- 17 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หลังจากที่ชาวบ้านไปยื่นหนังสือผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องขอยกเลิกข้อมูลตัวเลขการจัดสรรที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ากรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 นครศรีธรรมราชและขอเพิ่มข้อมูลตัวเลขการใช้ประโยชน์ที่ดินตำบลกรุงชิง เมื่อวันพฤหัสที่ 18 พฤษภาคม 2560 และหลังจากนั้นในการปฏิบัติภาคสนามไม่ว่าจะมีข่าวจากแผนบินและภาคพื้นดิน เรื่องแผ้วถาง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดดำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นศ.5 (นบพิตำ)ก็จะประสานทำงานร่วมกับองค์กรภาคประชาชนและผู้นำชุมชนเข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่ เป็นการมีส่วนร่วมที่เข้มแข็ง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 คณะกรรมการเพื่อดำเนินการรับรองสิทธิ์ที่ทำกินตำบลกรุงชิง (ครก.) ผู้ใหญ่ อบต.กรุงชิงและเจ้าหน้าที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช (กอ.รมน.) ก็ร่วมตรวจสอบพื้นที่กับ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดดำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นศ.5 (นบพิตำ )และอยู่ระหว่างรอสรุปผลบันทึกการตรวจสอบพื้นที่ว่าจะมีการตรวจสอบ/ตรวจยึดบ้างหรือไม่ ซึ่งในทางนโยบายข้อมูลการครอบครองที่ดินของชาวบ้านอยู่ในมือผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช คอยการประชุม คทช.จังหวัด เพื่อต่อเสนอรัฐบาลถึงการแก้ไขที่ชัดเจนต่อไป
(17 ก.ค.)นายสุรชัย วารชาญชัย คณะกรรมการเพื่อดำเนินการรับรองสิทธิ์ที่ทำกินตำบลกรุงชิง (ครก.) และผู้ประสานงาน ครก. กล่าวว่า ท่ามกลางความเคร่งครัดในทางนโยบายทวงคืนฝืนป่าของ คสช.ทำให้ชาวบ้านในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเคร่งเครียดกันจนถึงความตึงเครียดอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 นายเพิ่มศักดิ์ สมประสงค์ หัวหน้าชุด หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นศ.5(นบพิตำ) หรือ “ป่าไม้ชุดดำ” พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้สนธิกำลังร่วมนายธิติภพ ราชประดิษฐ์ ปลัดป้องกันอำเภอนบพิตำ หัวหน้าชุด ฉก.ศรีชัย พร้อมทั้ง อส.อำเภอนบพิตำ และ ร.ต.ท.ขวัญชัย สุขจ้อง หัวหน้าชุด ตชด.424 สิชล จ.นครศรีธรรมราช ปฏิบัติตรวจสภาพพื้นที่พบมีการบุกรุกแผ้วถางป่าไม้บริเวณริมคลองกลายในพื้นที่บ้านห้วยพาน หมู่ที่ 2 ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 1 แปลง ซึ่งพื้นที่แปลงดังกล่าวมองเห็นอย่างชัดเจนจากถนน เนื่องจากอยู่ห่างจากถนนไม่มากนัก และถนนเส้นนี้เป็นเส้นที่นักท่องเที่ยววิ่งไปสู่แหล่งท่องเที่ยว น้ำตกกรุงชิง ถ้ำหงส์ และล่องแก่งคลองกลาย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่รับรู้กันกว้างขวางทั้งประเทศ
จากการตรวจสอบพื้นที่แปลงดังกล่าวเจ้าหน้าที่แจ้งมาเบื้องต้น สภาพพื้นที่ยังคงเป็นสภาพที่เป็นป่าสมบูรณ์ มีการแผ้วถางพื้นที่ประมาณเกือบ 10 ไร่ มีการปลูกต้นกล้าทุเรียน และอุปกรณ์เครื่องมืออื่น ๆ ที่พบในพื้นที่เกิดเหตุ มีการกางเต้นท์ 1 หลัง โดยเต้นท์มีลักษณะคล้ายกับร่มชูชีพ ซึ่งร่มชูชีพส่วนมากจะมีใช้กันในงานราชการ ภายในเต้นท์พบน้ำต้มพืชกระท่อม ซึ่งใช้เป็นยากระตุ้นกำลังในการแผ้วถางป่าบรรจุขวดน้ำดื่ม PT และขวดน้ำอัดลมขวดโค้กจำนวนรวม 2 ขวด แต่ไม่พบผู้กระทำผิด คาดว่าไหวตัวทันหลบหนีไปได้
นายสุรชัย วรชาญชัย กล่าวว่า การแผ้วถางพื้นที่ป่าไม้ในครั้งนี้ ถือได้ว่าอุกอาจมากโดยไม่เกรงกลัวสายตาประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ผ่านเส้นทางและมองเห็นการบุกรุกแผ้วถางอย่างชุดเจน และไม่สนใจว่ามันจะกระทบการทำมาหากินในที่ดินของคนกรุงชิงเลยแม้แต่น้อย เจ้าหน้าที่ที่ร่วมปฏิบัติการได้ส่งภาพมาให้คณะกรรมการเพื่อดำเนินการรับรองสิทธิ์ที่ทำกินตำบลกรุงชิง (ครก.) บอกตรง ๆ ว่าตนและ ครก. เห็นภาพแล้วจะนิ่งเฉยไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ เพราะกลัวว่าจะกระทบการทำมาหากินของชาวบ้าน เนื่องจากตำบลกรุงชิงเป็นตำบลนำร่องและเป็นพื้นที่สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและผู้คนในชุมชน ในแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ที่ยังคงมีสภาพป่าที่สมบูรณ์
“อย่างไรก็ตามหลังทราบข่าวและได้เห็นภาพการยุกรุกแปลงใหม่ ทางคณะกรรมการเพื่อดำเนินการรับรองสิทธิ์ที่ทำกินตำบลกรุงชิง(ครก.) กำนัน ผู้ใหญ่ อบตกรุงชิง กำลังรอการแจ้งประสานจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดดำหน่วยป้องกันรักษา ศ.5(นบพิตำ) เพื่อเข้าการตรวจสอบพื้นที่บุกรุกแปลงใหม่ร่วมกันระหว่างชุมชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ ให้เป็นไปตามนโยบายและคำสั่งรัฐบาลและ คสช. การมีส่วนร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและชุมชนมันจะทำให้เกิดระบบการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพมีความเป็นธรรม นำไปสู่ความมั่นคงต่อรัฐและประชาชน และการตรวจสอบแปลงใหม่นี้อาจจะมีเจ้าหน้าที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช(กอ.รมน.)เข้าร่วมตรวจสอบด้วย แต่การตรวจสอบดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดดำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นศ.5(นบพิตำ)จะแจ้งชุมชนตรวจสอบร่วมหรือไม่ อยู่ระหว่างการรอการแจ้งประสาน หากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไม่แจ้งให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบ แปลงบุกรุกใหม่เจ้าหน้าที่จะต้อชี้แจงเหตุผลและเนื้อหาสาระที่ไม่ยอมแจ้งให้ชุมชนร่วมตรวจสอบเพราะสาเหตุใด ทั้ง ๆ ที่ มีมติตกลงกันชัดเจนในเวทีสรุปข้อมูลการตรวจสอบร่วมเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยตนอยากฝากถึงคนกรุงชิง อ.นบพิตำ ที่ยังคิดบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าสงวนแปลงใหม่เพิ่มเติม ขอให้ยุติพฤติกรรมเพราะอาจจะส่งผลกับการพิจารณารับรองสิทธิ์ที่ทำกินตำบลกรุงชิง ซึ่งเรื่องอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนั้นต้องช่วยกันไม่เป็นเช่นนั้นมันจะกระทบการทำมาหากินทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปัญหาการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ที่ส่งผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยทำกินในที่ดินใน ต.กรุงชิง และมีความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนมาตลอด โดยชาวบ้านอ้างว่าอาศัยทำกินสืบทอดกันมายาวนานหลายสิบปี จนทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีนโยบายรับรองสิทธิทำกินให้กับประชาชนเฉพาะที่ทำกินมาก่อน แต่จะต้องไม่มีการบุกรุกใหม่หากใครฝ่าฝืนจะถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยกำหนดตำบลกรุงชิง อ.นบพิตำ เป็นตำบลนำร่องและเป็นพื้นที่สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและผู้คนในชุมชน ในแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ที่ยังคงมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการรับรองสิทธิ์ที่ทำกินตำบลกรุงชิง (ครก.) ผู้ใหญ่ อบต.กรุงชิงและเจ้าหน้าที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช (กอ.รมน.) ร่วมกันตรวจสอบที่ดินทำกิน ก่อนจะสรุปข้อมูลเนื้อที่ทำกินคำสั่งที่ 66/2557 (ก่อนปี 57) รวมจำนวน 52,881 ไร่ 3 งาน 88 ตางรางวา ในขณะที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 นครศรีธรรมราช ยังยึดถือเอาวันที่ 30 มิ.ย.2541 และใช้แผนที่ปี 45 สรุปเสนอจังหวัดเพื่อให้พิจารณาและเสนอต่อไปยัง ครก.แห่งชาติและ คสช.รวมทั้งรัฐบาลแค่จำนวน 12,518 ไร่เท่านั้น ทำให้ชาวบ้านไปยื่นหนังสือผู้ว่าราชการจังหวัดเรื่องขอยกเลิกข้อมูลตัวเลขการจัดสรรที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ากรุงชิงของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 นครศรีธรรมราชและขอเพิ่มข้อมูลตัวเลขการใช้ประโยชน์ที่ดินตำบลกรุงชิง ตามที่ ครก.ตรวจสอบซึ่งได้ยื่นเป็นหลักฐานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชไปประกอบการพิจารณาแล้วเมื่อวันพฤหัสที่ 18 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา .
ข่าว ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
ภาพ/จากเฟซบุ๊ก โอเล่ห์ นายสุรชัย วารชาญชัย
