- 24 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 24 ก.ค. 2560 ที่ หน้าอาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มผู้ปลูกลำไย พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจากอำเภอสารภีและอำเภอพร้าว เข้ายื่นหนังสือขอให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาราคาลำไยตกต่ำโดยด่วนที่สุด โดยมีนายชัชวาล พุทธโธ ป้องกันจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รับมอบหนังสือ ซึ่งขณะนี้ชาวสวนประสบปัญหาขาดทุนทุกราย และมีแนวโน้มที่กลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย จะกดราคาลงเรื่อยๆ โดยทางเกษตรกรมีข้อเรียกร้องขอให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชิญผู้ประกอบการลำไยแห้งทุกรายในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย มาปรึกษาหารือและทำข้อตกลงราคารับซื้อลำไยอย่างเป็นธรรม ตรงไปตรงมา ไม่เอารัดเอาเปรียบเกษตรกรจนเกินไป โดยราคาที่ชาวสวนร้องขอ ลำไยเกรด AA อยู่ที่ 20 บาทขึ้นไป เกรด A 15 บาทขึ้นไป เกรด B 10 บาทขึ้น และเกรด C 3 บาทขึ้นไปตลอดจนขอให้ช่วยหาตลาดรับซื้อลำไยทุกรูปแบบ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มเกษตรกรอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ ทางจังหวัดเชียงใหม่ นำโดยนายมนัส ขันใส ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ได้เชิญผู้แทนของกลุ่มผู้ปลูกลำไยจากอำเภอสารภีและอำเภอพร้าว มาร่วมปรึกษาหารือ พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมหารือแนวทางแก้ไข ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้ ราคาลำไยรูดร่วงและมัดกำปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากตลาดปลายทางประเทศจีนไม่คล่องตัว และตลาดอินโดนีเซียที่ยังไม่เปิดให้มีการนำเข้า และผู้ประกอบการโรงงานอบลำไยยังเปิดไม่มากนัก ประกอบกับเกษตรกรนิยมจำหน่ายลำไยในลักษณะรูดร่วงมากกว่าสดช่อ เนื่องจากใช้แรงงานและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า
ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ วางแนวทางดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาลำไยไว้เบื้องต้น โดยจะจัดทำโครงการกระจายลำไยจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมออกประกาศรับสมัครผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการฯ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการฯและจำนวน 4 ราย และยังเปิดรับสมัครเพิ่มเติมอยู่ พร้อมทั้งได้ส่งจดหมายไปยังหัวหน้าส่วนราชการในทุกกระทรวง ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ช่วยรับซื้อผลผลิตลำไย เพื่อให้ลำไยสดสามารถกระจายไปยังทั่วประเทศให้มากที่สุด ขณะเดียวกัน ยังได้ติดตามความคืบหน้าที่ประเทศอินโดนีเซีย ยังไม่เปิดอนุญาตให้มีการนำเข้าลำไย โดยภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติม และได้รับความร่วมมือจากกงสุลจีนช่วยประสานงานกับประเทศจีน ที่จะช่วยรับลำไยสดจากประเทศไทย แต่ต้องใช้ผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานในการส่งออกที่มีคุณภาพ ซึ่งต้องเร่งระบายออกให้เร็วที่สุด
โดยได้เชิญชวนให้เกษตรกร อบลำไยเนื้อสีทองให้มากขึ้น เนื่องจากมีราคาขายที่สูง อีกทั้งมีตลาดรองรับอยู่หลายเยอะ สามารถส่งไปยังประเทศจีนและทวีปยุโรปได้อีกด้วย ที่สำคัญคืออยากให้ผู้นำชุมชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมๆ ต้องหาช่องทางขายด้านอื่นเพิ่มเติม เพื่อสามารถต่อรองราคากับพ่อค้าคนกลางหรือล้งที่ควบคุมราคาได้ ต้องเพิ่มคู่แข่งเพื่อให้กลไกตลาดได้ทำงาน เช่น การกระจายผลผลิตลำไยลงพื้นที่ถึงผู้บริโภคโดยตรง เกษตรกรผู้ปลูกลำไยลงไปขายเอง โดยสร้างทีมขาย ส่งไปในแหล่งที่ปลายทางมีความพร้อมและไม่ใช่แหล่งผลิตลำไย เป็นต้น ซึ่งแนวทางที่ภาครัฐวางไว้ต้องบูรณาช่วยกันทุกฝ่ายขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาราคาลำไยตกต่ำอย่างยั่งยืนต่อไป
ข่าว/ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เชียงใหม่
(Cr.เบียร์ ส.ปสช.ชม)
