- 24 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากการที่ในช่วงนี้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเลยหันมาปลูกสับปะรดกันเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปีที่แล้วมีราคาดี ราคารับซื้อหน้าสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 12-15 บาท โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเมืองเลย ภูเรือ ด่านซ้าย และอำเภอนาแห้ว มีพื้นที่ปลูกรวมกันกว่า 30,000 ไร่ เนื่องจากผลไม้ชนิดนี้การดูแลรักษาง่าย และใช้น้ำน้อย สามารถปลูกบนภูเขาได้ ทำให้ผลิตออกมามากเกินความต้องการของตลาด ราคารับซื้อจึงตกลงไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 2-5 บาท สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกร ต้องประสบปัญหาภาวะขาดทุน โดยเฉพาะเกษตรกรที่เพิ่งปลูกเป็นปีแรก
จากปัญหาดังกล่าว มีเกษตรกรชาวตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ ไม่นิ่งนอนใจ รอคอยโชคชะตาวาสนามาโปรด ไม่ยอมจำนนกับราคาขายที่ย่ำแย่ ได้รวมกลุ่มกันขยับหาทางออก พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการนำสับปะรดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งอาหารและเครื่องประเทืองผิว ไว้ใช้ในครัวเรือน และจำหน่ายเป็นสินค้าดีประจำตำบล โดยได้เชิญนักวิชาการสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มาอบรมให้ความรู้ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณและสถานที่จากเทศบาลตำบลร่องจิก
สำหรับโครงการนี้ มีเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดเข้าร่วมฝึกอบรมจำนวน 30 คน โดยมีการสาธิตและฝึกปฏิบัติการแปรรูปสับปะรด หลากหลายผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย การทำแยมสับปะรด การทำขนมครองแครงเคลือบสับปะรด , แยมสับปะรด , น้ำพริกสับปะรด , สบู่ก้อน-สบู่เหลวสับปะรด , ผงมาร์คหน้า และเม็ดสครับขัดผิว
นางลัดฎาภรณ์ วงศ์โสภา ประธานกลุ่มแปรรูปผลิตทางการเกษตรตำบลร่องจิก กล่าวว่า เหตุที่ต้องมารวมกลุ่มกันแปรรูปสับปะรด เนื่องจากปีที่ผ่านมาผลิตทางการเกษตรในพื้นที่อำเภอภูเรือตกต่ำแทบจะทุกอย่าง ทั้งขิง แก้วมังกร ข้าวโพด ยางพารา และมันสำปะหลัง ชาวบ้านจึงพากันหันมาปลูกสับปะรดกันมาก เพราะช่วงนั้นราคาดี เมื่อมาถึงปีนี้ ผลผลิตสับปะรดออกมามาก จึงทำให้ราคาตกต่ำ ขายไม่ออก มีสับปะรดเหลือเน่าเสียทิ้งมากมาย ชาวบ้านที่ปลูกสับปะรดจึงมาคุยกันว่า ต้องนำสับปะรดมาแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า หากปล่อยให้เน่าทิ้งก็เสียดาย จึงได้ขอความช่วยเหลือจากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เข้ามาเป็นวิทยากรอบรมให้ หลังจากได้ความรู้แล้วจะรวมกลุ่มกันอย่างจริงจัง ต่อยอดออกจำหน่ายสู่ภายนอก และจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวอำเภอภูเรือด้วย
ด้าน ดร.สุภาวดี สำราญ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย กล่าวว่า สับปะรดที่ปลูกในพื้นที่ตำบลร่องจิก อ.ภูเรือ มีลักษณะเด่นคือ รสชาติหวาน แต่ไม่แสบคอ ไม่กัดลิ้น ปริมาณน้ำเยอะ ทำให้ไม่ต้องใช้น้ำตาลเข้าไปในการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารมากนัก และมีคุณสมบัติที่จะนำแปรรูปได้หลากหลาย ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ซึ่งในสับปะรดมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ เป็นตัวช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ สามารถทำสบู่ขายได้ก้อนละ 100 บาท และสับปะรดยังมีวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีส
ดร.สุภาวดี สำราญ กล่าวอีกว่า “ โครงการอบรมครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตรหมายใหม่ ที่เกิดจากความต้องการของชุมชนจริงๆ ได้เห็นว่าชาวบ้านมีความกระตื้อรือร้นอยากจะเรียนรู้ วัตถุดิบทุกอย่างก็นำมาเอง จึงเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะเกิดจากความต้องการของชุมชนเอง”
กลุ่มแปรรูปผลิตทางการเกษตรตำบลร่องจิก อ.ภูเรือ จึงถือเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ดีของเกษตรกรที่ไม่คิดยอมพ่ายแพ้ต่อความผันผวนของราคาผลิตทางการเกษตร ราคาจะขึ้นจะลงก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่หลังจากนี้หน่วยงานราชการต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนส่งเสริมต่อยอดความสำเร็จ ให้พวกเขาเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน.
ภัทราวุธ บุญประเสริฐ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เลย
