- 18 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 ณ.หอประชุมพลเอกเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสิทธิ คงวีระวัฒน์ ผอ.สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมาพร้อมคณะ ได้เชิญผู้ประกอบการ หรือ นายจ้าง ที่มีแรงงานต่างด้าวทำงานทั้ง 32 อำเภอ เข้ามารับฟังแนวทางปฏิบัติ หลังจากที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศใช้มาตรา 44 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนกับผู้ประกอบการทั่วประเทศ เนื่องเพราะได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้พระราชกำหนด การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ซึ่งมีการชะลอบางประเด็นบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนายจ้าง โดยการประชุมในวันนี้ปรากฏว่ามีนายจ้างชาวไทยกว่า 700 คน เข้าร่วมรับฟังเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ นายสิทธิ ผอ.สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมากล่าวว่า พระราชกำหนด การบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 เป็นการปรับปรุงกฎหมายที่มีบทบัญญัติที่ไม่ครอบคลุมครบถ้วนทั้งระบบ ได้แก่กฎหมายการทำงานของคนต่างด้าว ที่ออกในปี พ.ศ.2551 และพระราชกำหนดการนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ.2559 โดยมีการรวมกฎหมายทั้งสองฉบับข้างต้น ให้เป็นฉบับเดียวกัน เน้นการให้ความคุ้มครอง และอำนวยความสะดวกให้กับทั้งนายจ้างและลูกจ้างที่เป็นแรงงานต่างด้าว มีการเพิ่มโทษนายจ้างที่ทำผิดกฎหมาย ในขณะเดียวกันก็มีการดึงประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์
พระราชกำหนด พ.ศ.2560ฉบับใหม่มีอัตราโทษสูงขึ้น เช่น ๑.ผู้ใดรับคนต่างด้าวเขาทำงานที่ไม่มีใบอนุญาตให้ทำงาน อันมีโทษปรับตั้งแต่ 400,000 บาท-800,000 บาทต่อคน,๒.ผู้ใดให้คนต่างด้าวทำงานไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 400,000 บาทต่อคน, ๓.คนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน หรือทำงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ๔.คนต่างด้าวที่ทำงานจำเป็นและเร่งด่วนแต่ไม่ได้แจ้งนายทะเบียน มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000-100,000บาท ๕.คนงานต่างด้าวทำงานไม่ตรงกับใบอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 100,000บาท ๖.ผู้ใดยึดใบอนุญาตทำงานหรือเอกสารสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 6เดือน หรือปรับไม่เกิด 100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ,๗.ผู้ใดหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10ปีหรือปรับตั้งแต่ 600,000- 1,000,000 บาทต่อคนต่างด้าว 1คน หรือทั้งจำทั้งปรับ,และสุดท้าย ๘.ผู้ใดประกอบธุรกิจนำคนต่างด้าวมาทำงาน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมการจัดหางาน มีโทษจำคุก 1-3ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดย ม.44 ได้ชะลอการบังคับใช้กฎหมาย ข้อที่ ๑-๔ ออกไปอีก 180วัน จนถึงวันที่จะมีผลบังคับใช้อีกทีคือวันที่ 1 มกราคม 2561
นายสิทธิ กล่าวว่า การชี้แจงในวันนี้ ก็เพื่อให้นายจ้างได้ทราบว่า ทางสำนักจัดหางานทั่วประเทศ ได้มีการตั้งศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว ที่ไม่มีเอกสารแสดงตน โดยในวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง วันที่ 7 สิงหาคม 2560 คือภายใน 15 วัน นายจ้างจะต้องไปแจ้งให้ทราบว่ามีแรงงานต่างด้าวทำงานอยู่จำนวนเท่าไหร่ หลังจากนั้นคือในวันที่ 8 สิงหาคม – 16พฤศจิกายน 2560 นายจ้างจะต้องนำแรงงานต่างด้าวมาทำการตรวจสอบคัดกรองจาก 4 หน่วยงานของรัฐคือ กรมการจัดหางาน,สวัสดิการคุ้มครองแรงงาน,กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม และหน่วยงานทหาร ก่อนจะเข้าไปสู่กระบวนการชำระค่าธรรมฤชาตามขั้นตอนต่างๆ โดย”เมียนมา”ชำระค่าธรรมเนียม CI 310 บาท แรงงาน“ลาว” ต้องไปที่สถานทูตลาวประจำประเทศไทย เพื่อขอเอกสารกลับประเทศ,เพื่อทำหนังสือเดินทาง เมื่อได้รับแล้วกลับเข้ามาดำเนินการ ขอวีซ่า 500 บาท ตรวจสุขภาพ 500 บาท ประกันสุขภาพ 500 บาท (3เดือน) และขออนุญาตทำงาน 550 บาท (อนุญาตถึง 31 มีนาคม 2561) ส่วนแรงงาน”กัมพูชา”กลับประเทศ ทำเอกสารซึ่งอยู่ในระหว่างการเจรจา และขั้นตอนสุดท้ายจึงจะสามารถทำงานในประเทศไทยได้
ภาพ/ข่าว มานะ แย้มจะบก ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครราชสีมา
