ แก้วนพคุณ ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการครู นางพรพยนต์ ชมบุญ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสวัสดิการ และนางกาญจนา พุกเปลี่ยน นักวิชาการสวัสดิการชำนาญการ นายอนุสรณ์ ชายเหตุ ผอ.สกสค.จังหวัดสตูลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ครูและนักเรียนที่เป็นโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญ ณ.โรงเรียนเกาะบูโหลน หมู่ที่ 3 ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล พร้อมมอบอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน และวัสดุอุปกรณ์การศึกษาให้แก่โรงเรียนเกาะบูโหลนเลหมู่ที่ 2 และโรงเรียนบูโหลนดอน หมู่ที่ 3 ที่เป็นโรงเรียนสาขา เพื่อนักเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร ห่างไกลความเจริญ ได้มีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้ให้ทัดเทียมกับนักเรียนบนฝั่งอย่างต่อเนื่องโดยมีนายจิตรกร หมื่นสัน ผู้อำนวยการโรงเรียนเกาะบูโหลนและคณะครูเป็นผู้รับมอบ
นายโกศล ปราคำ ที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการฯ สกสค. ได้กล่าวว่า ด.ร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการฯ สกสค.ได้มีนโยบายเร่งรัดและส่งเสริมสนับสนุนอุดหนุนโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ที่ห่างไกลความเจริญ ได้มอบหมายให้จัดทำโครงการ ห้องสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้โรงเรียนห่างไกล ขึ้นใน 4 ภาค โดยคัดเลือกโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร ภาคละ 1 แห่ง โดยสนับสนุนอุดหนุนเงินจัดทำห้องสื่อฯโรงเรียนละ 400,000 บาท สำหรับภาคใต้ โรงเรียนเกาะบูโหลน ได้รับการคัดเลือกได้เงินอุดหนุนจำนวน 400,000 บาท เพื่อมาพัฒนาสื่อการเรียนการสอน ซึ่งเงินอุดหนุนจำนวนนี้ผู้บริหารโรงเรียนได้แบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน เนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่เกาะที่ห่างไกลจากชายฝั่งมาประมาณ 25 กม. และมีโรงเรียนสาขาที่ตั้งอยู่บนเกาะบูโหลนดอน ห่างเกาะบูโหลนเลไปประมาณ 4 ก.ม. โรงเรียนทั้ง 2 แห่งได้จัดการเรียนการสอนตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น(ม.3 ทั้ง 2 แห่ง )
จากการลงพื้นที่ติดตามพบว่าสื่ออุปกรณ์ที่ทางโรงเรียนได้เตรียมการหรือจัดหาไว้ภายใต้งบประมาณที่ สกสค.สนับสนุนมาโบผู้บริการได้จัดสรรแบ่งออกให้โรงเรียนแม่และโรงเรียนสาขาเท่าๆกัน โดยดำเนินการทั้งที่เป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เช่น ถังเก็บน้ำฝนที่ประช่วยการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในการใช้อุปโภคบริโภคในฤดูแล้งและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่บนเกาะทั้ง 2 แห่งไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ส่วนสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอนก็มีทั้ง เครื่องปริ้นเตอร์ คอมพิวเตอร์ และเครื่องเสียง และอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนอื่นๆ ซึ่งทางคณะกรรมการพอใจเป็นอย่างมากที่ทางผู้บริหารโรงเรียนดำเนินการจัดสรรและจัดหาอุปกรณ์ต่างอย่างเท่าเทียมกันและสิ่งสำคัญเป็นประโยชน์ทั้งครูและนักเรียนที่จะได้ใช้ร่วมกัน ซึ่งที่ปรึกษายังยอมรับอีกว่าตนเคยผ่านโรงเรียนในถิ่นธุระกันดานในระดับภูเขามามากไม่ว่าจะเป็นที่แม่ห้องสอน 6 ปี และจังหวัดเชียงใหม่ไม่ว่าจะเป็นที่อมก๋อย ดอยเต่า แม่แจ่ม และสะเมิง หากจะเปรียบกับที่เกาะบูโหลนนั้นที่นี่มีข้อจำกัดและทางเลือกน้อยกว่าบนภูเขา เพราะที่ที่เป็นเกาะที่ห่างไกลและการเดินทางลำบากมาก และที่สำคัญที่สุดของพี่น้องชาวเลและชาวบ้านในหมู่บ้านและคณะครูที่ประจำโรงเรียนทั้ง 2 แห่ง โดยเฉพาะนักเรียนประมาณ 200 คน ยังคงต้องการอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนที่ยังสูงมาก
