- 18 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อ 18 ก.ค.60 พลโท วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 และ ผู้อำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในภาค 2 เป็นประธานเปิดวิธีจัดเวทีสาธารณะ เพื่อร่วมกันพิจารณาร่าง สัญญาประชาคม และสร้างความรับรู้เพื่อความสามัคคีปรองดอง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ห้องศรีพัชรินทร สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมืิองฯ จังหวัดนครราชสีมา โดยเชิญ ผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ ที่เคยมาร่วมแสดงความคิดเห็นแล้ว ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 20 จังหวัด ประมาณ 300 คนเศษ ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด,รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ฝ่ายทหาร), ผู้แทนพรรคการเมือง,กลุ่มการเมือง,ผู้แทนองค์กร และประชาชน เพื่อเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงร่างสัญญาประชาคม จาก คณะอนุกรรมการจัดข้อเสมอกระบวนการเพื่อความสามัคคีปรองดอง (คณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 3 ) โดยเปิดโอกาสให้ถกแถลงและเสมอความคิดเห็นเพิ่มเติม ก่อนที่คณะอนุกรรมการฯ จะพิจารณาจัดทำร่างสัญญาประชาคมฉบับสมบูรณ์ โดยมีสาระสำคัญของร่างสัญญาประชาคมของร่างสัญญาประชาคมใน 10 ประเด็น
1.คนไทยทุกคนพึงตระหนักในบทบาทและหน้าที่พลเมือง
2.คนไทยทุกคนพึงสร้างความสามัคคีปรองดอง
3.คนไทยทุกคนพึงน้อมนำศาสตร์พระราชา ประยุกต์ใช้ในชีวิต
4.คนไทยทุกคนพึงมั่นในคุณธรรมจริยธรรม
5.คนไทยทุกคนพึงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
6.คนไทยทุกคนพึงส่งเสริมการดูแลคุณภาพชีวิตและสาธารณสุข
7. คนไทยทุกคนพึงเคารพ เชื่อมั่น และปฏิบัติตามกฎหมาย
8.คนไทยทุกคนพึงใช้ความรอบคอบในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารไม่บิดเบือน
9.คนไทยทุกคนพึงตระหนักถึงกติการะหว่างประเทศ
10. คนไทยทุกคนพึง ส่งเสริมปฏิรูปประเทศทุกด้านตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
การจัดเวที สาธารณะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดนครราชสีมาในครั้งนี้ เป็นวันหนึ่ง ในภาพรวมที่ขนาด อนุกรรมการ ชาติส่วนกลางจากนี้จะมี การจัดครบทั้ง 4 ภาค เพื่อเก็บข้อคิดเห็น นำไปทำร่างสัญญาประชาคมฉบับสมบูรณ์ โดยเมื่อจัดทำร่างฉบับสมบูรณ์เสร็จ ก็จะนำเสนอ “คณะกรรมการบริหาร ราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและ การสร้างสามัคคีปรองดอง” หรือที่เราเรียกว่า ป.ย.ป. โดยมี นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาเป็นขั้นตอนสุดท้าย หากคณะ ป.ย.ป.เห็นชอบก็จะนำไปประกาศเป็นสัญญาประชาคมและเผยแพร่ให้ทุกภาคส่วนรับทราบต่อไป
ซึ่งเมื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้แล้ว จะเกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศ ในภาพรวมนำไปสู่ความสามัคคีปรองดองและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
