- 20 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ร้ายสวมหมวกกันน๊อค ใส่รองเท้าแตะ และสะพายย่าม เดินบุกเดี่ยวเข้าไปภายในโรงรับจำนำ อีซี่มันนี่ สาขาที่ 33 นครสวรรค์ เลขที่ 1311/9-12 ริมถนนสายพหลโยธิน หมู่ 10 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดยพฤติกรรมชักอาวุธปืนออกจากย่าม พร้อมกับตะโกนบอกพนักงานของร้านว่านี่คือการปล้น จากนั้นเดินเข้าไปที่ตู้โชว์สินค้าของหลุดจำนำก่อนจะมีการนำค้อนมาทุบกระจกตู้จนแตกกระจาย และกวาดเอา ทรัพย์สินมีค่าราคาแพงกว่า 82 รายการใส่ยามหลบหนี ไปเหตุเกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา และแนวทางการสืบสวน ทางเจ้าหน้าที่ได้บุกตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง โดยสามารถตรวจยึดของกลางที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สไมล์ สีแดง ซึ่งเป็นรถของพี่สาวผู้ต้องสงสัย จนนำมาสู่การขออนุมัติหมายจับนายชัชวาล สายหยุด อายุ 35 ปี อดีตผู้ต้องหาชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองนครสวรรค์ เมื่อปลายปี 2556 ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าวันนี้ (20 กรกฎาคม 2560)มีรายงานว่าหลัง พ.ต.อ.ดร.ฐานุพงศ์ แสงซื่อ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์และพันตำรวจโทวิวัฒน์ อัศววิบูลย์ชัย รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ลงมาคุมคดีนี้ด้วยตัวเอง ส่งชุดสืบสวนมากฝีมือจาก สภ.เมืองนครสวรรค์ สืบสวนจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกันเกะรอยคดีนี้เป็นพิเศษ ล่าสุดมีรายงานว่าชุดสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ สามารถตามจับกุมตัวนายชัชวาล สายหยุด อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/2 หมู่ 3 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ คนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านอีซี่มันนี่ได้แล้ว ที่บริเวณตลาดไท เขต จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบว่า หลบหนีมาพักอาศัยอยู่กับภรรยาเก่าที่เลิกรากันมานานหลายปี โดยในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ ทั้งหมวกกันน๊อค ค้อน ปืนอัดลม รวมถึงแผ่นป้ายทะเบียนปลอมที่นำมาสวมใส่รถจักรยานยนต์ 1 แผ่น และเครื่องประดับมีค่าที่คนร้ายขโมยมาได้เป็นบางส่วน
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ ทางตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ทำงานอย่างหนักเกาะลอยคนร้าย จากกล้องวงจรปิดดูเส้นทางหลบหนีและพฤติกรรมของคนร้าย จนทราบแน่ชัดว่าคนร้ายรายนี้คือนายชัชวาล สายหยุด ซึ่งเคยก่อเหตุชิงทองในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี และพึ่งพ้นโทษจากคุกได้ไม่นาน ตำรวจจึงบุกค้นบ้านผู้ต้องหาในตำบลหนองกรด ยึดรถจักรยานยนต์และโทรศัพท์มือถือ และสามารถตามจับกุมตัวได้ในที่สุดใช้เวลาเพียง 3 เท่านั้นส่วนสาเหตุที่คนร้ายกลับมาลงมือชิงทรัพย์อีก เนื่องจากเพิ่งออกจากคุก และไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง แม้จะมายึดอาชีพเลี้ยงไก่ชน แต่รายได้ไม่เพียงพอ จึงต้องลงมือก่อเหตุดังกล่าว โดยหลังจากที่ได้ทรัพย์สินมาแล้ว คนร้ายได้ขับขี่รถหลับหนีออกไปทางเลี่ยงเมือง แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพัก ในการนำรถกลับไปคืนพี่สาว โดยในระหว่างนี้ ได้มีการจอดแวะนำชุดแต่งกายไปจุดไฟเผาทิ้ง ก่อนจะนำค้อน ปืนอัดลม และแผ่นป้ายทะเบียน ไปโยนทิ้งหนองน้ำ บริเวณใกล้บ้าน จากนั้น จึงได้นำรถจักรยานยนต์กลับไปจอดไว้ที่บ้าน แล้วรีบเดินทางหลบหนีไปหาภรรยาเก่าที่ จ.ปทุมธานีทันที และเมื่อไปถึง จึงได้มีการนำเครื่องประดับมีค่าที่ขโมยมาตระเวนขายตามร้านรับจำนำและรับซื้อต่างๆ จนกระทั่ง มาถูกตำรวจจับกุมได้สุด ซึ่งจะมีการนำตัวคนร้ายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันพรุ่งนี้เวลา9.00น. พร้อมกับขยายผลไปตรวจยึดของกลางที่นำไปขายกลับคืน ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ข่าว/ภาพ รณกฤต วรณันวรกุล ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ จ.นครสวรรค์
