- 19 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปีเป็นต้นไป หลังชาวนาเสร็จจากการปักดำ ย่างเข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัว บริเวณริมถนนทางหลวงแผ่นดิน 212 (นครพนม-บ้านแพง) ระหว่างหลักกิโล 254-257 ใกล้สี่แยกบ้านเสียวสงคราม-หนองเทา ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ชาวบ้านยังหารายได้เสริมในเวลาว่างรอข้าวตั้งท้อง ออกหาหน่อไม้ ปลาไหล เห็ดป่า ฯลฯ นำมาวางขาย สร้างรายได้อย่างมากมาย เงินสะพัดรวมแล้ววันละหลายหมื่นบาท
ผู้สื่อข่าวเดินสำรวจพบแผงขายหน่อไม้ ตั้งเรียงรายเกือบ 20 แผง ยาวเหยียดริมข้างทางสองฟากฝั่งกว่า 2 กม.โดยปลูกเป็นเพิงหมาแหงนแบบง่ายๆ มีหน่อไม้ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า"หน่อไม้ไร่" บรรจุใส่ถุงขายแก่ผู้สัญจรผ่านไปมา ช่วงหน่อไม้ออกใหม่ๆจะขายในราคาถุงละ 35 บาท 3 ถุง 100 บาท หากต้องการปอกให้ด้วยจะคิดถุงละ 40 บาท มีลูกค้าจอดรถแวะซื้อเป็นจำนวนมาก
นางสุวรรณ ยางเบือก อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 231 หมู่ 6 บ้านเสียวสงคราม หนึ่งในแม่ค้าที่เปิดแผงขายมาเกือบ 10 ปี เปิดเผยว่าหน่อไม้เหล่านี้ เกิดขึ้นโดยธรรมชาติในที่ดินสาธารณะประโยชน์ชุมชนที่มีมากกว่าพันไร่ หนึ่งปีจะมีโอกาสให้เก็บออกมาขายแค่ครั้งเดียว ตามธรรมชาติหน่อไม้ไร่จะเริ่มแทงโผล่ดินช่วงฝนตกในเดือน มิ.ย. และเกิดขึ้นมากมายในเดือน ส.ค. จะลดปริมาณลงในช่วงออกพรรษาของทุกปี ตอนหน่อไม้ขึ้นใหม่ๆจะมีราคาพุ่งสูงถึงถุงละ 50 บาท แต่ปีนี้หน่อไม้ออกเร็วและมากกว่าปกติ จึงขายในราคาถุงละ 35 บาท พอปริมาณเพิ่มขึ้นราคาจะลดลงเป็น 30 บาท และถูกสุดตอนชุกมากๆอยู่ที่ 20 บาท แต่ก็ยังไม่พอกับความต้องการของผู้บริโภค เพราะหน่อไม้ไร่ถือว่าเป็นหน่อไม้ที่เชื่อกันว่าอร่อยที่สุด มีรสชาติหวาน
นางสุวรรณเล่าต่อว่า ในแต่ละวันพวกพ่อค้าแม่ขายต้องออกไปหาหน่อไม้ตั้งแต่เช้ามืด นำมาล้างทำความสะอาดและปอกตกแต่งให้ดูสวยงาม บางรายแบ่งเป็นหน่อไม้ต้ม บรรจุถุงวางขาย จะมีลูกค้าจอดรถแวะเวียนลงมาซื้อเสมอ หากเหลือจะนำไปแปรรูปเป็นหน่อไม้ดอง จะไม่นำหน่อไม้ค้างเก่ามาขายอีก เพราะมีอยู่มากมายที่สดๆใหม่ๆจากธรรมชาติ นอกจากนี้ในป่าชุมชนจะมีหน่อไม้แล้ว ยังมีเห็ดปลวก เห็ดระโงก ฯลฯ ของป่าต่างๆ ที่ปราศจากสารเคมี ก็จะนำออกมาขายแก่ผู้บริโภค รายได้ในแต่ละวันตกอยู่ประมาณ 600-1,000 บาท
ใกล้กับแผงขายหน่อไม้ไร่ของนางสุวรรณ ยังพบแผงขายปลาไหลใส่ถุงแขวนเชื้อเชิญนักเปิบพิสดาร เป็นแผงปลาไหลของ นางคำสาย ไชยริบูรณ์ อายุ 61 ปี บ้านเลขที่ 141 หมู่ 6 บ้านเสียวสงคราม ในราคาถุงละ 180 บาท โดยปกติก็จะมีปลาจาระเม็ด ปลาดุก และกบมาแขวนขายร่วมด้วย แต่ตอนนี้หาได้ไม่มาก ต้องรออีกสักระยะก็จะได้ปลาจากธรรมชาติวางจำหน่าย ในราคาปลาจาระเม็ดถุงละ 70 บาท ปลาดุกถุงละ 50 บาท และกบถุงละ 100 บาท เป็นที่สนใจแก่ผู้ผ่านไปมา รายได้ขั้นต่ำตกวันละ 1,500 บาท เป็นรายได้เสริมช่วงรอข้าวออกรวง
วิธีการหาปลาไหลของชาวบ้าน ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น จะนำเนื้อปลาเน่ามายัดใส่บั้ง(กระบอก) อดีตใช้กระบอกไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก ปัจจุบันหันมาใช้ท่อพีวีซีแทน ตอนเย็นจะนำบั้งไปวางในหนองน้ำหรือในที่นาทิ้งไว้หนึ่งคืน เช้ามืดก็ออกไปกู้จะมีปลาไหลเข้ามากินเหยื่อจำนวนมาก บางคนสามารถหาได้ครั้งละ 20-30 กก. สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แม้จะเป็นในระยะสั้นๆก็ตาม นางคำสายเปิดเผยเพิ่มเติมว่าปลาไหลในธรรมชาติจะมีเนื้อหวาน มีกลิ่นหอม ผิดกับปลาไหลเลี้ยงที่จะกลิ่นสาป จึงเป็นที่ต้องการของผู้นิยมรับประทาน หากมาสายอาจจะผิดหวัง เพราะปลาไหลจะขายหมดก่อนสินค้าอื่นเสมอ "สินค้าทุกชนิดที่วางขายจะค่อยๆหมดไปหลังย่างเข้าสู่ฤดูหนาว แผงต่างๆจะกลายเป็นแผงร้าง แต่จะมาคึกคักอีกครั้งในเดือน มิ.ย.-พ.ย." กลุ่มพ่อค้าแม่ขายแผงหน่อไม้กล่าวทิ้งท้าย..
ภาพ/ข่าว ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครพนม
