- 17 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 17 ก.ค.60 นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง นายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ร.ต.สุวิทย์ ลากลาง หัวหน้าหน่วยรักษาความสงบอำเภอบางละมุง กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา และ ร.ต.อ.พัลลภ หริ่งรอด รอง.สวป.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายปกครอง และ ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เข้าตรวขสอบสภานบันเทิง ร้าน อะโพโล่ ตั้งอยู่ภายในซอย เฉลิมพระเกีตรติ 21 ถนนพัทยาสาย 3 พัทยากลาง วางกำลังเข้าตรวจสอบ พบนักท่องราตรีเป็น ชายวัยรุ่นและผู้หญิง ซึ่งกำลังเต้นตามจังหวะ เพลงกันอย่างเมามัน ภายในร้าน เจ้าหน้าที่จึงสั่งปิดเพลงและทำการคัดแยก ชาย-หญิง เพื่อทำการตรวจปัสสาวะตรวจบัตรประชาชนนักเที่ยวทั้งหมด พบมีปัสสาวะสีม่วงจำนวน 22 คน แยกเป็นชาย 18 คน ผู้หญิง 8 คน นอกจากนี้พบ นางสุปราณี ลาภอุดมเลิศ อายุ 28 ปี และ น.ส.ณัฎฐนันทร์ กิ่งวานสิทธิ์ อายุ 25 ปี รับเป็นเป็นผู้จัดการร้านด้งกล่าว
จากการตรวจสอบโดยระเอียดภายในร้านพบยาเสพติดจำนวนหนึ่ง ทิ้งกลาดเกลื่อนตามพื้น และเครื่องสูบบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมทั้งน้ำยา จึงยึดทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนแบ่งชนิดยาเสพติด พบเป็นยาเค จำนวน 7 ถุง ยาอี 16 เม็ด อีกทั้งสถานบันเทิงด้งกล่าว ยังไม่มีอนุญาติเปิด ให้บริการ ก่อนจับตัวนาย ปิยวัฒน์ เลิศจิตจรัส อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นดีเจประจำร้านพบมียาเสพติดประเภท ยาเค 1 ถุง ซุกซ่อนในตัว โดยอยู่ในแบงค์ 20 บาท และ อุปกรณ์การเสพ เป็นหลอดดูดน้ำ จึงได้นำตัวดำเนินคดีมีเสพไว้ในครอบครองเพื่อเสพ
เบื้องต้นพบว่าสถานบันเทิงแห่งพบว่าในชื่อเก่าคือ ร้านก๊อตทาเล้น ซึ่งเคยโดนจับและถูกคำสั่งปิด 5 ปี แต่จากการตรวจสอบในครั้ง พบได้เปลี่ยนชื่อร้าน เป็น อะโพโล่ ซึ่งเปิดเป็นวันแรก ด้านเจ้าหน้าที่สืบรู้ว่ามีการแอบลักลอบเปิดให้บริการอีก ทั้งที่โดนกำลัง สั่งปิด 5 ปี จึงได้วางกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมดังกล่าว ก่อนคุมผู้จัดการร้าน 2 คน และนักเสพ 22 คน ส่งดำเนินคดี พร้อมทั้งตั้ง 4 ข้อหาหนักกับทางร้าน 1.ฝ่าฝืนโทษคำสั่งการปกครองคำสั่งปิด 5 ปี 2.เปิดสถานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 4. ปล่อยประละเลยให้การมั่วสุมเสพยาในสถานบันเทิง ก่อนส่งตัวทั้งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มด้วยว่า ขณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เข้าตรวจสอบสถานบริการแห่งนี้ ได้พบกับชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นนายตำรวจนอกเครื่องแบบ ซึ่งกำลังยืนอยู่ในบริเวณร้านดังกล่าว ก่อนอาศัยช่วงเจ้าหน้าที่ชุลมุนวุ่นวายกับการทำงาน ได้ดึงเอาตัวนักเที่ยวชายหญิงจำนวน 4-5 คน ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบออกไปนอกร้าน ก่อนจะมีชายอีกคนซึ่งคาดว่าเป็นลูกน้องเดินมาเปิดประตูรถเก๋งที่จอดอยู่หน้าร้าน เอากระเป๋าสะพายาดว่าภายในมีสิ่งของอะไรบางอย่าง ยืนให้กับชายอ้างตัวเป็นตำรวจแล้วขึ้นรถแบนซ์หรูหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว สำหรับสถานบริการแห่งนี้ได้ถูกคำสั่งคสช.สั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี จนกระทั่งคืนนี้สถานบริการดังกล่าว ได้จัดปาร์ตี้เปิดบริการเป็นวันแรก และมีเป้าหมายกลุ่มพัวพันกับยาเสพติด ที่หลบหนีมาได้จากงาน “จิ๊ดจ๊าด ปาร์ตี้” เข้ามาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย จึงสนธิกำลังหลายฝ่ายเข้าทำการจับกุม อย่างไรก็ตาม จึงขอฝากไปยังผู้ประกอบการสถานบันเทิงในพื้นที่เมืองพัทยา หากตรวจพบมีการกระทำความผิดตามที่กฎหมายบ้านกำหนดจะถูกดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น
ภาพ/ข่าว อัมพร แสงแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์
