- 19 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 19 ก.ค. 60 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ศาลจังหวัดระนอง อ.เมือง จ.ระนอง เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่นายวิโรจน์ สุวรรณี อดีตสมาชิกสภาอบต.ปากน้ำ จ.ระนอง นายวินัย ขุนแพ่ว และ นายกรีฑา ยกย่อง อดีตสมาชิก อบต.บางริ้น เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.รณพงษ์ ทรายแก้ว รองผู้บัญชาการกองกฎหมายและคดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมพวก 13 คน ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ความผิดต่อร่างกายและความผิดต่อเสรีภาพ จากกรณีการเข้าจับกุม นายวิโรจน์ และนายวินัย โดยมีการบังคับและทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาให้ทั้ง 2 ให้รับสารภาพ พร้อมบังคับให้ซัดทอดว่านายกรีฑา เป็นคนบงการสังหาร นายเกษม คงตุก สมาชิก อบต.บางริ้น เมื่อปี 2545
ขณะที่ฝ่ายโจทย์ประกอบด้วย นายวินัยและนายกรีฑา พร้อมครอบครัวของนายวิโรจน์ สุวรรณี ได้เดินทางมาที่ศาลตามที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษา ซึ่งขาดแต่นายวิโรจน์ที่ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ เนื่่องจากปัจจุบันยังถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำบางขวาง และเมื่อถึงเวลาก่อนจะศาลอ่านคำพิพากษา ศาลได้ถามหาจำเลยที่หนึ่งคือ พ.ต.อ.รณพงษ์ ทรายแก้ว ซึ่งไม่ได้มารายงานตัวต่อศาล และไม่ชี้แจงถึงเหตุขัดข้องแต่อย่างใด ศาลพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า พ.ต.อ.รณพงษ์ ไม่เดินทางมาศาล และไม่ได้แจ้งเหตุผลต่อศาล โดยมีพฤติกรรมจงใจหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลจึงมีคำสั่งออกหมายจับ พร้อมเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปอีกเป็นวันที่ 11 ตุลาคม 2560
พร้อมกันนี้ทนายความฝ่ายโจทย์ยังได้ยื่นคำร้องขอถอนคำฟ้องฏีกา เฉพาะตัวจำเลยที่ 4 คือ พ.ต.ท.ธานี นาคหกวิค เพราะวันเกิดเหตุจำเลยป่วยและนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลหลังจากผ่าตัดหัวใจ แต่ถูกจำเลยที่ 12 เซ็นปลอมแปลงบันทึกการจับกุม จึงขอถอนฏีกาจำเลยที่ 4 ซึ่งศาลได้สอบถามตัวจำเลยแล้วไม่ติดใจ แต่ศาลชั้นต้นไม่สามารถจะคำสั่งได้ เพราะมีคำพิพากษาศาลฏีกาออกมาแล้ว จึงต้องส่งเรื่องกลับไปให้ศาลฏีกาพิจารณาต่อไป ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดให้มาฟังคำพิพากษาในวันที่ 11 ตุลาคม 2560 นี้เช่นเดียวกัน
ด้านนายบุญเรือง อุทัยรัตน์ ทนายความฝ่ายโจทย์ กล่าวว่า ในส่วนของฝ่ายโจทย์ได้ยื่นคำร้องของถอนคำฟ้องฏีกาเฉพาะตัวจำเลยที่ 4 ต่อศาล ด้วยเหตุผลจากข้อเท็จจริงที่ว่า ตัวจำเลยที่ 4 ในช่วงที่เกิดเรื่องได้ไปผ่าตัดบายพาสหัวใจและอยู่ในช่วงพักฟื้นที่โรงพยาบาล และได้ถูกปลอมแปลงลายเซ็นชื่อให้อยู่ในบันทึกการจับกุมไปด้วย ทางฝ่ายโจทย์จึงตัดสินใจที่จะยื่นถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 4 ต่อศาลฎีกา และจริงๆแล้วโจทย์ต้องการให้สำนวนคดีนี้ย้อนกลับไปที่ศาลฏีกาใหม่ เนื่องจากพฤติการณ์ของจำเลยที่ 1ที่ไม่มาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกานั่น เหมือนต้องการจะดึงเกมส์ให้ยื้อคดีออกไป จึงต้องการให้ศาลฏีกาพิจารณาใหม่อีกครั้ง
ด้าน น.ส.อังสุมารินทร์ สุวรรณี บุตรสาวของนายวิโรจน์ สุวรรณี เปิดเผยว่า ตนเองและคนในครอบครัวรู้สึกผิดหวัง และเสียใจมาก ที่จำเลยไม่ยอมมารับฟังคำพิพากษาของศาล ทำให้ศาลต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปอีกเป็นครั้งที่ 2 พร้อมบอกว่านายวิโรจน์ ผู้เป็นพ่อที่ต้องอยู่ภายในเรือนจำ จะต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปอีก จึงอยากขอร้องไปถึงตัวจำเลยที่หลบหนีว่าขอให้มาฟังคำพิพากษา และยอมรับคำตัดสินของศาล เพื่อให้เรื่องทั้งหมดจะได้จบสิ้นลงเสียที
ภาพข่าว อุดมศักดิ์ มณีศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ระนอง