จากความคิดเห็นของนายอนุวัฒน์ ทินราช อดีตประธาน นปช.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้กล่าวว่า ได้เคยเข้าร่วมในเวทีสาธารณะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในพื้นที่ภาคอีสาน ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ซึ่งครั้งแรงจะเป็นการนำเสนอของแต่ละจังหวัดเข้าไปประมวลความคิด ส่วนครั้งที่สองเป็นการนำการประชุมความคิดเห็นในครั้งแรกมารวบรวมว่าแต่ละส่วนมีความคิดเห็นอย่างไรทั้ง 11 ข้อ บวกหนึ่ง เพื่อให้ทางกองทัพ ทางคณะทำงานได้คัดกรอง โดยจะเอาความคิดเห็นที่เหมือนกันมาเป็น 11 บวกหนึ่งข้ออีก และจะเขียนไปในแนวทางที่คิดว่าปรองดองได้มากที่สุด ซึ่งในนามของพวกผม จะเรียกว่าเป็น นปช. จะเป็นเสื้อแดงเก่าแบบนี้ ที่ได้มีโอกาสร่วมก็ถือว่าได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นตัวผมหรือคุณสมโภช ประสาทไทย ที่เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ได้ให้ความเห็นในที่ประชุมและได้มารับทราบการรวบรวมความคิดเห็น ซึ่งอาจจะไม่ตรงใจเราทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนที่รับได้เพราะถือว่าให้ความร่วมมือตามแนวทางของกองทัพซึ่งเราได้รับทราบว่าเป็นกระแสจากเบื้องบนซึ่งเราก็ปฏิเสธไม่ได้ตรงนี้เพราะเราคือข้าแผ่นดินของราชวงศ์จักรีเหมือนกัน ของสถาบันพระมหากษัตริย์เหมือนกัน ในที่สุดของวันนี้ก็อยากจะให้เดินไปตามลำดับขั้น ผมไม่อยากเรียกว่าโรดแมป เพราะโรดแมปไม่รู้ว่าจะยืดจะยาวไปขนาดไหน เอาลำดับที่พวกท่านเห็นว่าควรจะทำ เพราะในส่วนของพวกผมที่เป็น นปช.โคราช แม้แต่เสนอร่างรัฐธรรมนูญก็ยังเสนอให้ท่านร่างเพื่อหาทางที่จะเอาชนะพรรคการเมืองพรรคนึงที่ท่านทำยังไงก็แพ้ ทั้งนี้ผมก็คิดว่าเป็นโอกาสที่ร่างรัฐธรรมนูญมาแล้วซึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปรองดอง เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดแนวทางไปสู่ยุทธศาสตร์ของชาติใน 20 ปี ถ้าดำเนินไปได้สำเร็จก็ถือว่าโครงการนี้สำเร็จไปด้วย การปรองดองที่เกิดขึ้นตรงนี้ผมก็เรียนว่าในส่วนของพวกผมนั้นให้ความร่วมมือโดยตลอด คำว่าพวกผมนี้ก็คือพี่น้องรากหญ้า พวกเสื้อแดง พวก นปช.พวกนี้ถือว่าให้ความร่วมมือ ถึงแม้ว่าจะไม่เหลือลักษณะเสื้อแดงที่สมบูรณ์ แต่ก็ยังเป็นคนหัวใจเดียวกันอยู่ ให้ความร่วมมือไม่มีกะโตกกะตาก ไม่มีอะไรที่จะไปขัดแย้ง แล้วก็หวังว่าจะให้การปรองดองที่ทำกันในวันนี้เป็นข้อสรุปให้เดินไปสู่จุดมุ่งหมายให้ได้ พวกผมจะพยายามรักษาลมหายใจเอาไว้ให้ได้มีชีวิตอยู่ดูความสำเร็จดูความปรองดองตรงนี้ และยืนยันว่าพวกผมไม่มีอะไรขัดข้อง พร้อมที่จะเดินไปตามแนวทางที่ท่านทำ ถ้ามันจะผิดพลาดตรงนี้ ถ้ามันจะมีข้อขัดแย้งนั้นจะเห็นว่าพวกผมไม่มีเลย แต่ถ้ามีข้อผิดพลาดข้อขัดแย้งที่มันจะเกิดขึ้นโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือเป็นกลุ่มผมก็แล้วแต่ ก็ขอให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างมากที่สุด
ท้ายนี้นายอนุวัฒน์กล่าวว่า จะรอดูความสำเร็จ จะหายใจไว้ จะเอาลมหายใจไว้และรักษาลมหายใจไว้เพื่อจะได้เห็นความสำเร็จของรัฐบาล รสช.ชุดนี้ และเพื่อเป็นการถวายราชสดุดี ความจงรักภัคดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของเราครับ
ภาพ/ข่าว อนุสรณ์ อชิโนปุญวัฒน์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครราชสีมา
