- 20 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 20 ก.ค. 2560 พ.ต.ท.เตโชทัย ขุนนัดเชียร สารวัตรกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ( หัวหน้าตำรวจสันติบาลนครศรีธรรมราช) เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ (19 ก.ค.) ได้รับแจ้งว่ามีพระมาจำวัดอยู่ที่พักสงฆ์สระนางหงส์ หมู่ 6 ต.พระพรหม อ.เมืองนครศรีธรรมราช โดยพระรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมน่าสงสัยอาจจะเป็นพระปลอมที่แอบแฝงตัวเข้ามาโดยมีจุดประสงค์ร้ายต่อพระพุทธศาสนาและสังคมบางอย่าง หรืออาจจะเป็นคนร้ายในคดีอาญา ตามที่หมายจับมาหลบหนีมาซ่อนตัวในที่พักสงฆ์สระนางหงส์ก็เป็นได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจึงส่งกำลังตำรวจออกสืบเสาะพฤติกรรมกับข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น รวมทั้งชาวบ้านใน อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ได้ข้อมูลว่ารูปดังกล่าวชื่อพระวีรศักดิ์ ส่งแสง อายุ 38 ปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ จ.พัทลุง เข้ามาพำนักและจำพรรษาในที่พักสงฆ์สระนางหงษ์ โดยพละการ จนต่อมามีตำรวจนายหนึ่งรวมทั้งชาวบ้านกลุ่มหนึ่งให้การเคารพศรัทธาและการสนับสนุนให้อยู่จำพรรษาในที่พักสงฆ์สระนางหงส์ มาหลายเดือนแล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากเข้าอยู่ได้ไม่นานพระวีรศักดิ์ ได้มีเรื่องทะเลาะวิววาทกับผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน และได้อวดอ้างข่มขู่ว่าผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านว่าตัวเองสนิทกับข้าราชการทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ระดับสูงจำนวนมาก “อีกทั้งยังเคยร้องเรียนว่าไปยังรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชท่านหนึ่งนายอำเภอพระพรหมและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เป็นข้าราชการกินเงินเดือนภาษาราษฏรแต่ไม่เคยเข้ามาทำนุบำรุงพระศาสนา ไม่เข้ามาช่วยเหลือภายในที่พักสงฆ์ และยังอ้างว่าตัวเองได้ประสานงานติดต่อกับนายทหารระดับสูง ทั้ง ผบ.มทบ. 41 ผบ.มทบ. 43 เพื่อนำกำลังทหาร 3 กองร้อยเข้ามาพัฒนาที่พักสงฆ์และตรวจสอบอาณาเขตที่พักสงฆ์ในเร็วนี้ นอกจากนี้ยังแอบอ้างจะทำโครงการปลูกป่า และบวชในวาระวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2560 อีกด้วย”
หลังจากทราบข้อมูลเบื้องต้นได้ทำการตรวจสอบไปยังคณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ไม่พบหลักฐานว่าบวชที่ไหน ใครเป็นพระพระอุปัชฌาย์ และจากการตรวจสอบประวัติตามหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนพบว่านายวีรศักดิ์ ส่งแสง หมายจับคดีลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปหรือวัตถุในทางศาสนา ในวัด สำนักสงฆ์ สถานที่อันเป็นที่เคารพ ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทลุง ที่ จ.369/2559 ลง 20 ธ.ค.2559 จึงนำกำลังตำรวจเข้าจับกุมและควบคุมตัวมาให้พระราชปริยัติเวที เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย) สอบสวน
ในเบื้องต้นให้พระวีรศักดิ์ อ้างกับเจ้าคณะจังหวัดว่าบวชที่วัดคงคาวดี อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช พระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงตรวจสอบกลับไปยังเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลใน อ.สิชล ก็ไม่พบหลักฐานใด ๆ จึงสอบถามชื่อพระพระอุปัชฌาย์ ในที่สุดพระวีระศักดิ์ จึงยอมรับสารภาพว่าเคยบวชเป็นพระแต่กระทำความผิดข้อหาลักทรัพย์ จึงถูกจับสึกที่ สภ.เมืองพัทลุง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติไปยัง จ.พัทลุง หลังถูกจับสึกจึงได้แอบนำจีวรมาห่มและเข้ามาอยู่ในที่พักสระนางหงส์ ซึ่งไม่มีพระอยู่อาศัย จนมาถูกตำรวจสันติบาสลบุกจับกุมดังกล่าว และจากการตรวจสอบยังพบว่าในขณะที่บวชจำพรรษาอยู่วัดแห่งหนึ่ง นอกจากจะก่อคดีลักทรัพย์ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทลุง ที่ จ.369/2559 ลง 20 ธ.ค.2559 ข้อหาลักทรัพย์พระพุทธรูปหรือวัตถุในทางศาสนา ในวัด สำนักสงฆ์ สถานที่อันเป็นที่เคารพ แล้วยังมีคดีที่ชาวบ้านใน จ.พัทลุง เคยร้องเรียนและแจ้งความในข้อหากระทำอนาจารเด็กผู้ชายอีกด้วย แต่คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงทำการปลดสบง จีจรและนำเสื้อผ้าชุดฆราวาสมาให้นายวีรศักดิ์ สวมใส่ ก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหาแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ ทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่ได้ทำการบวชตามหลักศาสนาพุทธ จากนั้นจึงควบคุมตัวนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.พระพรหม ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมแจ้งประสานตำรวจท้องที่ จ.พัทลุง เพื่ออายัดตัวดำเนินคดีตามข้อหาในหมายจับดังกล่าวต่อไป
นายประเวช เพ็ญสวัสดิ์ อายุ 53 ปี ผู้ร่วมพัฒนาฟื้นฟูที่พักสงฆ์วัดสระนางหงส์ กล่าวว่า ตั้งแต่นายวีรศักดิ์ เข้ามาอาศัยในที่พักสงฆ์สระนางหงส์ ทำให้ชาวบ้านแตกแยกเป็น 2 ฝ่ายฝ่ายหนึ่งมีตนและผู้ใหญ่บ้านไม่ยอมรับการเข้ามาพำนักของนายวีระศักดิ์ เพราะตนเคยขอดูใบสุทธิพระนายวีรศักดิ์ อ้างว่าหายไปตอนน้ำท่วม ที่สำคัญตนไม่เชื่อว่าเป็นพระจริง แต่ชอบอวดอ้างว่ารู้จักหัวหน้าส่วนราชการระดับสูงทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง พร้อมข่มขู่ตน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านไม่ยอมรับต่าง ๆ นา อีกทั้งไม่มีความเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย แม้แต่ลูกแมวตัวเล็กที่อาศัยอยู่ในสถานีอนามัยบ้านวังวัว ที่อยู่ติดกับที่พักสงฆ์เดินเข้าไปในบริเวณที่พักสงฆ์ นายวีระศักดิ์ ยังโทรศัพท์ไปแจ้งรองผู้ว่า ฯให้สั่งการให้เจ้าหน้าที่มานำแมวออกไปจากบริเวณที่พักสงฆ์ อ้างว่าตัวเองเป็นโรคแพ้ขนแมว ทางรองผู้ว่าฯ โทรศัพท์ให้นายอำเภอช่วยดำเนินการ นายอำเภอแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปแก้ปัญหา ผู้ใหญ่บ้านจึงชวนตนไปเมื่อไปถึงพบลูกแมวตัวเล็กนิดเดียวร้องให้ด้วยความความหิวโหย
“ตนจึงแกล้งถามว่าท่านเป็นพระจริงหรือพระปลอม หากไม่มีใบสุทธิมาแสดงตนไม่เชื่อว่าเป็นพระจริง สร้างความไม่พอใจให้นายวีระศักดิ์เป็นอย่างมาก จึงกล่าวอาฆาตข่มขู่ตนว่า “วันสองวันนี้ทางท่าน ผบ.มทบ.41,43 จะนำทหารมาช่วยพัฒนาวัด โยมเวช ได้เจอดีแน่แต่ในที่สุดนายวีระศักดิ์ พระปลอมก็มาเจอดีเสียก่อนดังกล่าว” นายประเวช กล่าวในที่สุด.
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
