- 22 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 22 ก.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในจังหวัดภาคใต้นอกจากประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนจากราคายางพาราตกต่ำแล้ว ชาวสวนปาล์มผลกระทบเนื่องจากราคาปาล์มตำต่อต่อเนื่อง ดังนั้นประชาชนในภาคใต้ทั้งกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ที่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา และสวนปาล์มได้รับผลกระทบ รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายทำให้มีถีชีวิตความเป็นอยู่ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ไม่แตกกันกันมากนัก
นายพรชัย อุบลกาญจน์ อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 3 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของสวนปาล์ม เปิดเผยว่า ในขณะนี้ราคาปาล์มที่ตกต่ำราคาถูกลงเหลือ กก.ละ 3 บาทเศษเท่านั้น ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงกว่ารายได้ โดยปุ๋ยมีราคาแพง ปาล์มต้องการบำรุงลำต้นและลูกอยู่ทุก ๆ 3 เดือน แต่เมื่อชาวสวนปาล์มมาประสบกับปัญหาราคาตกต่ำทำให้หนักใจไม่น้อย นอกจากราคาปุ๋ยแพงขึ้นแล้ว ค่าจ้างแรงคนงานตัดทะลายปาล์มก็เป็นต่นทุนสูงอีกอย่างหนึ่งในการทำสวนปาล์ม โดยแม้ภาวะเศรษฐกิจจะตกต่ำ ราคาปาล์มลดลงเป็นประวัติการณ์ แต่ค่าจ้างแรงงานคนตัดทะลายปาล์ม หรือที่เรียกว่า “คนแทงปาล์ม” ยังคงต้องจ่ายเท่าเดิม ตามน้ำหนัก ต่อกิโลกรัม ในขณะที่ราคาขายผลผลิตได้ตกต่ำลงมาก ได้รายรับน้อยลงเข้าสู่ภาวะของการขาดทุน
นายพรชัย อุบลกาญจน์ คนที่มีอาชีพทำสวนปาล์มในวันนี้ขาดทุนย่อยยับ ส่วนคนงานยังคงมีรายได้ตามปกติ เท่ากับว่าแทงปาล์มหรือตัดปาล์มขายเงินที่ได้เป็นค่าแรง ค่าปุ๋ย ค่าน้ำมันรถก็แทบจะไม่เพียงพอ เจ้าของสวนไม่รายได้เหลือเลย ภาวะแบบนี้ตามสุภาษิตโบราณเรียกว่า “ทำนาให้นก” ซึ่งหมายถึงคนที่ทำนาปลูกข้าว แต่เนื่องจากราคาข้าวตกต่ำไม่คุ้มกับการเก็บเกี่ยว จึงปล่อยข้าวทิ้งไว้ในนาให้เป็นอาหารนก นั้นเอง แต่อย่างไรก็ตามเจ้าของสวนปาล์มก็ยังคงต้องอดทนต่อไป สภาพความความเดือดร้อน ความเป็นอยู่ ไม่แพ้พี่น้องชาวสวนยางพาราที่ราคายางตกต่ำ ในวันนี้ทั้งชาวสวนยางพาราและชาวสวนปาล์มตกอยู่ในชะตาเดียวกัน.
ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
ภาพ ทีมข่าว ประจำ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช
