- 24 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 24 ก.ค. 2560 ความคืบหน้ากรณี น.ส.อัชฌา นาคธรณินทร์ อายุ 39 ปี แจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา และ พ.ต.ต.วิชานนท์ บ่อพิมาย สว.กก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา เรียกรับสินบน ซึ่งเป็นรางวัลนำจับจำนวน 5 แสนบาท ขณะที่ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ได้ชี้แจ้งไม่มีการเรียกรับเงินรางวัลนำจับแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่ น.ส.อัชฌา เข้าแจ้งความ น่าจะเป็นการแจ้งแก้เกี่ยว เนื่องจากพบว่า หลังจากที่ทำการสืบสวนในคดีฉ้อโกง น.ส.อัชฌา อาจจะเข้ามาพัวพันในคดีด้วย จึงชิงเข้าแจ้งความเพื่อดิสเครดิตการทำงานชองชุดสืบที่กำลังมีหลักฐานเชื่อมโยงถึงตัว
ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา ได้เปิดตั้งโต๊ะแถลงข่าว ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม ว่า กรณีที่มีภาพถ่ายที่ น.ส.อัชฌา อ้างว่าเป็นการมอบเงินรางวัลนำจับมอบให้ ผู้การฯ ชุดสืบจังหวัด รวมถึงชุดสืบ สภ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งมีสื่อบางส่วนนำเสนอเป็นข่าวออกไป ข้อเท็จจริงคือ ชายในภาพ คือนายณัฐ นาคธรณินทร์ ซึ่งทราบในเวลาต่อมาว่าเป็นพี่ชายของ น.ส.อัชญา ที่ร่วมเดินทางมาด้วยในฐานะเป็นญาติผู้เสียหายในคดีที่ถูก น.ส.สิริปภา ฉ้อโกง โดยนำเอกสารประกอบสำนวนมามอบให้ โดยมี พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก ผกก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา เป็นตัวแทนรับมอบเอกสารเกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดยยืนยันว่าได้อยู่ในภาพดังกล่าวจริง ส่วนซองที่รับเป็นเอกสารหลักฐานความเสียหายที่เกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น ในคดีแรกที่ แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.สิริปภา ซึ่งในตอนนั้น ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คดีดังกล่าวจะเชื่อมโยงไปถึง น.ส.อัชฌา ยืนยันว่าเป็นการรับเอกสารเพิ่มเติมเพื่อนำมาประกอบสำนวนในการทำคดีในข้อหาที่ น.ส.สิริปภา ถูกแจ้งความ โดยในวันดังกล่าว ได้มี ดร.สาโรจน์ ลีสวรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหายทีถูกโกงไป 78 ล้านบาท ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางเขน ได้ร่วมเดินทางมาด้วยในวันนั้น จึงขอชี้แจ้งเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ภาพที่หลุดออกไปไม่ใช่ภาพรับเงิน แต่เป็นภาพรับเอกสารประกอบสำนวนใจการดำเนินคดี
ด้าน พ.ต.ต.วิชานนท์ บ่อพิมาย สว.กก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากสืบสวน จนพบว่ามีหลักฐานเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงของการโอนเงินจากผู้เสียหายไปยังบัญชี น.ส.อัชฌา จำนวนมาก ซึ่งถือว่ามีหลักฐานชัดเจน แต่ด้วยที่ต้องการทำงานให้รอบครอบจึงยังไม่ดำเนินการใด ๆ ก็มาถูก น.ส.อัชฌา ชิงเข้าแจ้งความก่อนดังกล่าว โดยส่วนของคดีที่ตนรับผิดชอบในคดีแรก เมื่อมาพบว่ามีผู้เสียหายหลายคนและมีมูลค่าความเสียหายสูง จึงต้องรวบรวมพยานาหลักฐานเพื่อนำส่งพนักงานสอบให้ใช้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.อัชฌา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เพื่อเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป คาดว่าดำเนินการแล้วเสร็จภายในอาทิตย์นี้.
วิชาญ พรมมร สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