จากการประชุมร่วมกันกันกับผู้บริหารและคณะครูของโรงเรียนพบว่า นักเรียนทั้งหมดมาจากครอบครัวฐานะยากจนที่ผู้ปกครองทำอาชีพประมงพื้นบ้านมีรายได้ไม่แน่นอน เมื่อยามเกิดมรสุมก็ไม่สามารถออกทะเลจับสัตว์น้ำได้ และพบว่านัดเรียนส่วนใหญ่ร้อยละ 90 ขาดประสบปัญหาแคลนทุนการศึกษา ทางโรงเรียนได้ขอสนับสนุนทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องให้กับนักเรียนจนจบปริญญาตรี ซึ่งตนเองรับเรื่องและนำเสนอต่อต้นสังกัด พร้อมประสานหาทุนการศึกษาไปยังองค์กรภาคเอกชนต่างๆให้เข้ามามีส่วนร่วมดูแลนักเรียนที่เรียนดีมีความประพฤติดีให้ได้เรียนต่อจนจบสายอาชีพหรือจบปริญญาตรีต่อไป
นายจิตรกร หมื่นสัน ผู้อำนวยการโรงเรียนเกาะบูโหลนได้กล่าวว่า โรงเรียนทั้ง 2 แห่งเป็นที่ห่างไกลความเจริญ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ทางโรงเรียนติดตั้งแผงโซ่ล่าเซล บางครั้งก็ใช้งานไม่ได้ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นไม่มี ซึ่งขณะนี้โรงเรียนทั้ง 2 แห่ง ต้องการมากที่สุดก็คือโรงอาหารสำหรับเด็กนักเรียน ปุจจุบันการทำอาหารให้เด็กต้องทำที่บ้านพักครูและใช้บ้านพักครูเป็นโรงอาหาร ส่วนอาคารห้องเรียนก็ใช้วิธีการแบ่งซอยพื้นที่เป็นห้องเล็กๆเพื่อให้เด็กที่ที่เรียน ส่วนบ้านพักครูมี 1 หลังอาศัยอยู่กัน 10 คน และสิ่งจะร้องขอจากผู้มีจิตศรัทธาที่จะสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายของนักเรียนที่ต้องการไปศึกษาต่อบนฝั่งซึ่งขณะนี้มีเด็กจำนวนมากที่ต้องการไปศึกษาต่อแต่ทางครอบครัวฐานะยากจน ซึ่งทางโรงเรียนพยายามส่งเสริมจัดหาเงินมาช่วยเหลือแต่ก็ไม่เพียงพอเนื่องจากมีเด็กจำนวนมากที่จบการศึกษามัธยมต้นต้องการไปศึกษาต่อบนฝั่งหวังที่จะนำความรู้ที่ได้มากลับมาพัฒนาบ้านเกิด ทางโรงเรียนจะทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเดินตามพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ก็ติดขัดพื้นที่เนื่องจากเป็นเกาะเล็กๆพื้นที่ไม่เพียงพอจึงต้องการโรงเรือนสำหรับเพาะพืชผักต่างๆเพื่อใช้เป็นโครงการอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนแต่ก็ยังไม่มีเงินในการจัดทำ จึงขอรับการสนับสนุนจากองค์กรภาคเอกชนหรือผู้ที่มีใจกุศลทั่วไป
ด้านนางสาวอาซียะฮ์ แกสมาน ครูประจำโรงเรียนเกาะบูโหลนดอนบอกว่า โรงเรียนแห่งนี้มีครูอยู่ประจำจำนวน 10 คน มีเด็กนักเรียนที่เรียนอยู่ 80 กว่าคน มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะบูโหลนดอนมีอยู่ประมาณ 200 กว่าคนอดีตต้นตระกูลอพยพมาจากประเทศมาเลเซียใช้ภาษามาเลท้องถิ่น ปัจจุบันสามารถพูดไทยได้เกือบทั้งหมดแล้ว การเดินทางจากบกลงสู่เกาะของครูค่อนข้างลำบากไม่เรือเมล์ เรือหางยาวที่โรงเรียนมีอยู่ก็เป็นเรือเก่าและเป็นเครื่องยันม่ารุ่นเก่ากำลังเครื่องไม่พอสู้กับคลื่นลมแถมถังน้ำมันยังทะลุต้องใช้ดินน้ำมันอุดรูรั่ว การเดินทางต้องอาศัยเรือชาวบ้านบ้างครั้งชาวบ้านบรรทุกของมาเต็มก็ไม่สามารถอาศัยไปด้วยได้ จึงวอนขอหน่วยงานที่รับผิดชอบสนับสนุนเรือหางยาวและเครื่องเรือ ( เครื่องรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล ) ที่มีประสิทธิภาพในการเดินทางมาประจำพื้นที่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครูในพื้นที่เกาะที่ใช้ในการเดินทางไปมาระหว่างเกาะกับแผ่นดินใหญ่ให้สะดวกขึ้น
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
